Stone & Flower, บาหลี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, บาหลี (Bali) | Friday 18 December 2009 12:52 pm
    บาหลีเป็นเกาะแ่ห่งเทพเจ้า
    วัดวาอารามและเทวรูป(รวมถึงรูปปั้น)
    จึงมองเห็นอยู่ทั่วไปทั้งเกาะ



    การบูชาเทพเจ้า ของคนที่นี่จึงเป็นกิจวัตรประจำวัน
    ธรรมชาติ สวยงาม และง่ายดาย
    Easy is so beauty!



    ดอกไม้สดสีแดงกับเทวรูปหิน
    เป็นภาพของที่แสดงถึงความอ่อนโยนและศรัทธา



    เราจึงพบรูปปั้นที่ประดับด้วยดอกไม้สด
    คล้ายเพิ่งมีคนเด็ดจากต้นและนำมาวางไว้
    อยู่แทบทุกสถานที่ ทั้งหน้าวัด, ในรีสอร์ท, ร้านค้า, ริมถนน ฯลฯ






    นอกจากดอกไม้แล้ว ที่วัดหรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ
    จะมีการปลูกดอกไม้ที่มีสีสันสดใส สวยงาม
    คล้ายกับการบูชา กึ่งประดับประดา






    สีสันสวยสด ของดอกไม้ จึงตัดกับสีดำทมึนของฉากหลัง






    ฉันไม่ได้ชื่นชอบก้อนหิน วัด ศิลปะ
    หรือรูปปั้นสไตล์บาหลีใด ๆ ทั้งสิ้น
    แต่ชื่นชมดอกไม้ที่วางอยู่บนนั้น
    เพราะแตกต่างจึงงดงาม :)



เหล้าแร๊งงง Drunken Duck @ Dirty Duck, อูบุด บาหลี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, บาหลี (Bali) | Thursday 17 December 2009 5:42 pm
    Bebek Bengil ในภาษาอินโดนีเซีย
    แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Dirty Duck

    ชื่อนี้ เป็นชื่อร้านอาหารยอดนิยมแห่งหนึ่ง
    ในเมืองอูบุด เกาะบาหลี



    ชื่ออาจจะฟังดูแปลก ๆ และดูไม่น่ากินเอาซะเลย
    แต่เพราะอาหารที่ทำจากเป็ดของที่นี่ อร่อยขึ้นชื่อ
    โดยเฉพาะ Crispy Duck



    เป็ดที่ผ่าครึ่งตัวแล้วมาทอดจนกรุบกรอบ
    เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงเป็นผัดผักสไตล์บาหลี



    น้ำจิ้มคล้ายอาจาดที่กินกับสะเต๊ะ
    ซอสพริกสีแดงแบบอินโด



    หน้าตาอาจจะดู Dirty Duck มาก ๆ
    จนไม่อยากจะลองชิม

    แต่พอได้ลองกินคำแรกก็หยุดไม่ได้ค่ะ
    เพราะที่นี่เค้าทอดเป็ดได้กรอบทั้งชิ้น

    เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาบาหลีเลยทีเดียว :)



    อาหารประเภทอื่น เช่น เฟตตูชินีอัลเฟรโด ก็ใช้ได้ค่ะ
    ลวกเส้นดี และรสชาติกลมกล่อม

    ทั้งหมดทั้งมวล ที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ
    Cocktail ที่มีชื่อว่า Drunken Duck



    เป็นเครื่องดื่มที่หน้าตาดูบ้าน ๆ เรียบร้อย ๆ
    แต่แรงใช่เล่น กลิ่นคล้ายเหล้าขาวผสมว๊อดก้า
    มีรสของมะนาวเล็กน้อย



    Dinner อาหารมื้อเป็ดเสร็จสิ้น
    ก็เดินกลับ โดยใช้เส้นทางวนเป็นวงกลมรอบเมือง

    แล้วฉันก็เดินร้องไห้รอบเมืองอูบุด :P
    ไม่รู้เพราะอะไรหรือเพราะแรงดึงดูดของพระจันทร์



    คุยเรื่อง… (ละไว้ในฐานที่เข้าใจคนเดียวละกันนะ เรื่องมันยาว)
    ทั้งที่ไม่น่าจะใช่เรื่อง สุดท้ายก็น้ำตาเริ่มชื้นที่ขอบตา
    เดินผ่านตลาดอูบุดยามค่ำคืน ตะโกนโวยวายเสียงดัง
    ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น น้ำตาไหล ร้องไห้พราก
    จนไปถึงร้านแลกเงิน Ubud Music จึงเริ่มสำเหนียก
    หยุดร้องไห้ แต่ตาแดงก่ำ

    ถึง Guesthouse Nick’s Pension นอนหลับหนึ่งตื่น
    ยามเช้าก็พบกับความสดใสดังเดิม

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่ร้องไห้เมื่อคืนเป็นวรรคเป็นเวร
    มีผลมาจาก Drunken Duck แก้วนั้นแน่นอน

    ใครอยากรู้ต้องไปลองเอง
    ของเค้าแร๊งงงงง!




    ร้านอยู่ Jl. hanuman ตรงแยกเลี้ยวไป Monkey Forest
    หาง่ายมาก ร้านเค้าใหญ่โต และบรรยากาศดีมากค่ะ



    อ่าน review โดยคนอื่น ๆ ที่นี่ค่ะ

    อ่านประวัติชื่อร้าน Dirty Duck ที่นี่ (ไม่รู้จริงหรือเปล่าสิ)

ไร่กาแฟกลิ่นซินนามอน, บาหลี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, บาหลี (Bali) | Tuesday 15 December 2009 1:09 pm
    ทุกครั้งที่นึกถึง Bali Coffee
    ฉันจะได้กลิ่นหอมกาแฟกลิ่น Buttery ฟุ้งในมวลอากาศ
    เจือด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้ซินนามอน Cinnamon



    มองไปทางขวาต้นกาแฟอยู่ตรงนั้น



    ส่วนต้นซินนามอนอยู่ทางนี้



    Barista ที่ทำหน้าที่ชงกาแฟให้ชิม
    เป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นบาหลีอารมณ์ดีเสื้อสีฟ้า
    แนะนำตนเองด้วยรอยยิ้มว่าชื่อ แบรด พิทท์!
    แค่นั้นล่ะ เสียงหัวเราะก็เต็มไปทั้งไร่กาแฟบาหลี









    ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาที่ไร่นี้
    แบรดพิทท์ก็เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับกาแฟให้ฟังไม่หยุด



    พร้อมทั้งสาธิตวิธีการคั่วกาแฟให้ดู






    หลังจากสาธิตการคั่วเสร็จ
    ก็พาเราไปชิมกาแฟที่ว่ากันว่าอร่อยและแพงที่สุด
    ซึ่งเมล็ดกาแฟจะจับตัวเป็นก้อน ๆ อยู่ในขวดโหลที่เห็น



    มันคือ กาแฟขี้ชะมด หรือ Kopi Luwak
    กาแฟที่โด่งดังเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง

    **อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกาแฟชะมดได้ ที่นี่



    ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยจะเชื่อว่าที่นี่ผลิต Kopi Luwak จริง
    จนเมื่อแบรดพิทท์ชี้ไปให้เดินไปที่กรงด้านหลัง



    จึงได้เห็นเจ้าชะมด หรือ Luwak นอนตัวเป็น ๆ ขนปุย ๆ อยู่ในกรง
    ตามข้อมูลบอกมาว่าเจ้านี่มันจะออกหากินในไร่กาแฟเวลากลางคืน
    แต่นอนหลับเวลากลางวัน



    เจ้าตัวนี้จะเลือกกินเมล็ดกาแฟที่สุก
    พอเมล็ดกาแฟผ่านระบบการย่อยอาหาร
    เอนไซม์จะทำปฏกิริยาบางอย่างกับโปรตีนในเมล็ดกาแฟ
    ทำให้กาแฟชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษ
    จะหอม และ มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจาก กาแฟ ทั่วไป



    กาแฟ และ ชาสมุนไพร ต่าง ๆ ถูกชงลำเลียงมาตั้งไว้บนโต๊ะ



    ในแต่ละถ้วยจะมีไม้เล็ก ๆ ใส่ไว้แทนช้อนกาแฟ
    เป็นเปลือกไม้ที่คนเอเซียจะคุ้นเคยในอาหารคาว
    แต่สำหรับชาวตะวันตก เปลือกไม้ชนิดนี้จะใช้ในขนมและเครื่องดื่ม
    เปลือกไม้ชนิดนี้คือ ซินนามอน หรือ อบเชย นั่นเอง



    ที่บาหลีมีต้นซินนามอนเป็นจำนวนมาก
    และมีพืชพรรณที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง



    ต้น Cocao หรือ โกโก้ ที่คนไทยเรียกกัน
    ในท้องถิ่นบาหลีจะเรียกว่า Bali Chocolate



    ไร่อันแสนร่มรื่นยังมีปลูกพืชอีกหลายอย่าง









    ในภาพด้านล่างนี้คือ Salak หรือ สลัก
    เป็นพืชในตระกูลเดียวกับ สละ บ้านเรา



    หนามน้อยกว่า และลูกใหญ่กว่า
    เนื้อจะค่อนข้างขาว และกรุบกรอบ
    แต่พอผ่านการชิมแล้วขอกลับมากิน สละ ที่เมืองไทยดีกว่า



    ทริปมาเที่ยวไร่กาแฟนี้ เป็น one day trip
    ที่แถมโดยคุณลุงคนขับรถ
    เราจึงไม่เสียค่าเข้าชมและค่ากาแฟแสนอร่อยแต่อย่างใด
    เพียงแต่อาจจะซื้อ เครื่องเทศ หรือ กาแฟ เป็นของฝากได้
    ราคาสามารถต่อรองได้ง่ายกว่าในเมืองเยอะเลยค่ะ

    มีทั้งCinnamon คุณภาพเยี่ยม



    Saffron (ส่วนผสมที่เห็นบ่อยใน Facebook)



    Arak เหล้าขาวบาหลี บีบมะนาวใส่น้ำผึ้งนิดหน่อยอร่อยมากค่ะ ^^



    นอกจากไร่กาแฟกลิ่นซินนามอนแล้ว
    สิ่งอื่นที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือรอยยิ้มไร้เดียงสา
    จากเด็กน้อยบาหลีที่เติบโตและวิ่งเล่นในไร่กาแฟ :)







    รายละเอียดของไร่กาแฟเพิ่มเติมดู ที่นี่

ไม่มีปลาโลมาที่ Lovina Beach, บาหลี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, บาหลี (Bali) | Thursday 10 December 2009 12:08 pm
    ตื่นเช้าวันที่สองที่บาหลี
    พบว่าตัวเองยืนอยู่บนหาดทรายสีดำสนิทจากเถ้าภูเขาไฟ
    น้ำทะเลกว้างไกลดูอ่อนนุ่ม
    ตรงปลายขอบฟ้าเป็นสีส้มระเรื่อคล้ายแก้มเด็กน้อยไร้เดียงสา



    เรือขาแมงมุมจอดเรียงรายที่ริมหาด



    สวัสดียามเช้า ที่นี่ทะเลสีดำแห่งความรัก
    โลวิน่า บีช - Lovina Beach



    ทะเลตอนเหนือสุดของบาหลี
    ที่ใครต่อใครต่างก็พากันมาที่นี่
    เพื่อดูปลาโลมา :)



    ฉันเอง ก็ตั้งใจมาบาหลี
    เพราะอยากมาดูปลาโลมาที่หาดนี้



    เลยเช่ารถจากอูบุด (Ubud) ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของเกาะ
    ให้ขับขึ้นมาเหนือสุดของบาหลี
    ด้วยราคาเหมาทั้งวัน 650,000 Rp
    เริ่มทริปตอนตีสามครึ่ง รับที่ Nick’s Pension
    แล้วมุ่งตรงมาที่นี่ Lovina



    ใช้เวลาเดินทาง และนอนกลิ้งไปมาบนรถ
    ประมาณสองชั่วโมงครึ่ง
    ชายหาดแห่งนี้ต้อนรับเราด้วยแสงนุ่มยามเช้า



    และตบหัวเราคะมำด้วยราคาเรือขาแมงมุมแสนแพง
    250,000 Rp ต่อลำ!
    คิดเป็นเป็นเงินไทยประมาณแปดร้อยบาท!



    แต่เราก็ยอมจ่าย เพราะเราไม่ได้จองเรือไว้ตั้งแต่แรก
    และอยากออกไปดูปลาโลมาตัวเป็น ๆ กระโดดเล่นในทะเล
    ถ้ามัวแต่อืดอาด อาจจะไม่ได้เห็นปลาโลมา
    ตามแหล่งข่าวบอกมาว่าปลาโลมาจะออกมาให้เห็นช่วงเช้าเท่านั้น



    รู้สึกตะหงิด ๆ เหมือนจะโดนฟัน
    แต่ด้วยความที่ได้เรืออย่างฉุกละหุกเลยไม่ได้รอบคอบ
    ไม่ได้ต่อรองว่าถ้าไม่เห็นปลาโลมา
    ต้องคืนเงินให้เราครึ่งหนึ่งนะคะ คุณลุง!



    เรายังคงตื่นเต้นกับการออกเรือในยามเช้า
    และมองโลกในแง่ดีเกินไป
    ว่ายังไง ๆ ก็ต้องเห็นปลาโลมาอยู่แล้ว
    อุตส่าห์มาเช้าขนาดเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากกลางทะเลอย่างนี้



    เรือแล่นออกไปประมาณยี่สิบนาที
    แดดก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
    ปลาโลมา ปลาโลมิ ซักตัวก็มิมีให้เห็นหัว
    คุณลุงคนขับเรือบอกว่า วันนี้ไม่มีปลาโลมา!



    อยากจะร้องไห้…และอยากตบหัวกบาลคุณลุงยิ่งนัก
    เพราะคุณลุงแกมาบอกหน้าตาเฉยว่า
    ปลาโลมาจะมีเยอะ After full moon
    ซึ่งวันนี้ไม่ใช่…

    คุณลุงหันหัวเรือกลับฝั่ง
    ฉันรู้สึกคล้ายโดนตบหน้า
    เดินทางมาตั้งเยอะแยะ
    โดนโกงเงินเยอะขนาดนี้ได้ยังไงวะ!



    นั่งเรือไปอีกประมาณสิบนาที
    คุณลุงก็จอดเรือแล้วชี้ไปในน้ำทะเล



    แม่เจ้า! นั่นมันปะการังนี่นา
    ปะการังเยอะแยะมากมาย อลังการ



    สามารถมองเห็นจากบนเรือ
    โดยไม่ต้องใส่หน้ากากดำน้ำตื้นแม้แต่น้อย



    น้ำทะเลที่โลวิน่า ใสอย่างแปลกประหลาด
    ใต้ท้องทะเลก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำและปะการังน้อยใหญ่
    น่าจะเป็นผลจากเถ้าภูเขาไฟที่ทำให้ที่นี่สวยงามเช่นนี้



    ปลาสวยงามหลากสีที่เราเคยเห็นเวลาสน๊อคเกิ้ล
    ว่ายมาอวดโฉมให้เราเห็น โดยที่เราไม่ต้องเปียกน้ำ



    ถึงจะรู้สึกดีขึ้นที่ได้มาดูปะการังสวย ๆ ใส ๆ
    แต่ก็ยังเสียใจที่ไม่เห็นปลาโลมาในทะเล
    (เราจ่ายเงินแพง ๆ เพราะอยากมาดูปลาโลมา ไม่ใช่ปะการังเว้ย!)



    และปลาโลมาตัวเดียวที่เราเห็น
    ดันไปอยู่ตรงสี่แยกไฟแดง

    ครั้งเดียวก็เกินพอ…
    Good bye Lovina Beach, Bali

มื้อแรกในเงาจันทร์ Casa Luna , อูบุด บาหลี

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, บาหลี (Bali) | Wednesday 9 December 2009 3:41 pm
    หลังจากที่เก็บกระเป๋าเดินทางไว้ที่ Nick’s Pension แล้ว
    ก็ถึงเวลาที่นักเดินทางผู้โหยหิวต้องออกไปหาอาหาร
    เพราะตั้งแต่ลงเครื่องเมื่อตอนเที่ยงวัน
    นอกจาก มะพร้าวลูกใหญ่ยักษ์ ที่ อูลูวาตู
    ก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกเลย :(



    เส้นทางเดินลัดเลาะไปบน Jl. Blisma
    เพื่อออกไปถนนหลัก Jl. Raya นั้นเงียบสงบและสวยงาม
    บ้านเรือนร้านค้าสองข้างทางตกแต่งด้วยภาพวาดและงานศิลป์สไตล์บาหลี



    เรากำลังมุ่งหน้ามาที่ร้านอาหารแห่งนี้ค่ะ
    ร้าน “Casa Luna”



    ** ชื่อร้านเป็นภาษาอิตาลี
    Casa แปลว่าบ้าน Luna แปลว่า พระจันทร์



    ร้านนี้เป็นร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง และมีสองชั้น



    ฉันเลือกที่จะลงไปนั่งชั้นล่างเพราะไม่ค่อยมีคน
    และเลือกนั่งตรงที่มีแสงแดดส่องผ่านทาบทาเงาให้เก้าอี้ไม้ตัวนั้น



    ภาพเงาแสดงความสวยงามของแสงอาทิตย์อวดอยู่ตรงหน้า



    ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ไปตะลอนมาทั้งวันมลายหมดสิ้น
    ฉันหลงรัก”เงา” ที่ Casa Luna เต็มหัวใจ



    ผนังสีแดง ระเบียงกรงเหล็กดัด



    วิวจากระเบียงมองเห็นลำธารใสไหลเย็น
    ที่นี่แสนมหัศจรรย์ เพราะยังมีลำธารจริง ๆ ไหลผ่านกลางเมือง



    Casa Luna นอกจากจะทำร้านอาหารแล้ว
    ยังทำ Guesthouse ที่ชื่อว่า Honeymoon Guesthouse
    และมี Cooking School อีกด้วย



    จึงไม่น่าแปลกใจที่เบเกอรี่ของร้านนี้
    ภายใต้แบรนด์ “Honeymoon Bakery”
    จะอร่อยและให้ความสุขกับทุกคนที่ได้มาชิม



    หลังจากกินขนมชมลำธาร ฟังเสียงนกร้อง
    ไม่นาน อาหารมื้อหลักของเราก็ถูกลำเลียงมาวางบนโต๊ะ



    Pork Rib และ ข้าวผัดเนื้อสไตล์อินโด
    เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวเกรียบและผักบุ้งสดกรอบ



    ไม่น่าเชื่อว่าทุกสิ่งจะเข้ากันได้ดี
    และทำให้มื้อแรกที่บาหลีของฉัน
    ราวกับได้นั่งกินอาหารในเงาจันทร์ :)



    เพ้อไปได้สักพัก ก็กลับมาพบความเป็นจริงตอนจ่ายเงิน
    มื้อนี้หมดไปประมาณ แสนห้า รูเปี๊ยะ
    คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ห้าร้อยบาท

    ราคาค่อนข้างสูง แต่รู้สึกคุ้มค่ามากสำหรับมื้อนี้ค่ะ


    ลายแทงของร้าน Casa Luna ค่ะ


Next Page »
Centurion Wordpress Theme