มิวเซียมสีชมพู, พนมเปญ

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, กัมพูชา (Combodia) | Wednesday 18 March 2009 9:45 pm
    พิพิธภัณฑ์ที่มีสีสวยที่สุดเท่าที่เคยไปมา คือ ที่พนมเปญค่ะ
    อาคารสีแดงส้มอมชมพูทั้งหลัง



    ใครที่ไปเที่ยวพนมเปญ
    ควรจะปิดท้ายการชมสถานที่ท่องเที่ยวด้วยมิวเซียมแห่งนี้ค่ะ

    เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในพนมเปญ
    โดยส่วนใหญ่ จะเป็นสถานที่หดหู่ ที่ล้วนแสดงถึงความโหดร้ายของสงคราม

    ทุ่งสังหาร คุกตุลแสลง ล้วนทำให้จิตใจห่อเหี่ยว

    เมื่อเที่ยวสถานที่เหล่านี้มาก ๆ อาจจะฝันร้ายได้

    ดังนั้นก่อนจะสิ้นสุดวัน ควจะจบด้วยสถานที่ดี ๆ สักแห่งในกรุงพนมเปญ
    และมิวเซียมแห่งนี้ ก็คือคำตอบ

    พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของกัมพูชา (National Museum)



    สำหรับคนที่จะไปเสียมเรียบในวันรุ่งขึ้น
    การไปเดินชมที่นี่เหมือนเป็นการเตรียมตัวที่ดีด้วย


    สมบัติล้ำค่าหลาย ๆ ชิ้น ถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่เกือบทั้งหมด
    อย่าคาดหวังที่จะได้เห็นของเหล่านี้ที่เสียมเรียบ
    เพราะที่นั่นล้วนมีแต่ตัวปราสาทหิน

    ศิลปะที่เคยอยู่ที่นั่น ล้วนกระจัดกระจายไปเก็บตามมิวเซียมต่าง ๆ



    ทั้งรูปแกะสลักพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระวิษณุ รูปปั้นนางอัปสร
    พระพุทธรูป เทวรูป ทับหลัง ศิวลึงก์ ภาพแกะสลัก หินสำริด
    หรือโบราณวัตถุล้ำค่าอื่น ๆ ที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรในสมัยโบราณ

    ด้านใน ห้ามถ่ายรูป
    ถ่ายได้เฉพาะด้านนอกเท่านั้น



    เมื่อชื่นชมด้านใน ซึ่งมีสมบัติล้ำค่าแล้ว
    มานั่งพักเหนื่อยด้านนอก ริมสระน้ำ

    นั่ถ่ายรูปตัวอาคารด้านนอกที่สวยเด่นด้วยสีชมพู
    นึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของเขมรแล้ว


    นึกเสียดาย

    หากไม่มีสงคราม ไม่มีเขมรแดง
    สิ่งต่าง ๆ คงเหลือให้ลูกหลานชม

    มากมาย
    มากมายกว่านี้เหลือเกิน

    Address: ใกล้กับพระราชวังเขมรินทร์, พนมเปญ ประเทศกัมพูชา
    ค่าเข้า 3$

See Angkor Wat and picnic!, โตนเลสาบเรสตัวรอง, เสียมเรียบ

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, กัมพูชา (Combodia) | Tuesday 17 March 2009 11:02 am





    “See Angkor Wat and picnic!”

    (quote by bowrainbow)


    เมื่อครั้งที่ไประหกระเหินชมปราสาทหินที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา
    ฉันกับอุ้ม ฝากท้องไว้ที่ ร้านอาหารท้องถิ่นร้านหนึ่ง
    ใกล้กับ เกสท์เฮ้าส์ Hello Paradise
    เพราะจากข้อมูลที่ค้นมา
    ทราบมาว่า พ่อครัวแม่ครัวที่นี่เป็นคนไทย :)



    ร้านอาหาร ชื่อ โตนเลสาบเรสตัวรอง (Tonle Sap Restaurant)
    (สาขาในเมืองเสียมเรียบนะ ไม่ใช่ที่ทะเลสาบ)



    เล่าให้ฟังเป็นความรู้กันสักนิดว่า โตนเลสาบ คืออะไร
    โตนเลสาบ เป็นชื่อของ ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่มาก ๆ
    ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองเสียมเรียบ



    เป็นทะเลสาบสีโอวัลติน คล้ายน้ำคลอง แดงขุ่นสีส้ม
    กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สุดขอบทะเลสาบคือขอบฟ้าจรดน้ำจืด
    จนไม่อยากเชื่อว่าที่นี่ไม่ใช่ทะเล แต่คือ ทะเลสาบ!




    และในความทรงจำ ร้านอาหาร ที่ชื่อ โตนเลสาบ แห่งนี้
    มีอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียวคือ ข้าวหมูทอด เท่านั้น

    เช้าวันนั้นในเสียมเรียบ
    ฉันกับอุ้ม ตั้งใจไป โตนเลสาบเรสตัวรอง
    เพื่อหาอาหารเช้าใส่ลงท้องก่อนจะออกไปผจญภัยในโลกแห่งปราสาทหิน

    บรรยากาศคล้ายโรงอาหารขนาดใหญ่ที่เต็มด้วยโต๊ะกลม
    ส่วนใหญ่ คนที่เป็นลูกค้าที่นี่ คือ ชาวเขมรท้องถิ่น
    มากันเป็นครอบครัว เหมือนคนไทยที่นิยมพากันไปกินอาหารเย็นนอกบ้าน
    แต่ที่นี่ เค้านิยมพากันออกมาทานอาหารเช้านอกบ้านร่วมกัน

    จึงทำให้ราคาอาหารที่ร้านนี้ ไม่แพงจนเกินไป
    เมื่อเทียบกับร้านอาหารอื่น ๆ ที่คอยฟันนักท่องเที่ยว ด้วยราคามหาโหด

    มื้อนั้นฉันได้ลองกินข้าวหมูทอด และ อุ้มกินข้าวหน้าไก่



    ขอบรรยายถึงคุณลักษณะของ ข้าวหน้าไก่ สักนิด
    ข้าวหมกสีเหลือง โปะด้วยไก่ต้มเนื้อเหนียว
    และน้ำซุปรสชาติแบบน้ำต้มมาม่า

    เป็นข้าวหน้าไก่ที่รสชาติห่วยแตกที่สุดเท่าที่เคยกินมา!



    ทำให้เราสองคนตัดสินใจสั่งข้าวหมูทอดอีกสองกล่อง
    เพื่อเก็บไว้กินเป็นอาหารกลางวัน

    แนะนำให้หาข้าวกล่องไปกินเวลากลางวัน
    เพราะร้านอาหารแถวปราสาทหิน
    จะราคาแพงมหาโหด ไม่สะอาด และไม่อร่อย



    จึงขอถือปิ่นโตข้าวกล่องไปเที่ยวด้วยดีกว่า



    การห่อข้าวหมูทอดไปกินนั้น ก็ไม่ลำบากอะไร
    เพราะเวลาเราไปเที่ยวชมปราสาท
    เราก็ฝากข้าวกล่องไว้ที่ ละเมาะโมโต
    (สามล้อเขมร ที่เราเหมาทั้งวัน คนขับก็น่ารักด้วย :)



    การท่องเที่ยวปราสาทหินเริ่มจาก นครธม
    ที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่อลังการ



    ต่อด้วยปราสาทบายน
    ปราสาทเก่าแก่ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางทิศใด
    ก็จะมีใบหน้าจ้องมาที่ตัวเรา



    ผจญภัยไปกับละเมาะโมโต
    จนไปถึงปราสาทตาพรม
    ปราสาทที่ปกคลุมด้วยรากไม้ยักษ์
    และสนุกกับการตามหารูปไดโนเสาร์



    ครึ่งวันเช้าหมดลงอย่างรวดเร็ว
    เหนื่อยแสนเหนื่อยและหิวแสนหิว
    น้องคนขับละเมาะโมโต เริ่มซิ่ง
    พาเข้าทางเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยป่ารกทึบ



    เป็นทางลัดที่ตัดผ่านมาถึงทางเข้าด้านหลังนครวัด
    ละเมาะโมโตส่งเราสองคนลงที่ทางเข้า
    และโบกไม้โบกมือชี้ว่าให้เดินเข้าทางนี้แหละ
    ต้นไม้ร่มครึ้มเป็นทางทอดยาวไปสู่ปราสาทหินขนาดใหญ่

    เราหิ้วข้าวหมูทอดสองกล่องลงมาด้วย
    อุ้มชวนนั่งปิคนิคใต้ร่มเงาไม้ตรงทางเดินหลังนครวัด
    แต่ฉันกลัวเจ้าหน้าที่ว่ามานั่งปิคนิคอะไรกันตรงนี้
    ข้างหน้าหล่อนนี่มันสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนะ

    สุดท้ายเราเลยมานั่งกินข้าวกลางวันกัน
    ที่ริมสระน้ำด้านหน้านครวัด
    ตรงที่มาดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้ามืด

    จำได้ว่ามื้อนั้นได้กินโค้กกันสองคนหนึ่งกระป๋อง
    และข้าวหมูทอดอร่อยมากเป็นพิเศษ



    แถมมีวิวด้านหน้าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย
    See Angkor Wat and picnic! :)

สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ศูนย์ของโลก, เสียมเรียบ

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, กัมพูชา (Combodia) | Saturday 11 October 2008 12:44 am

    Rainbow@Angkor Wat

    นครวัดคือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
    แต่ความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ศูนย์ของโลก

    นครวัดผุพัง กำลังซ่อมแซม
    ความรักของฉันก็เหมือนกัน


    จากบันทึกส่วนตัว
    เขียนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2007
    วันแห่งความรัก


Red piano, Siam Reap

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, กัมพูชา (Combodia) | Wednesday 24 September 2008 2:31 pm
    Red piano เป็นร้านที่ฉันกับอุ้มเล็งกันไว้ว่าเราจะต้องมาชิลที่นี่ให้ได้
    ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในย่านตลาดเก่ากลางเมืองเสียมเรียบ



    ด้วยความที่ร้านอยู่ตรงหัวมุมถนนและประดับด้วยไฟสีแดงเต็มร้าน
    แถมชื่อร้านยังคลาสสิคซะขนาดนี้
    ฉันกับอุ้มจึงได้แต่ประหยัดเก็บหอมรอมริบ
    เพื่อที่วันหนึ่งของการเดินทาง
    จะได้มานั่งชิล ๆ รวย ๆ สวย ๆ ที่ร้านเปียโนสีแดง



    ที่บอกว่าต้องประหยัด นี่คือเราประหยัดกันจริง ๆ นะคะ
    บางมื้อถึงกับซื้อมะพร้าวมาประทังชีวิต
    หลังจากกินน้ำมะพร้าวหมดแล้ว
    ยังรบกวนให้พี่ชายชาวเขมร
    เจ้าของเกสท์เฮ้าส์เฮลโหลพาราไดซ์ผ่าเนื้อให้กินอีกแน่ะ

    ที่ต้องใช้ชีวิตแบบประหยัดกันขนาดนั้น
    เพราะฉันซุ่มซ่ามเอง
    ทำเงินที่เตรียมมาหล่นหายเกือบร้อยดอลลาร์สหรัฐที่พนมเปญ



    ยังจำได้ดี กับความรู้สึกหดหู่ในชีวิตวันนั้น
    หลังจากนั่งละเมาะโมโตตระเวนชมสถานที่ท่องเที่ยว
    ที่กลายเป็นใบเสร็จจากสงคราม
    - Killing Field : สยอง มิวเซียมกระโหลกมนุษย์ และหลุมเทศพ
    - คุกตุลสแลง : ภาพเหยื่อสงครามขาวดำ เต็มโรงเรียนที่กลายเป็นคุก

    เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เหมือนไม่ได้ไปเที่ยวหรอกค่ะ
    คล้ายเดินทางไปเพื่อเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์จากของจริงว่า
    สงคราม นั้น เลวร้ายมากเพียงใด

    “รู้ว่าเงินที่เตรียมมาสำหรับการเดินทางหายไป
    รู้สึกใจหาย คิดถึงบ้าน
    อยากกลับเมืองไทยซะเดี๋ยวนี้ ตอนนี้
    เหงา และ เงียบ มาก

    พระอาทิตย์เพิ่งตก
    ข้างนอกมีเสียงชาวเขมรคึกคัก
    มีคนจัดปาร์ตี้ แฮปปี้เบิร์ดเดย์
    แต่ในห้องนี้เงียบเหงาซะเหลือเกิน

    อุ้มนอนหลับไปแล้ว
    ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปเที่ยวที่ไหนคนเดียวเด็ดขาด
    ความรู้สึกแบบนี้มันทำร้ายร่างกายและหัวใจ

    นี่ขนาดมีอุ้มอยู่ด้วยนะ ยังเศร้าขนาดนี้เลย :(”

    บันทึกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2007
    เขียนที่ OKAY Guesthouse
    พนมเปญ ประเทศกัมพูชา

    นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ซื้อตั๋วชมนครวัดได้เพียงวันเดียว (20 $)
    และต้องใช้สติในการจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์

    (ที่เขมร ส่วนใหญ่รับเงินดอลลาร์
    ทำให้ค่าใช้จ่ายที่นี่แพงที่สุดในบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน)

    เก็บเงิน อดออม กระทั่งวันสุดท้ายที่จะได้อยู่เสียมเรียบ ก็สำเร็จ :)
    หลังจากกลับจากล่องเรือที่โตนเลสาบ
    ฉันกับเพื่อนก็นับเงินที่เหลือ
    สรุปว่าเหลือเพียงพอที่จะไปกินร้าน Red Piano แล้ว เย้ ^^



    พวกเราจึงรู้สึกรักร้าน Red Piano เสียมากมาย
    มองอะไรในเย็นวันนั้นก็ดูสวยไปหมด
    พระอาทิตย์ทอแสงฉาบทั้งเมืองด้วยให้กลายเป็นสีทอง
    ทำให้นึกถึงวันที่ได้ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ พนมบาแค็ง
    ปราสาทบนยอดเขาโดนอาบด้วยแสงทองอร่าม
    ผู้คนจากทั่ทุกมุมโลกมารวมอยู่ ณ ที่เดียวกัน
    เพื่อเพ่งมองไปยังจุดเดียวกัน - ท้องฟ้าทิศตะวันตก






    อาหารที่สั่งค่อย ๆ ทยอยมาวางบนโต๊ะ

    สลัดทูน่า ไข่ต้ม, สปาเกตตี้คาโบนารา
    รสชาติอร่อยใช้ได้ บวกกับบรรยากาศน่ารัก ๆ ของเสียมเรียบ
    ทำให้มื้อนั้นกลายเป็นมื้ออาหารแห่งความทรงจำ








    ย่านถนนกลางเมืองจากที่สว่าง พลันดวงอาทิตย์ลับก็กลับกลายเป็นโลกอีกใบ
    สนุก สวย โรแมนติก ชิล แอนทีค และหลาย ๆ อย่าง
    แสงไฟจากร้านรวงต่าง ๆ ค่อย ๆ วิบวับขึ้นมา







    วิวจากระเบียงชั้นสองของร้าน Red piano
    ทำให้ฉันได้รู้จักกับเสียมเรียบ และตกหลุมรักเมืองนี้ราวกับต้องมนต์

    ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่า I never fall in love again แล้วเชียว
    ครั้งนี้ขอยกเว้นอีกสักครั้งเถอะน่า :)



    Address: ร้านหัวมุม ก่อนเข้าย่านท่องเที่ยวกลางคืน
    ใกล้ตลาดเก่า กลางเมือง เสียมเรียบ
    ประเทศกัมพูชา

    Tips 1: Visa on arrival สำหรับเข้าประเทศกัมพูชาสะดวกดีค่ะ
    ไม่ต้องทำไปก่อนหรอก เตรียมรูปถ่าย กับเงินไปก็เพียงพอแล้ว

    Tips 2: พนมเปญแอร์พอร์ตเต็มไปด้วยยุง ๆ ๆ ๆ
    ขนาดเจ้าหน้าที่ชาวแขมร์ยังเดินถือไม้แบดตียุง
    อย่าลืม ซอฟเฟลสีชมพู ติดตัวไปด้วยค่ะ :)

    Other site -> Red Piano Site

ภาษาเขมรควรรู้ก่อนเดินทาง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, กัมพูชา (Combodia) | Wednesday 5 September 2007 5:34 pm

ภาษาเขมรควรรู้ก่อนเดินทาง

1 - มวย
2 - ปี
3 - เบย
4 - บวน
5 - ปรัม
6 - ปรัมมวย
7 - ปรัมปี
8 - ปรัมเบย
9 - ปรัมบวน
10 - ดอป
20 - มไพ
30 - สามเซ็ป
40 - สี่เซ็ป
50 - ห้าเซ็ป (ถึง 90 พูดเหมือนกัน)
100 - มวยรอย (มะรอย)
200 - ปีรอย ฯลฯ (200 - 900พูดเหมือน 1 - 9)
1000 - มวยปอน(ออกเสียงเร็วเป็น มะปอน)

ห้องน้ำอยู่ไหน
บน ตุ๊บ ตึก โน้ว แอ นา (บนตุ๊บตึกโน้วนา)

ฉันหิวข้าว
ยม เฆลียน บาย

—————————————————————————————–
*** สถานฑูตกัมพูชาย้ายไปแถวเหม่งจ๋ายแล้วตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา
ไปทำ วีซ่าที่สนามบินโปเชนตงได้ ง่ายกว่า 20$ เท่ากัน

Centurion Wordpress Theme