ขี่ช้างลุยแม่น้ำรันตี, สังขละบุรี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, สังขละบุรี (Sangkhlaburi) | Wednesday 12 August 2009 8:41 pm
    เหตุผลหลัก ๆ ไม่กี่ข้อที่ทำให้อยากไปสังขละบุรี คือ

    1. สะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย
    2. เจดีย์พุทธคยา
    3. อยากขี่ช้างลุยน้ำ!

    ทำให้ฉันตั้งใจศึกษาข้อมูล
    หาที่พัก หา Package ที่มี One day trip ขี่ช้าง
    จนในที่สุด คำตอบของทั้งหมดก็คือ P. Guesthouse ค่ะ

    ด้วยราคาที่ไม่แพงและได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง
    ที่สำคัญเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่สังขละบุรี
    ที่มีทริปขี่ช้างลุยน้ำด้วย

    (ถึงจะไปพักที่อื่น แต่ก็ต้องมาซื้อ Package
    ไปขี่ช้างจากที่นี่เพียงแห่งเดียวนะคะ)

    ห้องพัดลมห้องน้ำรวม + one day trip แค่ 900 บาทเท่านั้น
    ถ้าห้องแอร์ ห้องน้ำในตัว + one day trip ก็ 1,100 บาท
    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บของ P. Guesthouse ได้เลยค่ะ


    ทัวร์เริ่มต้นตอนเช้าค่ะ นั่งเรือไปชมสะพาน ชมวัดจมน้ำ
    แล้วก็ล่องตามแม่น้ำไปขึ้นฝั่ง
    เพื่อนั่งรถสองแถวเข้าไปปางช้างที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง
    นั่งรถสองแถวไปนานมากเหมือนกัน
    ถนนก็มุ่งเข้าป่าไปเรื่อย ๆ
    จนในที่สุดเราก็ได้เห็นค่ะ
    นั่นไงคะ ช้าง ช้าง ช้าง ลุยน้ำข้ามมาหาเราแล้ว :D



    พอช้างมาถึง ทีมงานจะมีกล้วยมาขายให้เราซื้อให้ช้างกินนะคะ
    ถ้าเราจะขึ้นไปนั่งบนหลังของพวกเค้า(ช้าง)
    เราก็น่าจะมีน้ำใจซื้ออาหารให้พวกเค้ากินกันก่อนนะคะ

    พอเหล่าช้าง ช้าง ช้าง กินกันจนพออิ่มท้อง
    ก็ได้เวลาแล้วค่ะ
    ถึงขั้นตอนการขึ้นช้าง ^^”

    ช้างสังขละบุรีแสนรู้ค่ะ
    พอควาญบอกให้หมอบก็หมอบลง
    เราก็สามารถปีนขึ้นไปนั่งได้
    ขึ้นไปตอนแรกก็กลัวตกกันนิดหน่อย
    ต้องจับที่นั่งไว้แน่นเลย



    ตรงส่วนหัวของช้างก็มักจะมีตัวเรือด
    มาเกาะ ๆ เพื่อดูดเลือดช้าง
    เจ้าช้างก็จะรำคาญมาก
    เวลาเดินไปตามทางในป่าก็จะเอางวง
    เก็บกิ่งไม้มาปัด ๆ ไล่ตัวเรือดเองด้วย
    ช้างที่นี่ฉลาดมากค่ะ แต่ก็แอบดื้อ ๆ นิดหน่อย

    ช้างบางตัวก็อารมณ์ดีเหลือเกิน
    กินเสร็จแล้วก็เดินเอาพุงไปถูกับต้นไม้
    เห็นแล้วก็ขำ ๆ ดีค่ะ ก็มันคันพุงนี่เนอะ



    ช้างตัวที่ฉันได้นั่ง ชื่อ นรสา อายุประมาณสี่สิบกว่าปีแล้ว
    เรียกว่าเป็นคุณป้าขาใหญ่เลยทีเดียว
    รู้งานมาก ๆ ทำให้ควาญช้างของนรสา ไม่ค่อยอยู่คุม
    เฮียควาญช้างแกก็กระโดดไปนู่น
    เหยียบหัวช้างไปมาแบบ จา พนม

    ปล่อยให้ฉันนั่งแบบลุ้น ๆ ว่า ป้านรสาแกจะเดินไปตามทางหรือเปล่า
    เดินชมป่าไปเรื่อย ๆ พอถึงแม่น้ำ ป้าช้างนรสาแกก็ลุยเลยค่ะ
    ตอนขี่ช้างลุยน้ำสนุกมาก ๆ
    และรู้สึกรักช้างขึ้นมามากมายทีเดียว

    การได้มาขี่ช้างที่สังขละบุรี
    มันไม่เหมือนการขี่ช้างตามสวนสัตว์เลยค่ะ
    ช้างที่นี่อยู่ในป่าอย่างอิสระ
    พอหมดเวลางานก็ได้เดินเล่นริมแม่น้ำหาของป่ากิน
    เวลางานก็โดนเรียกมาให้พวกเรานั่งลุยป่าลุยน้ำ
    เส้นทางที่เดินก็คือป่าจริง ๆ
    น้ำที่ลุยก็คือแม่น้ำจริง ๆ
    ต้นไม้เขียวครึ้ม เส้นทางลัดเลาะไปเรื่อนตามธารน้ำ

    พวกเรานั่งช้างมาเป็นชั่วโมง ๆ
    พอถึงจุดนัดพบริมแม่น้ำรันตี
    ก็ร่ำลาเหล่าช้าง ช้าง ทั้งหลายได้ค่ะ
    ต่อไปจะเป็นการเดินป่าและล่องแพไม้ไผ่

    ตลอดการเดินทางทั้งวัน
    ทาง P. Guesthouse จะมีคนคอยถ่ายวีดีโอไว้ให้
    ถ้าใครอยากได้ก็สั่งซื้อซีดีกับทางที่พักได้เลยค่ะ :)

ชื่นใจเฮ้าส์, สังขละบุรี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, สังขละบุรี (Sangkhlaburi) | Wednesday 8 April 2009 1:09 pm
    สังขละบุรี เป็นอำเภอในหุบเขา ริมแม่น้ำซองกาเรีย
    คล้ายปาย คล้ายวังเวียง แต่เงียบกว่ามาก ๆ ถึงมากที่สุด :)



    ระยะทางคดโค้งข้ามแม่น้ำ ผ่านเทือกเขาด้านตะวันตกกว่าสองร้อยกิโลเมตร
    เมืองเล็ก ๆ ที่มีชุมชนชาวมอญและชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยง รวมถึงคนไทย



    อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบ และมีความสุขตามวิถีชีวิตที่ค่อยเป็นค่อยไป






    ฉันตีตั๋วรถตู้ของเอเชียไทรโยคเดินรถ
    จากตัวอ. เมือง จ. กาญจนบุรีไปอ. สังขละบุรี
    ด้วยราคารถ 175 บาท (ข้อมูลเดือนเมษายน 2009)
    ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง



    ที่ไปสังขละบุรีครั้งนี้ สนุก ประทับใจมาก
    ไปเดินป่า ขี่ช้าง ชมวัดจมน้ำ ล่องแพไม้ไผ่ ฯลฯ



    และที่สำคัญ ฉันได้มีโอกาสไปตามหา
    ร้านกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ที่ชื่อว่า ชื่นใจเฮ้าส์ มาด้วย :)



    ชื่นใจเฮ้าส์ หรือ บ้านชื่นใจ
    เป็น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านโปสการ์ด
    เพิ่งเปิดมาประมาณหกเดือน
    เปิดฮิป ๆ ชิค ๆ เพียงร้านเดียวของสังขละบุรี ในตอนนี้



    (ความที่มีแค่ที่เดียว
    ทำให้ฉันได้กลิ่นเหมือนที่นี่คล้ายปายยุคแรกเริ่มยังไงก็ไม่รู้สิ
    ทุกอย่างยังบริสุทธิ์ ผู้คนใจดี อยากให้คงไว้แบบนี้ตลอดไป
    แต่ไม่รู้จะได้อีกนานสักแค่ไหน)



    พื้นที่ด้านหลังร้านเป็นเนินดินลงไปยังริมน้ำ
    มีบ้านพักไว้บริการอีก 4-5 หลัง ด้วยกัน ตกราคาหลังละ 450 บาทเท่านั้น
    บ้านแต่ละหลังปลูกแยกกันเป็นส่วนตัว
    มีห้องน้ำในตัว ไม่มีทีวี ไม่มีน้ำอุ่น มีมุ้งให้
    หน้าบ้านมีเปลให้นอนอ่านหนังสือ
    ริมแม่น้ำมีเปลให้พายเล่น






    ถ้าไปพักที่นี่ หนังสือก็ไม่ต้องพกไปอ่านหรอกค่ะ
    ในร้านมีหนังสือน่าอ่านมากมาย ให้เลือกหยิบมานอนอ่าน

    หน้าร้านที่ติดถนน มีพื้นที่ไม่มาก
    แต่จัดร้านได้อย่างน่านั่ง เก้าอี้สีสวย แถมด้วยของขายกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารัก



    โปสการ์ด กระเป๋า ตุ้มหู สร้อยข้อมือ กำไล ภาพเขียน งานศิลป์ ฯลฯ
    ซึ่งทางพี่ ๆ เจ้าของร้านสะสมมาจากการเดินทาง
    และนำมาวางขายในราคากันเอง


    เมื่อเจ้าของเป็นนักเดินทาง
    ร้านจึงลงตัวสำหรับนักเดินทาง



    อาหารอร่อยมาก ๆ โดยเฉพาะ สปาเกตตี้บ้านชื่นใจ
    ลวกเส้นได้พอดี เข้าหลักการ อัล เดนเต้
    ซอสก็หอมอร่อย ชอบจานนี้มาก ๆ

    อาหารจานอื่น ๆ ของที่นี่
    เมื่อถามหลาย ๆ คนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยมาก
    วันหลังถ้ามีโอกาสต้องไปลองให้ครบ ^^



    ข้าวผัดสับปะรด 40 บาท
    ไข่เจียวเห็ดราดข้าว 35 บาท
    สปาเกตตี้ผัดขี้เมา 50 บาท
    มักกะโรนีหมู 50 บาท
    ไข่ตุ๋น เสิร์ฟกับข้าว 45 บาท
    ต้มข่าไก่ เสิร์ฟกับข้าว 55 บาท
    ส้มตำแครอท 30 บาท
    ยำทูน่า 45 บาท
    ผักนึ่งน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว เสิร์ฟกับข้าว 40 บาท
    แพนเค้กกล้วย 40 บาท
    ฯลฯ

    อยากกินทั้งหมดนี่เลยอ่ะ





    สำหรับเครื่องดื่มมี กาแฟสดเย็น มอคค่า ชาเย็น ฯลฯ



    ราคาไม่เกิน 45 บาท



    ราคาไม่แพง แถมจัดการทุกอย่างได้ลงตัวแบบนี้
    ไม่ไปไม่ได้แล้วค่ะ



    อืม มี Wireless ให้เล่นด้วยนะคะ :)



    Address: ชื่นใจเฮ้าส์ หรือ บ้านชื่นใจ อยู่ที่ สังขละบุรี
    ถ้าเข้าตัวอำเภอ ให้เลี้ยวแยกที่ผ่านสะพานมอญ ตรงไปเรื่อย ๆ
    ผ่าน P. Guesthouse ไปจะมีทางบังคับให้เลี้ยวซ้าย
    ตรงไปอีกนิด เจอสามแยก เลี้ยวขวา ก็จะเจอบ้านชื่นใจ ค่ะ
    หาไม่ยากเลยนะ





    เบอร์ติดต่อ จ้ะ (จากนามบัตรที่ได้มา)
    081-402-8960 (ต้น)
    081-300-9376 (นุ้ย)
    081-383-0904 (หนึ่ง)

    ส่วนนี่เป็นที่อยู่อย่างเป็นทางการ จากนามบัตรเช่นกัน
    100/1 หมู่ 1 ต. หนองลู
    อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี
    71240


Centurion Wordpress Theme