Pasta Factory, หัวหิน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, หัวหิน (Hua Hin) | Thursday 19 February 2009 9:44 pm

ฉันน่ะ, หลงรัก พาสต้า (Pasta) ที่มีการลวกเส้นแบบพอดี ๆ ที่เรียกว่า อัล เดนเต้ (Al dente) ค่ะ :)



In cooking, the adjective al dente describes pasta and (less commonly) rice that has been cooked so as to be firm but not hard. “Al dente” also describes vegetables that are cooked to the “tender crisp” phase - still offering resistance to the bite, but cooked through.

It is often considered to be the ideal form of cooked pasta. Keeping the pasta firm is especially important in baked or “al forno” pasta dishes. The term comes from Italian and means “to the tooth” or “to the bite”, referring to the need to chew the pasta due to its firmness.

การลวกเส้นแบบนี้ คือ จะต้องลวกเส้นสุกพอดี ๆ ไม่ให้เส้นพาสต้านุ่มเกินไป
(เคล็ดลับคือต้องจับเวลาทุกครั้งที่ลวกเส้น และพอเอาเส้นพาสต้า
ขึ้นจากการลวกต้องผ่านน้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดอุณหภูมิของเส้นนะคะ)






ที่หัวหินมีร้านขายพาสต้าที่น่านำเสนออยู่ร้านหนึ่ง
สารภาพว่า ตั้งแต่ไปกินพาสต้าที่ร้านนี้มา
ก็ไม่เคยจะค้นพบพาสต้าร้านไหนจะอร่อยกว่าร้านนี้ได้อีกเลย
ร้านที่ว่านี้ คือ Pasta Factory ค่ะ






พบร้านนี้โดยบังเอิญเมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา
สำหรับคนที่ไปหัวหินแล้วกินแต่ร้านอาหารทะเล
ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งกินพาสต้า ในร้านน่ารัก ๆ โรแมนติก ดูบ้าง
แล้วคุณจะติดใจ :)



ตอนแรกฉันเองก็รู้สึกเฉย ๆ กับร้านนี้
อยากไปร้านอาหารทะเลซีฟู้ดมากกว่า
แต่เพราะคนที่ไปด้วยกันเป็นนักชิมอาหารอิตาเลี่ยน
ฉันก็เลยยอมไปร้านนี้ด้วย แบบไม่คาดหวังใดใดทั้งสิ้น



แต่พอได้ย่างเท้าเข้าไปในร้าน ความรู้สึกเหมือนเข้าสู่ดินแดน Polar Express
มีกระดิ่งให้เราคอยสั่น ก่อนเข้าประตู คล้ายเรามากินข้าวบ้านเพื่อน
พอสั่นกระดิ่งกรุ๊งกริ๊ง จะมีคนมาเปิดประตู



และเชิญเราไปนั่งที่โต๊ะที่ประดับด้วยของสะสมน่ารักชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เก้าอี้ถูกเลื่อนให้สุภาพสตรี
ผ้าเย็นสำหรับเช็ดมือถูกนำมาจัดวางไว้ให้



หลังจากนั้นผ้าเช็ดปากสีม่วงที่ถูกพับเป็นรูปเสื้อจะถูกนำมาวางให้บนโต๊ะ



เรานั่งเลือกเมนูอาหารสองสามอย่าง



อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ
(เดือนธันวาคมไปหัวหินสองครั้งค่ะ
ทำให้มีโอกาสได้ชิมอาหารได้หลายอย่าง)









ทั้ง หมูกอดองเบลอ ลาซานยาเนื้อ พาสต้าอัลเฟรโด



สเต๊กไก่ราดซอสแอปเปิ้ล สปาเกตตี้เส้นดำซีฟู้ด






โดยเฉพาะเส้นดำนี่ แนะนำเลยนะคะ
อาหารทะเลที่นำมาปรุง สดใหม่และตัวใหญ่มาก :)

ที่นี่ใส่ใจลูกค้าเป็นอย่างดี
แม้แต่ในห้องน้ำ ทิชชู่ก็มีการพับปลายคล้ายกับที่นี่คือโรงแรมชั้นหนึ่ง
ในอ่างล้างมือมีดอกไม้หลากสีลอยอยู่เต็มอ่าง
Guest Book วางอยู่ด้านหน้าประตูห้องน้ำ

ฉันชอบทุกอย่างที่ร้านนี้
และไม่เคยพลาดเลยสักครั้งเมื่อได้ไปทะเลหัวหิน



ใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ
และอยากชิมอาหารอิตาเลี่ยนอร่อย ๆ ไปที่นี่
รับรองไม่มีผิดหวัง :)



Address: ใกล้ ซอยหัวหิน 73 ร้านมีรั้วสูง ๆ มีป้ายติดหน้าร้านหาไม่ยากค่ะ

Memo: ถ้าไปตอนกลางคืนอย่าลืมฉีดสเปรย์กันยุงซอฟเฟลสีชมพูไปด้วยนะคะ
ที่นี่เป็นร้านที่เปิดแบบ Open Air และมีสวนเล็ก ๆ
ในบางฤดูอาจจะมียุงชุมนิดหน่อยค่ะ ใส่ขายาวไปก็ดีนะ :)

บ้านศิลปิน, หัวหิน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, หัวหิน (Hua Hin) | Thursday 29 January 2009 4:00 pm

    ได้ยินคำว่าบ้านศิลปินครั้งแรก จากพี่พีร์ ที่เป็นเจ้าของรีรารีสอร์ทที่หัวหิน
    http://www.reerahuahin.com/

    พี่พีร์ ใช้เวลายามว่างไปเรียนวาดภาพสีน้ำที่ บ้านศิลปิน
    ภาพทะเล ดอกลั่นทม เปลือกหอย ทุก ๆ อย่างที่สื่อถึงหัวหิน

    เคยถามว่า บ้านศิลปิน มันไปทางไหนคะ
    พี่พีร์ตอบว่า ทางไปเขาหินเหล็กไฟ

    จบเพียงแค่นั้น และปล่อยไว้ ไม่มีโอกาสได้ไป

    จนกระทั่งวันหนึ่งของฤดูหนาว
    ภาคเหนือความกดอากาศสูง ยอดดอยหนาวจัด
    แต่ทะเลอ่าวไทยกลับกลายเป็นหน้ามรสุม คลื่นลมแรงจัด
    ลมหนาวพัดผ่านหัวหินในเดือนธันวาคม

    ออกจากกรุงเทพฯ เส้นทางสาย 35 จากพระรามสอง
    ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
    ต้นสักที่ปลูกไว้เกาะกลางถนนเป็นใบแห้งสีน้ำตาลแดง
    คราวนี้ฉันเลือกใช้เส้นทาง
    เส้นทางบายพาสมีต้นสนลู่ลมอยู่เป็นแนว
    จากเส้นทางนี้เมื่อเห็นเขาหินเหล็กไฟอยู่ด้านขวามือ
    ก็เตรียมทางซ้าย หาป้ายทางเข้า บ้านศิลปินได้เลย

    เหมือนย่างเท้าเข้าไปสู่อาณาจักรแห่งศิลปะ

    ทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่นล้วนงดงาม

    พื้นที่ทั้งหมด 11 ไร่ ทำให้สามารถเพลิดเพลินได้ไม่รู้จบ
    แม้แต่ก้อนหินทาสีธรรมดา ๆ กับเศษใบไม้แห้งสองสามใบ
    ยังทำให้รู้สึกได้ ว่านี่คืองานศิลป์ที่ธรรมชาติจัดวาง


    บ้านศิลปินแห่งนี้ ริเริ่มโดย อาจารย์ทวี เกศางาม

    ด้านหน้าคือแกลเลอรี่

    ที่มีผลงานของศิลปินท่านต่าง ๆ หมุนเวียนกันมาจัดแสดงให้เข้าชม
    ด้านหลังมีเรือนไม้สำหรับเรียนวาดรูป
    ส่วนหนึ่งเป็นบ้านของอาจารย์ทวี สำหรับสร้างงาน

    อ่างล้างจานที่เปรอะไปด้วยสีเกรอะ

    พู่กันที่ยังไม่ได้ล้าง

    ทุกสิ่งล้วนสื่อถึงความงดงามของการมีชีวิตอยู่โดยการเสพย์ศิลป์


    ด้านล่างตรงกรงนกยูงมีบ้านดินสามหลังที่มีงานปั้นจัดวางอย่างลงตัว

    สร้างโดยเพื่อนศิลปินสองคน
    นายดี ช่างหม้อ และแม่องุ่น

    “เที่ยวบ้านดิน ชมงานศิลป์ กินกาแฟ
    Art & Antique Exhibition”
    เป็นสโลแกนของที่นี่ก็จริง

    จะเห็นว่ากินกาแฟอยู่สุดท้าย
    จึงไม่ต้องคาดหวังกับรสของกาแฟ
    โปรดอิ่มเอิบกับงานศิลป์
    และจ่ายเงินค่ากาแฟเสมือนน้ำใจในการเข้าชมค่ะ :)


    Address: ต. หินเหล็กไฟ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
    ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร
    ข้ามทางรถไฟไปจะมีป้ายบอกทาง
    อยู่เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกป่าละอูและวัดห้วยมงคล

    เบอร์โทรศัพท์ 032-534830 เปิดระหว่างเวลา 10.00-17.00 น.
    เข้าชมฟรี (แต่อย่าลืมซื้อกาแฟนะ)


    ตอนเดินชมเรือนสอนวาดเขียน
    ฉันเดินไปพบกระดานแผ่นหนึ่ง
    เขียนบทกวีที่แสนไพเราะบทหนึ่งของชีวิต
    ฉันจึงจดจำและขอแบ่งความสุขจากบทกวีแด่ทุกคนบนโลกนี้

    “ชั่วโมงวาดเขียน”

    ๑. ชั่วโมงนี้มีน้ำค้าง
    ไม่แตกต่างจากทุ่งเขียว
    มีขอนใหญ่ไร้ไม้เรียว
    นกฟ้าเที่ยวอยู่ร่ำไป

    ๒. มีก้อนกรวดผู้อ่อนหวาน
    เริงลำธารระริกใส
    มีเจ้าชายแห่งใบไม้
    หวิวไหวให้เย็นชีวี

    ๓. ครูจะเล่นเป็นผีเสื้อ
    เพื่อเธอได้ระบายสี
    เป็นกอหญ้าเป็นมาลี
    ตามแต่มีจินตนาการ

    ๔. ดอกไม้ที่สวยนัก
    ผีเสื้อจักไม่รีบผ่าน
    ลิ้มน้ำหวานเสียนาน
    เอากลับบ้านในพงพี

    ๕. ดอกไหนยังไม่สวย
    ผีเสื้อช่วยระบายสี
    เป็นยิ้มแย้มแต้มชีวี
    เธอต้องมีกำลังใจ

    ๖. เสร็จแล้วอย่ารีบส่ง
    จงหมุนเวียนเปลี่ยนดอกไม้
    ติชมพรมหอมไป
    ฉายแสงให้ดอกไม้บิน

    ๗. นักวาดต้องลึกซึ้ง
    จึงไปถึงปลายทางศิลป์
    ได้ทิพย์มาดื่มกิน
    ไม่หมดสิ้นจากชีวา

    ๘. แล้วจะเห็นว่าน้ำค้าง
    คือน้ำใจของนางฟ้า
    ชั่วโมงหน้าครูจะมา
    เพื่อนำพาวาดดาวดึงส์

    ผู้เขียน “ยังดี วลีจันทร์”
    ที่มา : หนังสือรวมบทกวี “ลูกสาว”
    คำว่าน้ำใจ ต้นฉบับเขียนว่าน้ำตา แต่ปรับเปลี่ยนเพราะไม่อยากให้นางฟ้าร้องไห้


    เว็บไซด์ของบ้านศิลปิน -> http://www.happygallery.org/index.php

เค้กบ้านใกล้วัง, หัวหิน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, หัวหิน (Hua Hin) | Friday 8 August 2008 3:30 pm
    ร้านเค้กบ้านใกล้วัง เป็นร้านเค้กที่มีบรรยากาศดีที่สุดเท่าที่เคยไปมาค่ะ
    เพราะเป็นร้านเค้กที่อยู่ริมทะเลจริง ๆ



    ที่ชื่อว่าร้านเค้กบ้านใกล้วัง
    เพราะว่าอีกไม่กี่ร้อยเมตรจากทางเข้าร้านก็คือ พระราชวังไกลกังวล



    เพราะเป็นร้านเค้กที่อยู่ติดกับทะเล
    เค้กที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ เค้กมะพร้าว (Coconut Cake)
    ที่ไม่ว่าพาใครมากินก็ต้องติดใจ กับครีมมะพร้าวสีขาวหอมหวาน
    (เคยขอพนักงานเอานิ้วจิ้มจากชามครีมดูดกัน อร่อยมากเลย)



    ส่วนเมนูที่พนักงานมักจะแนะนำให้ทานคือ soft center pudding



    ลักษณะเป็นเค้กช๊อกโก้แลตที่มีช๊อกโกแลตครีมละลายอยู่ภายใน
    เสิร์ฟร้อน ๆ จากเตา ที่จริงมาที่ร้านนี้สั่งแค่สองเมนูนี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ



    แต่ถ้ามาหลาย ๆ คน ใครชื่นชอบเค้กแบบอื่น ๆ ก็สั่งได้เลยมีเค้กแทบทุกแบบทุกรสค่ะ เช่น บลูเบอรี่ชีสเค้ก ทีรามิสุ เลมอนชีสพาย







    ร้านเค้กที่นี่เป็นบ้านไม้ที่ดัดแปลงมาทำเป็นร้านขายเค้กนะคะ
    (เมื่อก่อนเคยเป็นโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่ด้วย)



    ทางเข้าจึงอาจจะดูไม่เหมือนทางเข้าร้าน เหมือนเรากำลังเดินเข้าไปในบ้านค่ะ









    หากไปเยือนในฤดูฝน นอกจากจะได้เห็นดอกขี้เหล็กอเมริกันบานเหลืองเต็มต้นตัดกับฟ้าสีคราม ที่ริมถนนตรงข้ามทางเข้าร้านแล้ว



    บางทีกินเค้ก กับกาแฟ เสร็จ อาจจะได้เห็นสายรุ้งเต็มตัวโค้งพาดผ่านทะเลหัวหิน เป็นของขวัญแถมจากร้านนี้ค่ะ :)



    Address : เริ่มต้นจากสี่แยกตรงร้านเจ๊กเปี๊ยะ ก็ตรงไปทางถนนแนบเคหาสน์ เลยร้านอยู่เย็นไปนิดนึง , หัวหิน ประเทศไทย
    เบอร์โทรศัพท์ 032-531-260

    เปิดทุกวัน ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสองทุ่ม
    ถ้าไปวันเสาร์อาทิตย์ หรือหน้าไฮ คนจะเยอะมาก ๆ ต้องทำใจนะคะ
    แต่ถ้าไปโลวซีซั่น ละก็ ที่นี่ก็สงบงาม และโรแมนติกมากๆ เลยทีเดียว :)

    other site -> รูปที่ถ่ายไว้ตอนไปครั้งแรก :)

กาแฟข้างบ้าน-Coffee Next Door

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, หัวหิน (Hua Hin) | Wednesday 6 August 2008 11:18 pm

ร้านกาแฟสีเหลืองน่ารักท่ามกลางแมกไม้สีเขียว



มีชื่ออย่างเป็นกันเองว่า ร้าน กาแฟข้างบ้าน
หรือชื่อภาษาอังกฤษเก๋ ๆ เรียกว่า coffee next door



ฟังจากชื่อแล้วอยากมีบ้านอยู่ข้าง ๆ ร้านนี้
เพื่อที่ตอนเช้าเวลาตื่นขึ้นมาจะได้กลิ่นกาแฟหอม ๆ หวาน ๆ
แถมยังเดินไปเคาะประตูแล้วขอกินอาหารเช้าได้ด้วยอีกแน่ะ

“ก๊อก ๆ ๆ ขอขนมปังปิ้ง ตับบด 1 จานค่ะ”







“ขอชุดอาหารเช้า แซนวิช และออมเล็ต ด้วยค่ะ”





“เพิ่มขนมปังปิ้ง กับกาแฟสดเย็นด้วยนะคะ”





ที่อร่อยเด็ด คือ บานอฟฟี่ อร่อยจนหลายคนต้องซื้อทั้งถาดกลับไปฝากคนที่บ้าน



เป็นร้านกาแฟที่ต้องไปชิมและไปนั่งชิล
แถมมี wireless internet ให้ใช้ฟรี (ถาม password ได้ที่เคาท์เตอร์เลยค่ะ)

ทีนี้เวลาไปหัวหิน เราก็มีที่นั่งชิลเอ๊าท์เพิ่มกันอีกที่หนึ่งแล้วค่ะ



ดื่มกาแฟ กินขนม เสร็จ ก็วิ่งไปอีกสองร้อยเมตร ลงทะเลได้เล๊ย :)

Address: ร้านสีเหลือง ๆ ค่ะ ปากซอยหัวหิน 83 ติดถนนเพชรเกษม หัวหิน
ร้านนี้เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงหนึ่งทุ่มค่ะ หยุดทุกวันพุธ มาให้ถูกวัน ถูกเวลา และถูกคน นะคะ ^^



Centurion Wordpress Theme