
จริง ๆ แล้ว Destination หลักที่อยากไปฮ่องกง
คือการได้นั่งชิลบนกระเช้านองปิง(Ngong Ping) 360 องศา
ข้ามภูเขาสามลูกระยะทาง 5.7 กิโลเมตรชมวิวทิวทัศน์อันสวยงาม
เพื่อไปวัดโปหลิน (Polin Monastery)
และไหว้พระพุทธรูปเทียนถาน (Tian Tan Buddha Statue)
พระพุทธรูปทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
สูง 34 เมตร หนัก 276 ตัน งบการก่อสร้าง 2,800 ล้านบาท
ที่ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขาอันไกลโพ้น น น น ~ ~
นักเดินทางที่ดีต้องเตรียมตัวหาข้อมูลและวางแพลนค่ะ
แต่จู่ ๆ เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่ www.np360.com.hk
ก็พบข่าวร้ายว่า ต้นเดือนกันยายน 2009 นั้น
ตรงกับช่วงที่ กระเช้านองปิง ปิดปรับปรุง!
แง๊ T.T
เสียใจอยู่เจ็ดวันจึงทำใจได้
และเริ่มค้นข้อมูลหาวิธีเดินทางใหม่
เพราะยังไง ๆ ก็ยังอยากไปให้ถึงยอดเขาอันไกลโพ้น น น น ~~~
การเดินทางเริ่มต้นจาก MTR Porth Point ค่ะ
เพราะว่าเราพักอยู่ที่โรงแรม Ibis North Point
โรงแรมอาจจะอยู่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ สักหน่อย
แต่โชคดีที่มี MTR อยู่ใกล้มาก ๆ ทำให้สะดวกกับการเดินทางค่ะ

การไปวัดโปหลิน (Polin Monastery)
เป็นจุดหมายแรก ที่เราไปถึงฮ่องกงกันค่ะ
ดังนั้นจึงยังไม่คุ้นเคยกับการเดินทางโดย MTR
เวลาเริ่มจะงง ๆ คล้ายจะหลงทาง
bowrainbow ก็จะงัดตำราขึ้นมาดูกันสักนิด
นั่งยอง ๆ อ่านตำราตอนรอ MTR นั่นแหละค่ะ lol

นั่ง MTR ข้ามเกาะ ลอดใต้ทะเล แล้วมาขึ้นบกที่เกาะลันเตาค่ะ
สุดสายมาลงที่ สถานี Tung Chung ออกทาง Exit B
เดินขึ้นมาจะมาโผล่ที่ City Gate Outlet
ห้างสรรพสินค้าที่ลดราคาทั้งปี
(เดี๋ยวไหว้พระเสร็จก่อนเราจะมาช้อปกัน:)

เพราะกระเช้าที่อยากนั่งข้ามภูเขาสามลูกปิดปรับปรุง ~.~
เราก็เลยต้องเดินทางกันด้วยรถบัสหมายเลข 23
ซึ่งจอดอยู่ข้าง ๆ ที่ขึ้นกระเช้า ใกล้ ๆ กัน
ราคารถบัสถูกใจสบายกระเป๋าเพราะราคาเพียง 16 HK$ เท่านั้นค่ะ
ถูกกว่าขึ้นกระเช้าหลายเท่า แต่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า
(ขึ้นกระเช้านองปิงใช้เวลา 20 นาที
แต่ขึ้นรถบัสสาย 23 ใช้เวลา 45 นาที)
ที่ฮ่องกง รถบัสแต่ละสาย จะมีป้ายเป็นของตัวเอง
ไม่เหมือนบ้านเราที่ป้ายเดียวรวมทุกสาย
คราวนี้เราจะขึ้นสาย 23 ก็เดินไปรอที่ป้ายหมายเลข 23 ค่ะ

การจ่ายเงินค่ารถนั้น ควรใช้ Octopus Card มา Tab นะคะ
เพราะถ้าไม่มีบัตร Octopus ก็ต้องจ่ายเป็นเงินจริง ๆ
ถ้ามีเงินไม่พอดีก็ต้องจ่ายเกินราคาไป
คนขับรถเค้าไม่ทอนเงินให้นะคะ
** ดู รายละเอียดของ บัตร Octopus Click ที่นี่

ตอนแรกคิดว่าทางขึ้นเขาคงไม่มีอะไรน่าสนใจ
กะว่าจะมานอนหลับบนรถ :P
แต่ที่ไหนได้ สองเส้นทางคดโค้งราวกับอยู่แม่ฮ่องสอน
เลียบภูเขา ผ่านทะเล และหมู่บ้านของชาวฮ่องกงไปเรื่อย

จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเราก็เห็น Big Budha
พระพุทธรูปเทียนถานขนาดใหญ่ยักษ์ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา

จากที่จอดรถ เราต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก
จึงจะถึงฐานของพระพุทธรูปเทียนถาน

ก็ค่อย ๆ ป่ายปีนกันขึ้นไปค่ะ
อากาศดีมาก และสองข้างทางก็เต็มไปด้วยต้นสนและต้นส้ม

เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ลมพัดเย็นสบาย วิวที่มองไปสุดสายตาคือภาพยอดเขาขนาดใหญ่
เหลื่อมซ้อนทับอย่างมีมิติ และมีศาลาเก๋งจีนเล็ก ๆ กลางป่า
นี่มันฉากในหนังจีนกำลังภายในชัด ๆ !

นี่คงเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนเกาะลันเตา
มองไปด้านหน้าเห็นภูเขา มองไปด้านหลังเห็นทะเล

และเมื่อแหงนไปเบื้องบน
ก็มองเห็นพระพุทธรูปปางสมาธิและห้ามญาติองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

รอบ ๆ องค์พระ จะมีรูปปั้นก็เหล่าเทพเจ้าในอิริยาบถต่าง ๆ
ซึ่งหันด้านหลังให้กับภูเขา และเงยหน้าไปทางองค์พระ



หลังจากกราบไหว้พระพุทธรูปแล้ว
ต่อไปก็ถึงคิวของร้านขายของที่ระลึก
หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง (Ngong Ping Village)

จริง ๆ แล้วที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านเก่าแก่
แต่เป็นหมู่บ้านที่จำลองขึ้นไว้ขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว
สร้างคล้ายกับหมู่บ้านจีนโบราณ

มี Wishing Shrine ให้เขียนขอพรด้วยนะ

มองมุมนี้คล้ายอยู่ที่ญี่ปุ่น :)

เที่ยวเล่นถ่ายรูปในหมู่บ้าน
จนแสงแดดยามเย็นสะท้อนประตูไม้เป็นสีส้ม

ก็ถึงเวลาที่จะต้องนั่งรถบัสกลับเข้าเมืองแล้ว
ไปรอรถที่ป้าย 23 เหมือนเดิม

ลงรถที่หน้าห้าง City Gate Outlet แล้วเราก็พุ่งตรงไปที่นี่
Food Republic :D

เดินวนกันอยู่สองรอบครึ่งก็ตกลงใจที่ร้านนี้
ร้านอาหารไต้หวัน
(เพราะเรามีแพลนจะไปไต้หวันกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อิอิ)

หน้าตาคล้าย ๆ ข้าวขาหมูพะโล้
แต่อร่อยกว่ามาก ๆ สรุปว่า ไต้หวันอาหารอร่อย น่าไปจริงๆ

นั่งกินข้าวไป ชมวิวไป
ก่อนจะไปใช้พลังงานด้านการช้อปปิ้งใน Outlet ต่อ :)

Remark:
ถึงจะอดนั่งกระเช้าแต่ก็มีรูปคู่กับกระเช้ามานะ
ไว้ค่อยกลับไปใหม่ เมื่อกระเช้าไม่ปิดปรับปรุง!
