ส่วนต่าง ๆ ของบ้านแบบ Shophouse

บ้านเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส หรือที่เรียกกันอย่าง
less romantically ว่า Shophouse นั้น
เป็น Time Machine ที่ทำให้เราได้ย้อนเวลา
กลับไปนึกถึงยุคสมัยล่าอาณานิคมของนักเดินเรือชาวตะวันตกได้เป็นอย่างดี

นักเดินเรือผมสีทองตาสีฟ้า
เข้ามายึดแผ่นดินในซีกโลกตะวันออก
และพยายามเอาศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา
และสถาปัตยกรรมแบบที่บ้านของตนเอง
มาสร้างบ้านหลังที่สองในดินแดนที่มีเจ้าของเป็นใหญ่อยู่แล้ว
นั่นก็คือประเทศจีน ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตกและตะวันออก
จึงเกิดขึ้น East meet West
ชาวตะวันตกเป็นผู้สั่งการและให้ผังการก่อสร้าง
แต่ชาวตะวันออกอย่างคนจีนมีหรือ ที่จะยอมสร้างตามแบบแปลน
ที่ไม่ตรงตามคติความเชื่อดั้งเดิม
ด้วยเหตุนี้เอง บ้านสไตล์ East meet West จึงเกิดขึ้น
เป็นสถาปัตยกรรมที่รวมเอา โปรตุเกส จีน มาเลย์ เข้าด้วยกัน
เกิดเป็นบ้าน สไตล์ Shophouse ขึ้น

ในช่วงล่าอาณานิคมนั้น
โปรตุเกส เป็นประเทศแรกที่เข้ายึดสิงคโปร์ไว้
จึงทำให้สิงคโปร์มีสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งนี้
อยู่มากมายและหลากหลายยุค
ส่วนภูเก็ต ที่มีบ้านเรือนลักษณะนี้เพราะมีการติดต่อค้าขายกับปีนัง
นักธุรกิจชาวจีนที่ร่ำรวยจากการเข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุกในสมัยนั้น
จึงสร้างขึ้นเป็นชุมชน
ส่วนที่แตกต่าง หากสังเกตจะเห็นได้ชัดเจน
ระหว่าง Shophouse ที่สิงคโปร์ และ ที่ภูเก็ต
โดย Shophouse ที่อยู่ในโจทย์ข้อสอบของหน้าก่อนนั้น
อยู่ในย่าน Katong และ Joo Chiat

ซึ่งเป็น Shophouse ในยุคปลายของการเฟื่องฟู
จะเห็นว่ามีการลงรายละเอียดในการสลัก
และปั้นลวดลายอย่างวิจิตรตระการตา
เรียกว่าตกแต่งอวดฐานะกันจนที่สุด

ในขณะที่ Shophouse ของภูเก็ต
จะเป็นยุคถัดจากถนน Joo Chiat ที่สิงคโปร์
คือแทนที่จะมีลวดลายประดับประดาจนถึงขีดสุด
ก็จะเป็นสไตล์ออกแนว Art Deco แล้ว
ซึ่งเป็นลวดลายที่นำรูปทรงเรขาคณิตมาเป็นส่วนประกอบ
และลดความฟู่ฟ่าของลวดลายลง
อ่านถึงตรงนี้
บางคนอาจจะอยากรู้เฉลยของข้อสอบ ภูเก็ตหรือสิงคโปร์ แล้ว
แต่ถ้าใครยังไม่ได้ทำก็ขอให้ไปทำข้อสอบกันก่อนนะคะ
ข้อสอบในหน้าที่แล้วเป็นภาพจากย่าน Joo Chiat และ ย่าน อ. เมืองภูเก็ต
จะเห็นว่า Shophouse ในภาพแต่ละข้อ
มีสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกันมาก
แต่สามารถแยกได้อย่างง่าย ๆ
โดยถ้าภาพไหนเห็นสายไฟระโยงระยาง
นั่นล่ะเมืองไทย แน่นอน
ส่วนภาพ ที่ไม่มีสายไฟก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นสิงคโปร์นะคะ
มา ๆ ดูเฉลยกัน
จากภาพต่อไปนี้ จงตอบว่าในแต่ละข้อคือ ภูเก็ตหรือสิงคโปร์?
ข้อ 1.

ตอบ บ้านสีรุ้งที่ไม่เห็นสายไฟ แบบนี้ก็ต้อง สิงคโปร์สิจ๊ะ
ข้อ 2.

ตอบ ภูเก็ตแน่นอน สายไฟ พาดเป็นทางเลย
จะเห็นว่าบ้านสวยใกล้เคียงกับภาพบนแต่เพราะมีสายไฟ
เลยทำให้ความสวยลดลง
ข้อ 3.

ตอบ ทางเดินแบบนี้เรียกว่า ทางเดินกว้างห้าฟุต The Five Foot-Way
หรือภาษาจีนเรียกว่า หง่อคาขี่ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
และแสดงถึงภูมิปัญญาของคนโบราณ
ที่สร้างทางเดินให้เหมาะกับสภาพอากาศแถบร้อนชื้น
เพราะสามารถใช้เดินหลบฝน และหลบแดด ได้เป็นอย่างดี
คนโบราณมีน้ำใจ ไม่เหมือนในปัจจุบันที่บางบ้านของภูเก็ต
ได้สร้างรั้วกั้นทางเดินนี้ จนไม่สามารถใช้เดินเชื่อมต่อกันเป็นทางยาวได้
เฉลยข้อนี้ ก็คือภูเก็ตค่ะ (แอบเห็นสายไฟมั๊ยเอ่ย)
ข้อ 4.

ตอบ นี่เป็นทางเดินที่สิงคโปร์ค่ะ
เห็นมั๊ยคะว่าที่ ภูเก็ตสวยกว่า เพราะที่ภูเก็ตเป็นโค้ง ๆ
แต่ที่สิงคโปร์ในภาพนี้เป็นเหลี่ยม ๆ
ข้อ 5.

ตอบ ประตูสีส้ม ที่สิงคโปร์
ข้อ 6.

ตอบ ประตูสีฟ้าที่ภูเก็ต
ข้อ 7.

ตอบ ลวดลายเยอะแบบนี้ สิงคโปร์ค่ะ
โดยประตูระเบียงแบบเปิดออกได้ทั้งสองบานแบบนี้
เรียกว่าแบบ French Window ค่ะ
ข้อ 8.

ตอบ ลวดลายเยอะแบบนี้ สิงคโปร์ค่ะ
ศิลปะสีสันสดใสของชาวเพรานากัน
ซึ่งเป็นลูกครึ่งจีนและมาเลย์ ที่อาศัยในสิงคโปร์
ข้อ 9.

ตอบ สายไฟ… อีกแล้ว ภูเก็ตสิ
ข้อ 10.

ตอบ ภูเก็ตจ้า แต่บ้านหลังนี้สวยนะ
อยู่ตรงข้ามกะร้านหนัง(สือ)๒๕๒๑ ที่ ถ. ถลาง
(ถ้าจำไม่ผิด ^^”)
ข้อ 11.

ตอบ เริ่มง่ายแล้ว ข้อนี้ตอบ สิงคโปร์
ข้อ 12.

ตอบ แม่เจ้า เมื่อไหร่จะเอาสายไฟลงดินซักที
เสียดายหน้าต่างสวย ๆ แบบนี้ ที่ ภูเก็ต
ข้อ 13.

ตอบ ข้อนี้ สิงคโปร์ (โดนข้อสอบหลอกกันเยอะแยะ อิอิ)
แบบว่าถ่ายบ้านเก่าที่ไม่ได้ทาสีใหม่มาอ่ะ
ส่วนเส้น ๆ นั่นไม่ใช่สายไฟ แต่เป็นเชือกอะไรซักอย่าง
ข้อ 14.

ตอบ มีลวดลายแบบนี้ ที่สิงคโปร์แน่นอนค่ะ :)
นอกจากที่ สิงคโปร์และภูเก็ต แล้ว
บ้านสไตล์ Shophouse ยังมีอีกมาก ที่ประเทศมาเก๊า
ไว้อาทิตย์หน้าไปแล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกที :)
ขอบคุณรูปบ้าน shophouse จาก The Peranakan Experience
http://www.visitsingapore.com/publish/stbportal/en/home/about_singapore/brochure_listing.html






























