My Way 2009 :)

Posted by Rainbow | December Solstice | Tuesday 5 January 2010 12:09 am

January 2009



10 jan: ไปเป็นพิธีกรงานแต่งงานพี่เดือนกับเปา คู่กับบุ๋ม ที่สโมสรตำรวจ

18 jan: ไหว้พระภูเขาทอง, Bangkok Seaview บางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพฯ

31 jan: เกาะหมาก


Febuary 2009



1-2 feb: เกาะหมาก
9 feb: เมืองโบราณ, บางปู


March2009

เดือนที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปี งานเยอะและไม่ได้เดินทางไปไหนเลย


April 2009



4-6 april: ขี่ช้างลุยน้ำที่ สังขละบุรี


May 2009



7-10 may: เกาะสีชัง พัทยา เกาะล้าน
30-31 may: ทำฝาย, ล่องแพกับจีเอเบิล กาญจนบุรี


June 2009

เดือนมิถุนายน เก็บตังค์ไว้ไม่ไปเที่ยวไหน


July 2009



19-21: ไปหา ญ หญิง ที่สิงคโปร์


August 2009

ทำงานดึกดื่น เก็บตัว เก็บเงิน ไปฮ่องกงเดือนกันยา


September 2009



3-8 sep: เดินเล่น มาเก๊า, ฮ่องกง


October 2009



16-18 oct: กระบี่ (ไปฟรีกับ ททท.:ชนะประกวดภาพ เล่าสู่กันฟัง)

25 oct: งานแต่งงานพี่ชายอุ้ม (งานแต่งแบบมอญ) พระประแดง


November 2009



6-9 nov: ทุ่งบัวตอง, บ้านรักไทย, ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

28-30 nov: ฤดูร้อนที่บาหลี


December 2009



1 dec: ฤดูร้อนที่บาหลี

12-13 dec: Homestay เกาะรัตนโกสินทร์ วัดอรุณ&วัดโพธิ์&วัดสุทัศน์

19-20 dec: ไร่ฟักทองจิมป์ทอมสัน, บ้านไร่ตับเต่า, a cup of love, Primo Posto, Palio

ฟักทองแห่งความสุขกำลังเติบโต [Butternut:DIY]

    หลังจากที่ได้ไปวิ่งเล่นในไร่ฟักทอง จิมป์ทอมสัน ฟาร์ม
    เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (19 December 2009)
    ก็ซื้อฟักทองสายพันธุ์ต่าง ๆ กลับมาเยอะแยะมากมาย

    ฟักทองน่ารัก ๆ หลายแบบหลากสี
    แต่ที่คนในไร่แนะนำว่าอร่อยที่สุดคือ พันธุ์ Butternut



    Butternut รูปร่างไม่ค่อยเหมือนฟักทอง
    หน้าตาออกแนวฟักเขียว หรือน้ำเต้ามากกว่า
    แต่เพราะคุณค่าทางโภชนาการ
    และเนื้อด้านในคือเนื้อสีเหลืองทองสวย
    จึงเป็นสายพันธุ์หนึ่งที่คนไทยจะเรียกว่า ฟักทอง ได้ค่ะ



    เหมาะสำหรับทำขนมหวาน พาย ซุป
    แต่ถ้าเราทำไม่อยากยุ่งยาก
    หรือกลัวอ้วนเพราะกะทิ หรือ น้ำตาล

    ก็แค่ผ่า Butternut แล้วคว้านเมล็ดออกมาเก็บไว้
    แล้วใส่ไมโครเวฟ ไฟแรงสุด กด ปุ่ม 6-7 นาที
    จัดวางใส่จานสวย ๆ แล้วราดด้วยน้ำผึ้ง
    เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้เมนูของหวาน
    Butternut Honey แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟให้คนที่คุณรักแล้วค่ะ :)



    และด้วยความที่มีกระถางที่เคยปลูกกวางตุ้งไว้อยู่แล้ว



    มีกระถางหนึ่งที่มีพื้นที่ว่าง ๆ เหลืออยู่
    โบว์ก็เลยโยนเมล็ดฟักทองพันธุ์ Butternut ลงไป

    เพียงสามสี่วันหลังจากโยนลงกระถาง
    ใบเล็ก ๆ สีเขียว ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมายิ้มให้โลกใบนี้



    ตื่นเต้นนะคะ ไม่เคยปลูกฟักทองมาก่อน
    และก็ไม่คิดด้วยว่า ฟักทองพันธุ์นี้จะขึ้นได้ง่าย ๆ
    แถมยังโตเร็วอีกด้วยสิ :)



    รูปที่ถ่ายที่คือ วันที่สองหลังจากที่แตกใบอ่อนจากเมล็ดค่ะ

    ตอนนี้ก็ได้แต่เฝ้าดู Butternut Baby สามสี่ต้นนี้
    ว่าจะเติบใหญ่มีลูกมีหลานให้ได้เก็บกินกันหรือเปล่า?

    เพราะที่นี่ไม่ใช่ไร่ จิมป์ทอมสัน
    เป็นเพียงแค่ระเบียงเล็ก ๆ กลางเมืองใหญ่
    ที่มีแสงแดดยามเช้าส่องถึง

    ฟักทองแห่งความสุขกำลังเติบโต :)




    Remark
    (เพราะฟักทองงอกเอง ฉันเลยต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ)
    วิธีการปลูกฟักทองน้ำเต้า Butternut click ที่นี่

ฉันรักท้องฟ้าที่ประดับด้วยเมฆเก็บเห็ด

Posted by Rainbow | December Solstice | Saturday 31 October 2009 8:13 pm
    ท้องฟ้าบ่งบอกฤดูกาลได้ดีที่สุดเสมอ

    ฉันรักท้องฟ้าที่ประดับด้วยเมฆเก็บเห็ด
    หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าเมฆอัลโทคิวมูลัส (Altocumulus)
    … อย่างที่สุด


    เหตุเพราะนั่นคือท้องฟ้าของฤดูหนาว
    เป็นฤดูสั้น ๆ ที่แสนจะน่ารัก



    เต็มไปด้วยเทศกาลรื่นเริง ความรัก อ้อมกอด ของขวัญและดอกไม้
    และยังเป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง



    วันนี้วันที่ 31 ตุลาคมแล้ว
    ถ้าไล่ฤดูกาลตามปีปฏิทิน
    พรุ่งนี้วันที่ 1 พฤศจิกายน ก็ควรจะหนาวได้แล้วสินะ



    ** ปีที่แล้วลมหนาวของฉันหอมเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์
    ยังไม่รู้ว่าปีนี้จะเป็นกลิ่นหอมแบบไหนกัน :)

Sugar Moon

Posted by Rainbow | December Solstice | Friday 20 March 2009 2:46 pm

1.
บนถนนที่รถแล่นไปตามเส้นทางสายใหญ่
ข้างทางเป็นภาพพร่ามัวของกอหญ้าที่มีดอกปุยสีขาว
มองถัดขึ้นไปคือเงาดำมืดของป่าละเมาะ
แวบแรกดูน่ากลัว เพราะแสงส่องมาจากทางด้านหลัง
เงาของต้นไม้จึงเป็นสีดำสนิท



เหนือยอดไม้เป็นพื้นที่ท้องฟ้าสีส้มมัวปนเทา
เงาสายไฟสามเส้นเรียงตัวขนานกันไป
ราวกับเส้นบรรทัดบนกระดาษท้องฟ้า

พระอาทิตย์ดวงกลมสีส้มสุก เคลื่อนตัวลงต่ำเรื่อยๆ

บางครั้ง ฉันรู้สึกเสมือนหนึ่งว่าตัวเองคือดาวหาง
โคจรไปเรื่อยตามเวิ้งจักรวาล โดยมิอาจจะหยุดเดินทางได้
เพราะมีความสุขอยู่ด้วยการเดินทาง
ทางเดียวที่ดาวหางจะหยุดการโคจร
คือการพุ่งชนกับดาวอีกดวง
ผลของการปะทะอาจจะรุนแรง
จนทำให้ดาวหางแตกกระจาย
ออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย
บางส่วนอาจจะปลิดปลิวดังผงธุลี

พระอาทิตย์ลับยอดไม้ ฟ้าเป็นสีดำ
สายลมของประเทศกัมพูชาพัดมาสัมผัสกาย
ฉันสูดลมหายใจเข้ายาวนานแล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก
แสงเงินแสงทองเรืองรองที่ขอบฟ้า

แสงเงิน ในตำนานหมายความถึง พระจันทร์
แสงทองหมายถึงแสงเรืองรองของพระอาทิตย์

วันนี้เป็นวันที่มีแสงเงินแสงทองเรืองรองจับแผ่นฟ้า

2.
ยามเช้าที่ริมสระน้ำภายในนครวัด
มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ
มารอชมพระอาทิตย์ขึ้นกันอย่างแน่นขนัดเหมือนเดิม
ดีที่ฉันมาแต่เช้ามืด ทำให้ได้มาจองที่ก่อนคนอื่น ๆ
ถ้ามาสายกว่านี้ไม่มีทางเลยที่จะได้อยู่ในมุม
ที่มองพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเงาสะท้อนสวยสีส้ม
ตัดกับยอดปราสาทหินในสระน้ำ

นครวัดเป็นโบราณสถาน
ที่เต็มไปด้วยหลักฐานทางดาราศาสตร์
ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาดใจ

เคยอ่านในหนังสือ ANGKOR WAT Time, Space, and Kingship
มีเขียนไว้ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นตรงกับยอดปรางค์องค์กลาง
ในวัน วสันตวิษุวัต (Vernal equinox)
ซึ่งเป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี
เป็นเหตุให้ช่วงกลางวันและช่วงกลางคืนนั้น มีเวลาเท่ากัน

น่าแปลกที่คนโบราณรู้จัก
และคำนวณเรื่องราวของดวงดาวได้อย่างแม่นยำ
ทั้งที่เมื่อก่อนยังไม่เคยมียานอวกาศออกไปนอกโลกด้วยซ้ำ

ยังมีเรื่องราวอื่น ๆ อีกมากมาย
เกี่ยวกับเทหวัตถุบนท้องฟ้า และนครวัด ที่ฉันยังไม่ได้อ่าน
กะว่ากลับไปเมืองไทยคราวนี้จะค้นคว้าเพิ่มเติม
และอยากจะมาที่นครวัดอีกสักครั้ง ในวันที่มีเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์



วันนี้ไม่ใช่วันวสันตวิษุวัต พระอาทิตย์ขึ้นทางยอดปรางค์ด้านขวาสุด
แปลก พระอาทิตย์ดวงเดิม ดวงเดียวกันกับที่เคยเห็นอยู่ทุกวัน
แต่พระอาทิตย์ที่นี่ให้ความรู้สึก “มหัศจรรย์” ได้ดีเหลือเกิน

3.
ฝุ่นธุลีจากดวงจันทร์แห้งราวกับกระดูก
สสารในขวดที่อยู่ตรงหน้านั้น ก็ดูจะตรงกับคำจำกัดความทุกอย่าง
เธอเคยกินแต่ขนมไหว้พระจันทร์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ลิ้มรส ดวงจันทร์
เธอไม่อยากรู้หรือ ว่ารสชาติของดวงจันทร์เป็นเช่นไร
จะเปรี้ยวมะนาว หวานน้ำผึ้ง หรือเค็มปะแล่มด้วยเคยเป็นทะเลมาก่อน
เธอไม่อยากรู้จริง ๆ หรือ?
เธอชั่งใจและเก็บขวดผงดวงจันทร์นี้ไว้ในกระเป๋าเป้สะพายหลัง

มนุษยชาติหลายคนในประวัติศาสตร์โลก
ล้วนใฝ่ฝันที่จะได้ลิ้มรสดวงจันทร์
ทั้งในจินตนาการ วรรณคดีและวิทยาศาสตร์

ตอนนี้เธอมีโอกาสเหนือคนเหล่านั้นทั้งโลกแล้ว
แสงในขวดเรืองรองเย้ายวน
เธออยากชิมดวงจันทร์!



4.
ณ ฝั่งทะเลสีหนุวิล (จังหวัดกำปงโสม ประเทศกัมพูชา)
หญิงสาวยืนถือขวดใสขนาดเล็กที่มีผงสีเหลืองทองเรืองรองอัดแน่น
เปลือยเท้าเปล่า ยืนนิ่งอยู่บนหาดทราย
คลื่นยังคงซัดสาดดังเป็นท่วงทำนองเพลงไม่รู้จบ

สายลมทะเลอุ่น ๆ พัดเบา ๆ
ผมสีดำยาวสลวยของเธอปลิวสยายตามแรงลม
คล้ายสาหร่ายที่ลอยอยู่ในเวิ้งมหาสมุทรที่ไม่มีมรสุม

ท้องฟ้าสีเทา ทะเลสีดำ
แสงในขวดสว่างเหลืองเรืองรองในความมืด

หญิงสาว ก้าวลงไปในทะเลจนน้ำเปียกถึงเข่า
เธอเปิดขวดออก ค่อย ๆ เทฝุ่นธุลีจันทราลงไปในทะเล
แรงลมสมุทรพัดปลิวละลายฝุ่นจากดวงจันทร์
จางจนเป็นเนื้อเดียวอากาศก่อนจะลอยจมดิ่งลงในทะเลสีดำนั้น

ด้วยเวทมนต์แห่งจันทรา
ดวงจันทร์เต็มดวงสีเหลืองหวานค่อย ๆ แย้มยิ้ม
ออกมาจากปราสาทเมฆสีดำทะมึน
ท้องฟ้าพลันกระจ่าง
ผืนน้ำตรงหน้าหญิงสาวส่องประกายวิบวับสีทอง
ราวกับมีแสงจากหิ่งห้อยทะเลนับแสนนับล้านตัว

หญิงสาวรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง
ที่มาจากดวงดาวสีเหลืองนวลดวงนั้น

ราวกับนักบินอวกาศ
แล้วเธอก็ได้เหยียบดวงดาวพระจันทร์
แหงนหน้าจนคางตั้งตรงกับลำคอ
มองไม่เห็นท้องฟ้า แต่ครั้งนี้, เธอมองเห็นจักรวาล!

5.
“From the real moon” ชายแก่คนหนึ่งบอกหญิงสาว
หญิงสาวไม่แน่ใจ
แต่ยอมจ่ายเงินหลายแสนเรียลให้กับชายแก่ชาวเสียมเรียบ
อย่างน้อย ที่ข้างขวดก็เขียนไว้ว่า “DIY: Moon”

Egg Moon

Posted by Rainbow | December Solstice | Saturday 28 February 2009 1:40 am

    hen sky

    1.

    ความรัก ไม่ต่างอะไรกับ ไข่เจียว
    หอมกรุ่น ละมุนลิ้น และทำให้อิ่ม
    แต่ถ้าให้กินทุกวันคงน่าเบื่อ
    เวลาหิวจัดเท่านั้น ข้าวไข่เจียวจึงหอมหวาน

    ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 80 แคลอรี
    ไข่ดาว 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 125 แคลอรี
    ไข่เจียว 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 140 แคลอรี

    ไข่เจียวให้พลังงานมากที่สุด
    แต่ความรักให้พลังงานมากกว่า

    2.
    ความจริงเขาไม่อยากเจียวไข่อีกแล้ว
    แต่ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกได้
    มันคืออาชีพที่เขาต้องทำ คราใดที่ลูกค้าสั่ง ข้าวไข่เจียว
    เมื่อนั้นลูกค้าจะได้เห็นพ่อครัวร้องไห้เสมอ

    การร้องไห้ระหว่างเจียวไข่ไม่ใช่ปัญหา
    เพียงแต่พ่อครัวต้องคอยระวังไม่ให้น้ำตาหยดลงไปในชามตรงหน้านั้นก็พอ
    ความสะอาดเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ของการทำครัว

    น้ำตาที่หน้าเตาเป็นน้ำตาของความเศร้าจากหัวใจทั้งหมดทั้งสิ้น
    ทุกคราที่เขาตอกไข่ใส่ชาม
    ขณะใช้ส้อมตีเร็ว ๆ ให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากัน
    จนมีลักษณะคล้ายครีมไข่แตกเป็นฟอง
    ก็เหมือนกับเขากำลังระคนตีความทรงจำอันแสนเศร้า
    ให้มันออกมาปะปนกับความเหงาเงียบงันในปัจจุบันอย่างช่วยไม่ได้

    เสียงหวาน ๆ ของเธอคนนั้นลอยมาจากภาพในอดีต
    “หิวข้าวจัง เจียวไข่ให้กินหน่อยสินะ” เธอหิวมาเกือบทุกครั้ง
    เขาชอบเสียงออดอ้อนขอกินข้าวไข่เจียวแบบนี้ที่สุด
    และเมื่อเธอก้าวเข้ามาในบ้าน เธอจะตรงไปยังห้องครัว
    เดินวนเวียนอยู่ในครัว คอยส่งยิ้มและคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

    เธอน่ารักเหมือนลูกแมวเชื่องๆ เขาคือเจ้าของผู้มีหน้าที่ให้อาหาร
    เขายิ้ม เดินไปหยิบไข่มาสองฟอง
    ค่อย ๆ ตอกไข่ลงไปในชามที่มีรูปไก่อย่างแคล่วคล่อง
    แล้วใช้ส้อมตีไข่จนเข้ากันเป็นเนื้อครีมสีเหลืองนวล

    เปิดเตา วางกระทะ เทน้ำมัน
    ระหว่างที่รอให้น้ำมันร้อน มือข้างซ้ายของเขาจะถือตะหลิว
    ส่วนมือข้างขวาเขากอดเธอเอาไว้หลวม ๆ
    เธอมักจะดื้อ ชอบดิ้นเล็กน้อยตอนที่เขากอด

    พอน้ำมันร้อนจนมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ
    เขาก็เทครีมไข่เจียวลงในกระทะ
    มีเธอคอยลุ้นให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ

    กลิ่นไข่เจียวลอยฟุ้งหอมไปไกลแสนไกล
    ส่วนความรักหอมอบอวลอยู่ใกล้ ๆ เตาไฟนั้นเอง
    คนสองคนกำลังแสดงความรักให้แก่กัน อยู่ในครัว

    ชายหนุ่มเจียวไข่ธรรมดา ๆ
    แต่หญิงสาว เธอบอกว่าอร่อยที่สุดในโลก
    ไม่รู้ว่าเพราะ ‘หิว’ หรือว่าเพราะ ‘รัก’

    3.

    ไข่ที่ดีต้องใหม่และสดเสมอ
    ถ้าซื้อไข่มาแล้วไม่แน่ใจ ว่าสดหรือไม่ ให้เอาไข่ไปแช่ในน้ำ
    ถ้าไข่ลอยแสดงว่าเป็นไข่เก่า ใกล้เน่าเต็มที
    แต่ถ้าไข่จมลงไปในน้ำ แสดงว่าไข่ใบนี้ใช้ได้
    พร้อมสำหรับการถูกทำเป็นอาหาร

    แม้การเจียวไข่จะดูเป็นเรื่องง่าย ๆ
    แต่การเจียวไข่ให้อร่อยนั้นเป็นเรื่องยากมากเลยทีเดียว
    ความรักก็เหมือนกัน ใครใครก็มีได้
    แต่ความรักดี ๆ นั้น เป็นเรื่องเรื่องยากมากเลยทีเดียวที่จะได้พานพบในชีวิต

    มีภาษิตรัสเซียบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า
    ‘Love and eggs are best when they are fresh’

    4.

    ชายหนุ่มที่กำลังเจียวไข่ให้ฉัน กำลังร้องไห้!
    นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า

    ฉันไม่ได้สั่งไข่เจียวใส่หัวหอมนะ เขาก็ไม่ได้หั่นหัวหอมซักกะหัว
    ฉันสั่งไข่เจียวธรรมดา อืม หรือว่า ควันไฟจะทำให้เขาแสบตากันนะ
    เอาเถอะ ยังไงก็อย่าเอาน้ำตามาหยดใส่ไข่เจียวของฉันก็แล้วกัน

    “ไข่เจียวเสร็จแล้วครับ นี่ครับ ขอบคุณมากครับ”
    เขายื่นจานข้าวที่โปะหน้าด้วยไข่เจียวสีเหลืองกรอบฟูมาให้ฉัน
    ดวงตาของเขาเปียกชื้นไปหมด ทว่า มีรอยยิ้มที่ใบหน้านั้น

    ฉันรับจานข้าวไข่เจียวมาด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาด
    นึกสงสัยว่า ข้าวไข่เจียว จานนี้ที่ทำด้วยน้ำตาของพ่อครัว
    จะอร่อยหรือเปล่านะ?

    5.

    มีนิทานปรัมปราของจีนเรื่องหนึ่ง เล่าว่า

    เมื่อแรก เมื่อยังไม่มีสิ่งใดกำเนิดขึ้น จักรวาลจะมีไข่ฟองหนึ่ง
    ภายในไข่จะมีต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต
    เมื่อชีวิตในไข่เจริญเติบโตจนออกมาจากไข่ได้
    ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นก็เอาสิ่ว เอาค้อน
    มาสลักพระอาทิตย์ก่อนเป็นลำดับแรก
    ต่อมาสลักพระจันทร์ และดวงดาวต่าง ๆ
    โดยใช้เวลาในการสลักดวงดาวเกือบสองหมื่นปี จึงประกอบเป็นจักรวาล


    my universe

    ว่ากันว่าจักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด
    วิธีการทำไข่เจียวก็ไม่มีจำกัดเช่นเดียวกัน

    ตามตำนานที่มีการบันทึกไว้ในโลกใบนี้
    การเจียวไข่มีหลายหลากนานัปวิธี แต่ละชาติ
    แต่ละถิ่นมีวิธีเจียวไข่ที่แตกต่างกันไป เครื่องปรุง น้ำมัน กระทะ
    ความร้อนของเตาไฟ แม้แต่อาหารของไก่ ก็ส่งผลกระทบถึงคุณภาพของไข่ด้วย

    ถ้าในความหมายของศิลปะหมายความถึง สุนทรียภาพและเป็นความงามของโลก
    ไข่เจียวคือศิลปะแขนงหนึ่ง เป็นความงามของโลกอาหาร
    ที่แสดงต่อหน้าของผู้ชมซึ่งกำลังโหยหาความอบอุ่นนุ่มลิ้นนั้น

    การเจียวไข่ คือ ศิลปะ พ่อครัวก็คือ ศิลปิน

    6.

    ไข่เจียว คืออะไรน่ะเหรอครับ?
    ถ้าถามผมเมื่อสองปีก่อน ไข่เจียวคือความรักครับ
    แต่ถ้าถามตอนนี้ ไข่เจียวก็ยังคือ ความรัก อยู่ครับ
    แต่เป็นความรักที่ทำร้ายผมทุกครั้งเมื่อผมต้องเจียวไข่

    ผมคิดถึงเธอ ผมรักเธอ

    เธอมักจะมาอยู่กับผมในครัว ผมชอบเวลาที่เธอออดอ้อนผม
    ขอกินข้าวไข่เจียวฝีมือผม เธอชอบกินไข่เจียวที่สุดในโลกเลยครับ
    เธอบอกว่า รักผมมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน
    ผมเจียวไข่ เธอกินไข่เจียวที่ผมทำ

    นี่คือความสุขของโลกครับ
    แต่โลกความสุขจากไข่ มันไม่จีรังยั่งยืนหรอกครับ
    รอยร้าวที่เปลือกมันมีมากจน ความรักของผมกับเธอพังทลายลง

    ผมยังจำได้ดี เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในฤดูร้อน
    วันนั้นพระจันทร์เหลืองนวลเต็มดวง
    ผมเจียวไข่ให้เธอกินเหมือนทุกครั้ง
    แต่ครั้งนี้เธอกินไปแค่สองคำแล้วก็เอาแต่ร้องไห้

    เธอบอกผมว่า ขอบคุณมากที่ดีกับเธอ และรักเธอ
    แต่เธอไม่ได้รักผม!
    ครับ เหตุผลเพียงแค่นั้นก็มากเกินเพียงพอสำหรับการจากลา

    ผมร้องไห้ ได้แต่เฝ้ามองเธอเดินจากไป
    ในความมืด ผมเห็นเพียงแสงสว่างเดียวบนฟ้า
    พระจันทร์ไข่ทอประกายในค่ำคืนฤดูร้อน


    little moon

    ความรักจบลง แต่ผมยังต้องเจียวไข่ต่อไป
    ความจริงผมไม่อยากเจียวไข่อีกแล้ว
    แต่ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกได้
    มันคืออาชีพเดียวที่ผมรัก

    หากคราใดที่ลูกค้าสั่ง ข้าวไข่เจียว เมื่อนั้นลูกค้าจะได้เห็นผมร้องไห้เสมอ
    ผมอายมากเลยนะครับ ที่โดนคำสาปจากไข่เจียว
    ชีวิตของผมคงหนีไม่พ้นเรื่องไข่ ๆ นี่ล่ะครับ
    เพราะเมื่อวันก่อน ผมอ่านเจอจากในหนังสือ
    เพิ่งได้รู้ว่าชื่อหนึ่งของพระจันทร์ในเดือนฤดูร้อนที่ผมเลิกกับเธอนั้น
    ชื่อว่า Egg Moon - พระจันทร์ไข่เจียวของผม


    เขียนโดย Bowrainbow.com เมื่อฤดูร้อน ปี 2008 :)
    เรื่องเศร้าที่เขียนแล้วอร่อยอย่างบอกไม่ถูก
    Inspire จาก หนังสือ พระจันทร์ ของส้มและพิว

    Circle of friends
Next Page »
Centurion Wordpress Theme