พระพุทธรูปสี่ทิศไจ๊ปุ่น, หงสาวดี พม่า
เคยไปสัมภาษณ์งาน และต้องเล่าเกี่ยวกับงานอดิเรก
ก็บอกไปว่า ส่วนตัวแล้วชอบถ่ายรูปและเดินทางค่ะ
คนที่สัมภาษณ์เราก็จะถามคำถามเพิ่มว่า เคยไปไหนมาบ้าง
แต่คำตอบที่ทำให้รู้จักเราที่สุดและรับเราเข้าทำงาน
ทุกครั้ง คือ ประสบการณ์ Backpack ไปพม่าคนเดียว

เพราะส่วนใหญ่จะตีความกันว่าคนที่เดินทางคนเดียว
คือคนที่มีความเข้มแข็งมาก
ทั้งที่จริงแล้ว เราไม่ได้ใช้ความเข้มแข็งอะไรเลย
สิ่งที่มีคือ ความอยากรู้ อยากเห็นในโลกกว้างใหญ่ก็เท่านั้น
พูดถึงพม่า ทำให้นึกถึงความรู้สึกในตอนนั้น
ได้ผจญภัยไปในดินแดนแห่งเจดีย์
ที่เราโดนฝังหัวมากับหลักสูตรการศึกษาของไทยว่า
พม่าคือข้าศึกที่เลวร้าย มาปล้นเอาทองของเราไปจนหมด

ในความคิดของเด็ก ๆ ก็จินตนาการกันไปว่า
คนพม่าคงต้องใจร้าย ป่าเถื่อน
เวลาใครชวนเดินทางไปพม่า
มักจะมีแต่คนส่ายหน้า ว่า ไม่ไป
เพราะคงเห็นว่าเป็นประเทศปิด
และเหมือนไปเที่ยวประเทศของศัตรูของชาติไทย
(ขนาดนั้นเลยนะ)

แต่สำหรับคนที่เคยไปพม่ามาแล้ว
คงคิดเหมือน ๆ กัน ทั้งหมดว่า
ไม่ใช่เลยสักนิด
คนพม่า(ที่เป็นชาวบ้าน)ในความเป็นจริง
อ่อนโยน และน้ำใจดีงาม
เคร่งครัดศรัทธาในพุทธศาสนามาก

บ้านเรือนอาจจะดูด้อยค่า
แต่พุทธศาสนสถานนั้น ชาวบ้านทุกคนจะทุ่มทุนทุ่มแรง
เพื่อสร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าชาติใดในโลก
ที่ฉันตื่นตะลึงและชอบมากที่สุด
คือพระพุทธรูปยักษ์หันหน้าสี่ทิศ
ที่ชานเมืองหงสาวดี หรือเมืองบาโก

คุณลุงสามล้อถีบ ถีบด้วยแรงสองเท้า
เพื่อพานักท่องเที่ยวอย่างฉัน
ข้ามสะพานรูปรถไฟออกไปนอกเมือง

ถนนลาดยางที่นาน ๆ มีรถยนต์แล่นผ่าน
เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนถือปิ่นโตและนุ่งโสร่งสีเขียว
เวลาเกือบสี่โมงเย็น โรงเรียนเลิกพอดี
บางคนพ่อแม่มารับ บางคนก็เดินเท้ากลับบ้านเอง


จากแยกถนนลาดยาง
คุณลุงถีบรถเลี้ยวขวาเข้าไปใน
เส้นทางลูกรังเล็ก ๆ ที่มุ่งหน้าสู่พระพุทธรูปสี่ทิศ
ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ไจ๊ปุ่น”

ตำนานที่มาของการสร้างนี้ในตำราบอกไว้ว่า
สร้างโดยพระธิดาสี่พระองค์ของพระเจ้าหงสาวดี

ที่ให้คำมั่นสัญญากันว่าจะมุ่งเป็นอุบาสิกา ไม่อภิเษกสมรส
จึงสร้างพระพุทธรูปยักษ์สี่ทิศแทนแต่ละองค์ นั่งหันหลังชนกัน
เป็นศิลปะแบบมอญ พระพักต์จึงเป็นรูปไข่สวยงาม

แต่ต่อมาพระธิดาองค์สุดท้องผิดคำสาบาน
พระพุทธรูปของพระองค์จึงพังทลายลงมา

ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันคือองค์ที่สร้างใหม่ในภายหลัง
พระพักต์จึงเปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามศิลปะพม่า

ฉันชอบที่นี่มาก เพราะเป็นพุทธสถานที่สร้างด้วยผู้หญิง
ทำให้รายละเอียดต่าง ๆ ดูอ่อนช้อย งดงามและยิ่งใหญ่

ขนาดประตูทางเข้าที่นี่ ยังเป็นสีชมพูสวยงามเลยล่ะ

เด็กนักเรียนโสร่งสีเขียว มือข้างหนึ่งถือปิ่นโต
ยังคงเดินหน้ามุ่งสู่เจดีย์ไจ๊ปุ่น

ไม่รู้ว่าเด็กนักเรียนที่นี่เรียนรู้ประวัติศาสตร์
ที่เขียนถึงเมืองไทยว่าอย่างไรกันนะ?




















