Wong Chi Kei ร้านบะหมี่ในตำนาน, จัตุรัส เซนาโด้ มาเก๊า

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Sunday 8 August 2010 2:08 pm
    มาเก๊าเคยเป็นอาณานิคมของประเทศโปรตุเกสอยู่ประมาณสี่ร้อยกว่าปี
    ทำใ้ห้ความเป็นยุโรปโปรตุเกสแทรกซึมอยู่เกือบทุกอณูของมาเก๊า
    ทั้งอาหารแบบแมกกานีส ศาสนา โบสถ์ สถาปัตยกรรม ศิลปะ ภาษา ชื่อถนน
    ไม่เว้นแม้แต่ลายพื้นรูปลอนคลื่นที่จัตุรัสเซนาโด้
    ซึ่งเป็นลายเดียวกับลายพื้นที่จัตุรัสในกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส



    ถึงจะมีความเป็นโปรตุเกสปะปนอยู่ แต่มาเก๊าก็ยังคงความเป็นจีนไว้เป็นอย่างดี
    อาหารจีนสูตรดั้งเดิม อร่อย ๆ ยังคงมีให้ชิม
    และร้านในตำนานที่สืบทอดสูตรลับกันมาหลายชั่วอายุ
    ที่ทุกคนไม่ควรพลาดเมื่อไปถึงมาเก๊าคือร้านนี้ ร้าน Wong Chi Kei (หว่อง-ชี่-เก)



    โจ๊กปู อร่อยไม่แพ้ร้านโจ๊กที่ฮ่องกง
    ใส่เนื้อปู และกระดองปูสีแดงมาทั้งกระดอง :D



    จานนี้เป็นเส้นหมี่ราดหน้า เมนูชื่อดังของร้านที่พลาดไม่ได้
    ว่ากันว่าเส้นหมี่สูตรนี้สืบทอดสูตรลับกันมานานหลายชั่วอายุคน
    ไม่นิ่ม ไม่กรอบ ราดน้ำราดหน้าขลุกขลิก และหากินสูตรนี้ได้เพียงที่นี่เท่านั้น!



    ส่วนอีกเมนูเป็นจานที่มองโต๊ะข้าง ๆ แล้วสั่งตามเพราะมันน่ากินมาก
    ลักษณะเป็นจานรวมทุกสิ่ง ทั้งเกี๊ยว ขนมจีบ ฮะเก๋า ขาหมู เห็ดน้ำแดง ขาเป็ด ปีกไก่พะโล้
    เป็นเมนูจานเด็ดที่อยากจะกลับไปมาเก๊าเพื่อได้ลิ้มรสอีกซักครั้ง
    อร่อยทุกสิ่งอย่าง และไม่เลี่ยนอีกด้วย ไม่รู้ทำได้ยังไง






    น้ำซุปก็มีให้เลือกมากมาย ในรูปนี้คือน้ำซุปปลาหมึกจากทะเลจีนใต้



    เครื่องดื่ม เป็น ตงหลายฉ่า (ชานมเย็น)



    และตงเหลงฉ่า (ชามะนาว)
    มะนาวที่ร้านนี้ใส่เลมอนสีเหลืองลูกใหญ่ฝานบาง ๆ ลงไปในแก้วเลยค่ะ
    และมีอีกหนึ่งเมนูเป็นผสมน้ำผึ้งด้วย อร่อยชุ่มคอ :)





    Address: หน้าจัตุรัสเซนาโด้ ฝั่งเดียวกับวัตสันและร้านนมตุ๋นอี่เสิ่นจ้า

ร้านนี้มีวัว..นมตุ๋นอี่เสิ่น I son, จัตุรัสเซนาโด้ มาเก๊า

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Wednesday 12 May 2010 10:42 pm
    ยามเช้าที่มาเก๊า แสงแดดอ่อน ๆ ลมเย็นสดชื่น
    เหมาะกับการเดินจากโรงแรมไปจัตุรัสเซนาโด้ (Senado Square)



    โคมกระดาษที่ทำเป็นรูปผลไม้เมืองร้อน
    สีสันตัดกับตึกเก่าสีปูนดิบสไตล์โคโลเนียล



    อาคารแถวจัตุรัสเซนาโด้มีหน้าต่างน่ารัก ๆ
    ที่ประดับด้วยกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ที่ออกดอกบานสะพรั่ง






    เดินไปอีกไม่ไกล ตรงหน้าจัตุรัสเซนาโด้
    จะสังเกตเห็นร้านสีชมพูร้านหนึ่งที่มีวัวหนึ่งตัวเกาะอยู่บนป้ายหน้าร้าน



    แสดงว่ามาถูกทางแล้ว ร้านนี้เลยที่เราจะมากินอาหารเช้ากัน
    ร้านนมตุ๋นชื่อดังเก่าแก่มากว่าสี่สิบปี ที่ใครต่อใครก็พากันบอกว่า จะให้ “ถึง” มาเก๊า
    ต้องมากินนมตุ๋นที่ร้านนี้ ร้าน อี่เสิ่น I son



    ภายในร้านไม่ได้จัดตกแต่งอะไรมากมาย
    เป็นร้านธรรมดา ๆ เหมือนร้านชาวบ้านทั่ว ๆ ไป
    และช่วงเวลานี้ก็ยังเช้าเกินไปที่นักท่องเที่ยวที่เป็นกรุ๊ปทัวร์จะมา



    ปัญหาที่เจอในเช้านั้นก็คือ เมนูที่เราเจอในเช้านั้นจึงเป็นภาษาจีนทั้งหมด!



    โชคดีที่เรามีคัมภีร์ภาษาจีนกันอดตายไปด้วย วะฮา ฮ่า
    มื้อเช้านั้น เราใช้ภาษาจีนแบบจิ้ม ๆ ในกระดาษจนได้อาหารหลักมาคนละหนึ่งชาม ^^”



    เป็นบะหมี่หน้าหมูย่างชิ้นโต และ บะหมี่หน้าไข่ใส่หมูย่าง
    (ด้วยภาษาจีนแบบจิ้ม ๆ เราจึงได้เมนูที่แทบจะไม่แตกต่างกันมา 2 ชาม)






    หลังจากโซ๊ยอาหารเช้าที่สั่งได้มาแบบมั่ว ๆ แล้ว
    ต่อไปเราก็เดินไปจิ้ม ๆ ที่ตู้กระจกใส ๆ ด้านหน้าร้านเลย โดยไม่ดูเมนูอีก
    ภาษาใบ้นี่สิสากลที่สุดในโลก นิ้วชี้ ๆ เอาอันนี้หนึ่งถ้วย แล้วก็อันโน้นอีกถ้วย :)



    ถ้วยนี้ Milk Pudding เรียกแบบไทย ๆ ว่า นมตุ๋น
    คือร้านนี้เค้ามีฟาร์มโคนมอยู่ที่ไหนซักแห่ง เค้าก็เลยดังมาก เรื่องการแปรรูปนม -> นมตุ๋น
    เมนูนี้ล่ะค่ะ ที่ทำให้ร้านนี้โด่งดังมาก ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนมาเก๊า



    ส่วนสีเหลือง ๆ นวลเนียนถ้วยนี้คือ Egg Pudding ค่ะ
    แต่เท่าที่จำรสได้ มันก็คล้าย ๆ กะนมตุ๋นและมีกลิ่นหอมของไข่นิด ๆ
    คิดว่าเค้าคงจะใส่นมลงไปตุ๋นกับไข่ด้วย ให้คะแนนถ้วยนี้มากกว่าถ้วยที่แล้วครึ่งคะแนน



    ถ้าใครไปมาเก๊าก็ไม่ควรพลาดร้านนี้ค่ะ
    ถึงนมตุ๋นจะไม่ค่อยอร่อยถูกปาก แต่ก็เป็นของแปลกที่ไปถึงที่แล้ว ต้องลองให้ได้



    ป.ล. ถ้าถามถึงเมนูที่ได้คะแนนสูงสุดของเช้าวันนั้น หมูย่างได้คะแนนเต็มค่ะ
    อร่อย ชิ้นใหญ่ ไม่แพง แต่ว่ามันไม่ใช่ recommend menu นะคะ
    ร้านนี้เค้าให้ไปกินนม ไม่ใช่ไปกินหมูวววววววววว ^oo^

    อิ่มมื้อเช้าแล้วรถคาสิโนข้ามเกาะไปเที่ยว City of Dream ต่อค่ะ

ในอ้อมกอดของประภาคาร - รักเธอกอดคนอื่น?, มาเก๊า

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Tuesday 13 October 2009 3:12 pm
    เมื่อแรกเริ่มเลยนั้น ฉันขอสารภาพว่า
    ไม่เคยรู้คุณค่าของประภาคารมาก่อนเลย
    รู้แค่ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างคล้ายหอคอยสูง ๆ อยู่ริมทะเล
    ..ก็เท่านั้น

    จนกระทั่งได้มารู้ความหมายและคุณค่าที่แท้ของประภาคาร
    เมื่อมีโอกาสได้อ่านงานเขียนโรแมนติกแสนเศร้าชิ้นหนึ่งนี้


    รักเธอกอดคนอื่น โดย ‘ปราย พันแสง
    (จากหนังสือ “ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเธอ ชีวิต”)




    เมื่อรักใครคนหนึ่ง
    จึงไม่สำคัญเลยว่าเราจะได้กอดกันหรือไม่

    ความรักบางอย่างในชีวิตคนเราเอื้อมไม่ถึง
    สัมผัสไม่ได้
    เหมาะสำหรับเอาไว้มองดู
    ไว้ชื่นชมอยู่ไกลๆ

    ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า
    ยามเราล่องเรืออยู่ในทะเลลึก
    จนหาทางกลับไม่ได้

    เราจ้องมองดวงไฟ
    เพียงให้รู้ว่าควรเดินหน้าไปทิศทางใด
    ใช่จะต้องเบนหัวเรือ..เพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่า
    หน้าประภาคารเสียเมื่อไหร่

    ได้รักเธอ…ประภาคารก็ดูสวยดี
    คนที่ฉันกอดได้
    ก็ทำให้รู้ว่าโลกนี้สดชื่นสว่างไสว

    อย่าสนใจเลยนะคนดี
    ว่ารักเธอแล้ว ฉันคนนี้จะกอดใคร
    แค่เชื่อว่าฉันรักเธอตลอดไป
    เพียงพอแล้ว


    ได้รักเธอ…ประภาคารก็ดูสวยดี..
    อ่านงานชิ้นนี้แล้วอยากร้องไห้นะคะ
    ไพเราะแสนร้าย …
    ร้ายแสนรัก…

    ใกล้ไกลคงไม่ต่าง
    ถ้ารักกันแล้วกอดกันมิได้
    คงเป็นเรื่องเศร้าที่สุดของชีวิตค่ะ



    ที่มาเก๊ามีแหล่งท่องเที่ยวหนึ่ง
    ซึ่งน่าสนใจมากเพราะคือ ประภาคาร
    สำหรับคนที่ชื่นชมและหลงเสน่ห์ของประภาคาร
    ไม่ควรพลาดที่นี่เลยค่ะ

    ประภาคารนี้ชื่อว่าประภาคารเกีย (Guia Lighthouse)
    เป็นประภาคารเก่าแก่สไตล์ตะวันตกแห่งแรก
    ที่ถูกสร้างขึ้นในดินแดนเอเชียตะวันออก



    โดยมีระยะเวลาในการสร้างตั้งปี 1864 ถึงปี 1865
    ถ้านับถึงปี 2009 นี้ ก็คำนวณได้ 145 ปี
    และที่สำคัญคือ เป็นประภาคารที่ยังหายใจอยู่
    เพราะยังส่องไฟนำืทางได้อยู่จริง




    ในวันที่อากาศดี ไม่มีเมฆหมอก
    สามารถส่องแสงสว่างนำทางให้เรือในทะเลได้เห็น
    เป็นระยะทาง 20 ไมล์เลยนะคะ



    เป็นประภาคารเก่าแก่แต่โคตรเก๋า!



    ข้างประภาคารเกียมีโบสถ์โบราณเล็ก ๆ สไตล์บาโร๊ค (Baroque)






    ี่
    ด้านในมีศิลปะภาพเขียนงดงาม
    แต่เพราะสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1637
    ทำให้ศิลปะด้านในกำลังเลือนลางไปตามกาลเวลา



    ได้รักเธอ…ประภาคารก็ดูสวยดี..
    แต่ประภาคารเองก็คงอยากมีคนโอบกอดบ้าง

    จะให้รักเธอแต่กอดคนอื่นตลอดเวลาได้ยังไงกัน
    คิดเหมือนฉันหรือเปล่าคะ?


    วิธีเิดินทางไปกอดประภาคาร

    ตอนที่ไปมาเก๊า ฉันนั่ง Cable Car ที่ Flora garden
    ขึ้นไปบนยอดเขาเกียค่ะ



    ค่าขึ้น Cable Car ขาเดียว 2 MOP
    คิดเป็นเงินไทยไม่ถึงสิบบาท ><


    จากบน Cable car
    สามารถชมวิวเมืองมาเก๊าในมุมสูงได้ด้วย
    นั่งไม่ถึง 2 นาทีก็ถึงยอดเขาค่ะ



    จากจุดลง Cable Car เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ค่ะ
    ผ่านเส้นทางร่มรื่น ต้นไม้เขียวครึ้ม



    ก็จะไปถึงทางเดินขึ้นประภาคารเกีย ค่ะ
    มีป้ายบอกตลอดทางไม่ต้องกลัวหลง



    ด้านล่างประภาคารมีมิวเซียมเล็กๆ
    อยู่ในอุโมงค์ให้ชมด้วยค่ะ






    ส่วนทางลงนั้น จะเดินกลับไปลงทาง Cable Car
    หรือจะเดินลงเขาฝั่งประภาคารเลยก็ได้ค่ะ
    เดินลงมาได้ ไม่ไกลมาก



    ลงมาจากเขาเลี้ยวขวาไปก็จะเจอป้ายรถเมล์
    ป้ายของ Royal Hotel ค่ะ
    แต่ถ้าใครเดินเก่ง ๆ หน่อย ก็สามารถเดินเข้าเมืองได้เลยค่ะ
    เพราะถ้าลงมาถึงตีนเขา
    เดินอีกนิดเดียวก็ถึงคาสิโนลิสบัวแล้วล่ะค่ะ :)


    ในประเทศไทยมีประภาคารอยู่หลายแห่งค่ะ
    ลอง click ดูได้ที่ link นี้ค่ะ -> ประภาคารในประเทศไทย


ดั่งโลกหยุดหมุนที่ The Venetian, Macau

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Thursday 8 October 2009 10:12 pm
    ไม่มีที่ใดบนโลกเหมือนที่นี่
    ท้องฟ้ายามเย็นเป็นสีฟ้าใส
    แสงสีส้มอ่อนระเรื่อทอบนเมฆฟูฟ่องสีขาว



    ไม่ว่าจะหายใจอยู่สถานที่แห่งนี้นานเท่าใด
    ท้องฟ้ายามเย็นก็ยังคงสีและแสงสวยอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
    รู้สึกดั่งโลกหยุดหมุน เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดหยุดเดิน



    เสียงเพลง Serenade ดังแว่วมาจากเรือกอนโดล่า
    ที่กำลังแล่นอยู่ในลำคลองสีฟ้าใส






    ตึกสไตล์อิตาลีสีส้มอิฐ



    สะพานข้ามคลองทอดโค้งอยู่ทุกหนทุกแห่ง



    หน้าต่างสีเขียว ดอกไม้เล็ก ๆ สีเหลืองในกระถาง
    ทุกอย่างที่นี่ถูกจัดวางอย่างลงตัวน่ารัก









    ที่นี่ The Venetian
    ไม่ใช่ อิตาลี แต่เป็นที่ มาเก๊า


    และท้องฟ้าที่เห็นทั้งหมดนี่เป็นภาพ Paint!



    ทุกสิ่งสวยด้วยการจัดแสงให้พอดี



    ทำให้เวลาถ่ายรูปออกมา
    จึงเหมือนเมืองที่อยู่ Outdoor มากกว่า Indoor



    The Venetian เป็นคาสิโนขนาดใหญ่
    และมีโรงแรมระดับห้าดาว



    ว่ากันว่าภาพวาดโรมัน
    รูปโป๊เปลือยบนเพดานทางเข้านั้น



    ทำขึ้นเพื่อทำให้ดวงของคนที่เข้าไปเล่นการพนันเสื่อมลง
    ฮวงจุ้ยของคาสิโนเกือบทุกที่จะมีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เกือบทุกที่






    ความหรูหราไฮโซของที่นี่พบทุกหนทุกแห่ง



    แม้แต่เพดานลานจอดรถนะ ลองดูเอาเถอะ!



    ส่วน Grand Canal Shop ที่มีท้องฟ้าจำลองสวยงามนั้น
    มีสวรรค์ของคนรักช๊อกโกแล๊ตซ่อนตัวอยุ่ด้วยนะคะ
    ร้าน Godiva ไงคะ :)






    แก้วละสองร้อยกว่าบาท แต่อร่อยล้ำ
    เข้ากับบรรยากาศไฮโซหรูหราของ The Venetian มาก ๆ เลยค่ะ





    Address: เกาะไทปา, มาเก๊า
    ตรงข้ามกับ City Of dream ค่ะ
    แล้วคุณจะรู้ว่า เวนิส อยู่ใกล้เมืองไทยแค่นี้เองค่ะ

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ -> The Venetain




Dragon’s Treasure - City Of Dream, Macau

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Sunday 4 October 2009 4:20 pm
    มังกร คือสัตว์ในนิทานตำนานปรัมปรา
    ที่มีเรื่องเล่าจากทุกพื้นที่ของโลกมากที่สุด
    ไม่ว่าประเทศไหน ๆ ต่างก็อ้างว่ามีมังกรเป็นของตัวเอง
    จะเห็นได้จากประเทศตะวันตกและประเทศฝั่งตะวันออก
    ต่างก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับมังกรเกือบทุกประเทศ
    รวมถึงยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ พละกำลัง และความอุดมสมบูรณ์



    ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่าเกี่ยวกับรูปร่าง อำนาจวิเศษ พลังมหัศจรรย์
    พ่นไฟ บินได้ ดำน้ำได้ ฯลฯ



    ดูเหมือนมังกร จะมีชีวิตอยู่เพียงในนิทาน ตำนานหรือการ์ตูนเท่านั้น
    ยังไม่เคยมีใครบนบนโลกนี้ ได้พบเจอกับมังกรแม้แต่ตัวเดียว
    แต่โบว์มีวิธีที่จะพาคุณไปพบกับมังกรตัวจริงค่ะ

    ถ้าคุณพร้อมที่จะพบกับท่านมังกร(ที่มีชีวิตและบินได้)
    ก็ขอเชิญขึ้นรถบัสคันนี้เลยค่ะ



    รถบัสคันนี้สามารถขึ้นได้ที่ท่าเรือมาเก๊า
    ด้านข้างจะเขียนว่า City Of Dream
    รถบัสคันนี้จะพาคุณข้ามจากเกาะมาเก๊าไปเกาะไทปา
    ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที



    และบนรถจะมีคนมาเดินแจกบัตรให้หนึ่งปึก
    รับไว้นะคะเพราะในนั้นจะมีบัตรหนึ่งใบ
    ซึ่งเป็นบัตร VIP Pass สำหรับเข้าพบท่านพ่อมังกรค่ะ



    เมื่อไปถึง City Of Dream






    ก็ให้เดินเลี้ยวซ้ายไปที่ The Bubble นะคะ



    นำบัตร VIP Pass ไปแลกเป็น Ticket หน้าตาแบบนี้



    ท่านพ่อมังกรจะให้เข้าได้เป็นรอบ ๆ ค่ะ
    โบว์ไปทันรอบเที่ยงพอดี



    กด Play ที่คลิปด้านล่างนี้เลยนะคะ
    เพื่อที่ท่านจะได้เห็นกับตาตัวเองว่ามังกรมีอยู่จริง ๆ

    ถ้าได้ดูด้วยตาตัวเองจะตื่นเต้นมากค่ะ
    เพราะมันเหมือนจริงสุด ๆ เลย:D

    เป็นการแสดง Dragon’s Treasure ของ City Of Dream ค่ะ
    ซึ่งจัดแสดงภายในโดมครึ่งวงกลมที่เรียกว่า The Bubble



    ถ้านึกไม่ออกก็ให้นึกถึงท้องฟ้าจำลองก็ได้ค่ะ
    เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า
    จัดแสดงด้วยเทคโนโลยีภาพกราฟฟิคแบบล้ำยุค
    ไม่เคยชมอะไรที่เหมือนจริงแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ



    คงเป็นเพราะช่วงเริ่มต้นการแสดงนั้น
    มีภาพกราฟฟิคที่นำโดมทั้งโดมดำดิ่งสู่ใต้มหาสมุทร



    ภาพที่ปรากฏเวลาเรามองขึ้นไปจึงเหมือนว่า
    เราอยู่ใต้ทะเลลึกจริง ๆ

    ภาพมังกร ภาพฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่นั้น
    สวยงามและเหมือนเราอยู่ใน Under water world ขนาดยักษ์
    (ต้องคอยเตือนสติระหว่างดูอยู่เสมอว่า นั่นมันภาพลวงตานะ)



    ชมการแสดง Dragon’s Treasure เสร็จแล้ว
    เมื่อเดินออกมาทุกคนจะรู้สึกเสมือนว่า
    ได้รับพลังเต็มเปี่ยมจากท่านพ่อมังกร
    และพร้อมที่จะไปเสี่ยงดวงในคาสิโน City Of Dream ต่อไปค่ะ


    Address: คาสิโน City Of Dream
    อยู่ตรงข้าม The venetain เกาะไทปา มาเก๊าค่ะ
    (เพิ่งเปิดเมื่อ มิถุนายน 2009 นี้เองนะคะ)

    ค่าเข้าชม: ฟรีค่ะ และอาจจะได้กำไรจากการหยอด Slot ในคาสิโนอีกนิดหน่อย

    เช็ครอบการแสดง และรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ The bubble


    Recommend: ครั้งหนึ่งในชีวิต สมควรอย่างยิ่งที่ต้องไปดูให้ได้ค่ะ
    แล้วคุณจะเชื่อว่ามังกรมีอยู่จริง!
Next Page »
Centurion Wordpress Theme