Saffron caffe’, หลวงพระบาง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Sunday 15 March 2009 3:13 pm
    บรรยากาศฤดูร้อนที่แสนน่าเบื่อหน่ายแบบนี้
    ทำให้ฉันคิดถึงร้านกาแฟน่ารักริมแม่น้ำที่มีลมพัดโชยเย็นฉ่ำ

    และมีไอติมขาย!



    ร่มครึ้มไม้ใหญ่ที่มีมอสเกาะเขียวอยู่ทั้งต้น
    ต้นไม้ใหญ่ที่ผู้ชายคนหนึ่งเรียกต้นนี้ว่า “ต้นขน”



    ฉันกำลังพูดถึงร้าน แซฟฟรอน คาเฟ่ - Saffron espresso caffe’
    ร้านกาแฟเปิดใหม่ริมน้ำโขง ที่มี สโลแกนว่า
    Original Luang Prabang Coffee



    กาแฟที่นี่ ปลูกโดยชาวเขาท้องถิ่น
    ถือว่าเป็นกาแฟลาวที่นำมาทำแบรนด์ได้ดีทีเดียว






    มีโอกาสได้ไปนั่งชิลชิลที่นี่ และได้ชิมกาแฟอราบิก้า
    อร่อยสมกับคำโฆษณา



    แถมอาหารเช้ายังทำอร่อยถูกใจ


    บรรยากาศของร้านก็ได้คะแนนไปเต็ม เพราะอยู่ติดริมน้ำโขง
    ตัวร้านเองอยู่ทางฝั่งตรงข้ามถนนที่ติดแม่น้ำ



    แต่พื้นที่ใต้ต้นไม่ใหญ่ ก็เป็นอาณาบริเวณของร้านด้วย



    จิบกาแฟชมแม่น้ำโขงแบบ Open Air
    ก็ต้องที่นี่เลยค่ะ :)



    Address: ริมแม่น้ำโขง แถว ๆ ซอยเข้าโชคดีเกสท์เฮ้าส์
    เดิน ๆ หาไม่ยาก เพราะป้ายสีส้ม เด่นสะดุดตา

    Web site: http://www.saffroncoffee.com (ใช้ joomla ทำด้วยนะ เออ)

ร้านกาแฟประซานิยม, หลวงพระบาง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Wednesday 28 January 2009 3:59 pm


    เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกขนาดกำลังน่ารัก
    ตั้งอยู่ในหุบเขาทางภาคเหนือของประเทศลาว
    มีแม่น้ำคานไหลออกสู่แม่น้ำโขง



    ยามเช้ามีพระสงฆ์และเณรน้อยนับร้อยรูปเดินบาตร
    ให้พุทธศาสนิกชนชาวลาว และนักท่องเที่ยวชาวพุทธ
    ได้ทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว



    การตักบาตรข้าวเหนียว คือ การเอามือปั้นข้าวเหนียวให้มีขนาดพอเหมาะ
    และโยนให้ลงในบาตร



    การใส่บาตรลักษณะนี้
    ผู้ใส่บาตรจะต้องมีความว่องไวพอสมควร
    จึงจะสามารถใส่บาตรพระได้ทันครบทุกรูป

    จากที่ฉันสังเกต ความเร็วในการปั้นโยนข้าวเหนียวใส่บาตร
    พบว่า คุณยายชาวลาว จะมีความสามารถพิเศษด้านนี้
    อาจจะเป็นเพราะ ได้ฝึกฝนอยู่ทุกวัน
    ตั้งแต่หลวงพระบางยังไม่ได้รับตำแหน่งเมืองมรดกโลกก็เป็นได้



    นักท่องเที่ยวมือใหม่ส่วนใหญ่มักจะใส่ข้างเหนียวลงบาตรไม่ทัน
    และอาจจะโดนโก่งราคาค่าข้าวเหนียวกระติ๊บเล็กจากแม่ค้าชาวลาวหัวใส
    ที่มาเร่ขายข้าวเหนียวสำหรับตักบาตร
    การท่องเที่ยวเมืองลาว จึงต้องไม่เดินทางแบบนักท่องเที่ยวไร้สมอง
    แต่ควรจะพินิจพิจารณาและพูดคุยกับชาวท้องถิ่น
    เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจถึงประเพณีที่แท้
    และวิถีชีวิตที่เป็นไปตามอารยะนั้น



    หลังจากกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวเสร็จสิ้น
    ฉันเดินลัดเลาะเลียบลำน้ำโขงสีขุ่นแดง
    ผ่านตลาดเช้าของเมืองหลวงพระบาง



    ตลาดแห่งของสดอย่างแท้จริง เช่น งูหลือมทั้งตัว ปลาตัวใหญ่จากแม่น้ำโขง
    นกที่ยังไม่ถอนขนแล้วโดนมัดขาไว้เป็นพวง ปูนากระดุ๊กกระดิ๊ก



    ไข่ไก่ที่เลอะขี้ไก่เหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากตูดไก่



    ผักสดสีสวย



    เดินตลาดเช้าที่นี่ครั้งใด เหมือนอยู่ในสวนสนุก
    เพราะจะได้ตื่นเต้นชี้ชวนให้ดูนู่นดูนี่กันตลอดเวลา



    หลังจากเที่ยวสวนสนุกเสร็จ
    เมื่อเดินสุดทางเลี้ยวขวาเลาะริมโขงไปอีกหน่อย
    จะถึงต้นมะขามยักษ์ที่ใต้ต้นมีร้านกาแฟยอดนิยมอยู่ร้านหนึ่ง
    ชื่อ ร้าน ประซานิยม (ในภาษาลาว ไม่มี ช ช้าง)
    ร้านกาแฟแบบชาวบ้าน ๆ ที่ถูกค้นพบโดยนักเดินทางบางกลุ่ม
    จนสุดท้ายที่นี่ก็กลายเป็นจุดหนึ่งที่ทัวร์มาลง
    (หากไปในช่วงเวลาดี ๆ ที่ไม่มีทัวร์ และมีแต่ชาวบ้านนั่งกินล่ะก็ จะเป็นวันที่โชคดีมาก ๆ)



    กาแฟร้อนแบบลาวราคาแก้วละสามพันกีบ
    ชงอร่อยเข้ม ด้านล่างของแก้วเป็นนมข้นหวาน
    เมื่อเอาช้อนมาคน ๆ กัน
    จะละลายกลายเป็นสีขุ่นเหมือนน้ำในแม่น้ำโขง สีส้มน้ำตาล



    ปาท่องโก๋ที่ถูกจัดเรียงไว้ในจาน มักจะหมดไปอย่างรวดเร็ว
    เพราะความอร่อยของแป้ง



    ถึงจะเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ริมโขง
    แต่ที่นี่เหมือนเป็นจุดศูนย์รวมของนักเดินทางชาติต่าง ๆ
    ทำให้มีร้านนี้มีเกสต์บุ้ค ไว้ให้ลูกค้าเขียน



    จิบกาแฟพลางอ่านเกสต์บุ้ค
    เหมือนได้อ่านหนังสือหลวงพระบางที่ร่วมกันเขียนโดยนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก
    บางหน้าเป็นภาพวาด พูสี บางหน้ามีรูปเทือกเขาสลับซับซ้อน
    ใครใคร่วาด วาด ใครใคร่เขียน เขียน จะเขียนภาษาอะไรก็ได้
    คนไทยที่ไปร้านนี้มีอยู่เยอะมากพอสมควร
    เปิดเกสต์บุ้ค สามหน้าจะต้องเจอภาษาไทยอย่างน้อยหนึ่งหน้า

    เพื่อนของฉันคู่หนึ่งซึ่งตอนนั้นคบกันเป็นคู่รัก
    เคยมาหลวงพระบางด้วยกันและหมั้นกันที่นี่
    ด้วยแหวนโบราณสีชมพูวงหนึ่ง
    ผู้ชายสวมให้ผู้หญิงที่สระน้ำหน้าวังเจ้ามหาชีวิต
    ทั้งคู่มาลงลายลักษณ์อักษรว่า หมั้นกันแล้ว ในเกสต์บุ้คร้านประซานิยม

    หนึ่งเดือนต่อมา ฉันมีโอกาส ตามไปเซ็นต์เป็นพยานรักให้กับทั้งคู่
    ลงในเกสต์บุ้คเล่มนั้นด้วย

    สามปีถัดมาที่ฉันได้มีโอกาสไปเยือนหลวงพระบางอีกครั้ง
    ไฟในเตาที่ยังคงใช้ฟืนต้มน้ำยังคงติดสว่าง
    น้ำในหม้อชงกาแฟเดือดเป็นไอ



    พี่เจ้าของร้านคนเดิมยังชงกาแฟขายอยู่ทุกวัน



    ชาวลาวนั่งอยู่ครึ่งร้าน ชาวต่างชาติอีกครึ่งร้าน
    ร้านประซานิยม ยังคงเป็นร้านที่ได้รับความนิยมเหมือนเดิม



    ยังมีเกสต์บุ้คหลายเล่มวางซ้อนกันสูงอยู่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้ต้นมะขามแห่งนั้น
    แต่ฉันหาเล่มที่ฉันเคยเขียนไว้ไม่เจอเสียแล้ว
    ฉันจึงเปิดหาหน้าว่างในเกสต์บุ้คเล่มใหม่
    และเขียนบางสิ่งบางอย่างลงไป ความทรงจำดี ๆ ที่หลวงพระบาง :)

    Address: ใต้ต้นมะขามริมแม่น้ำโขง เลยตลาดเช้าไปนิดนึง
    หลวงพระบาง ประเทศลาวจ้ะ

Joma Bakery Cafe, หลวงพระบาง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Monday 26 January 2009 3:30 pm



    ร้านกาแฟ โจมา เบเกอรี่ คาเฟ่ (Joma Bekery Cafe)
    เป็นร้านกาแฟลาวสไตล์ฝรั่งเศสที่ดีที่สุดของลาวค่ะ
    มีอยู่สองสาขา ที่เวียงจันทน์ และ หลวงพระบาง

    และทุกครั้งที่ได้ไปเยือนลาว ฉันไม่เคยพลาดร้านนี้เลยซักครั้ง

    ร้านโจมา ตกแต่งร้านเป็นสไตล์ Loft โมเดิร์น ด้วยผนังปูนเปลือย
    แอร์เย็นฉ่ำ และโต๊ะเก้าอี้นั่งสบาย ๆ

    (ถ้าเป็นที่สาขาหลวงพระบาง ตอนนี้มีที่นั่งบนชั้นสองเพิ่มขึ้น
    เมื่อก่อนชั้นสองจัดเป็นแกลเลอรี่และร้านขายของที่ระลึก
    ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ)



    หลังเคาเตอร์มีกระดานสีดำที่มีชอล์กสีลูกกวาดเขียนเมนูต่าง ๆ ไว้เต็มแผ่น
    [Cold Drink]
    Ice:coffee, cocao, cappuccino, latte 15,000 กีบ
    Ice: Mocca or caramella 17,000 กีบ
    Mocha Freeze 15,000 กีบ
    Fruit shake 15,000 กีบ
    Italian Soda 17,000 กีบ
    Ice tea, lemonade 13,000 กีบ
    Juice [Orange, pineapple, apple, grapefruit] 13,000 กีบ

    และอื่น ๆ อีกมายมายให้เลือก

    กาแฟของโจมาเป็นแบบกาแฟลาวเข้มข้น
    เมล็ดกาแฟใช้พันธุ์อะราบิกา (Arabica)
    ซึ่งผลิตจากเมืองปากซอง ประเทศลาว



    เบเกอรี่โฮมเมด สดใหม่จากเตาทุกวัน






    คุณภาพของอาหารจึงสมกับราคาที่เราต้องเสียไป



    ทุกครั้งที่เที่ยวเล่นในหลวงพระบางจนเหน็ดเหนื่อย
    เข้าวัดนู้น ออกวังนี้ จนเหงื่อตก
    ยามบ่าย ฉันจึงมักจะหลบอากาศร้อน
    มานั่งจิบกาแฟกินเบเกอรี่ในร้านสวย ๆ แอร์เย็นฉ่ำแบบโจมา
    สั่ง cold drink หนึ่งแก้ว และเบเกอรี่สองสามชิ้น












    หนังสือซักเล่ม ไม่ต้องมีคำพูดซักคำ เราก็สามารถชิล ๆ ได้
    คนเดียว หรือกับคนที่เรารัก



    ร้านชิล ๆ แบบนี้ทำให้ฉันไม่เคยพลาดโจมาซักครั้ง
    เมื่อไปเยือนประเทศลาว :)

    Address1: ที่หลวงพระบาง ร้านโจมา อยู่ข้าง ๆ ที่ทำการไปรษณีย์
    ตรงถนนหน้าทางขึ้นพูสี
    Address2:ที่เวียงจันทน์ ฝั่งเดียวกับร้านดาวฟ้า
    อยู่ตรงข้ามร้านขอบใจเด้อ ใกล้ ๆ กับวงเวียนน้ำพุ
    (บอกรถตุ๊ก ๆ ก็รู้จัก ร้านดัง ๆ :)

ข้อมูลการล่องห่วงยาง - Tubing in Song River

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Thursday 9 October 2008 2:59 pm

    กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อไปถึงวังเวียง ก็คือ
    การล่องห่วงยางไปตามแม่น้ำซอง

    ภาษาอังกฤษเรียกว่า Tubing 

    ภาษาลาวเรียกว่า กงเบ็ง หรือ กงเบ่ง
    (วงล้อที่มีลมพองออกมา หรือยางในของล้อรถบรรทุกนั่นเอง)

    ค่าล่องห่วงยางราคา 35,000 กีบ
    ค่าถุงกันน้ำอีก 10,000 กีบ (ถ้าต้องการถ่ายรูปควรมีถุงกันน้ำไปด้วย)
    ราคาล่องห่วงยางของทุกร้านในตลาดจะราคาเท่า ๆ กัน
    เพราะที่วังเวียงมีสมาคมกลางที่คอยคุมราคา
    เกี่ยวกับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว
    ดังนั้นราคานี้คือราคามาตรฐาน (ข้อมูลปี 2005)



    Update ราคาเดือนตุลาคม ปี 2008
    ค่าล่องห่วงยางคนละ 55,000 กีบ
    ค่าประกันห่วงคนละ 60,000 กีบ (จะได้เงินคืนเมื่อนำห่วงมาคืนที่ร้านก่อนหกโมงเย็น)
    รวม 115,000 กีบ

    ค่าเช่าถุงกันน้ำ 20,000 กีบ

    ผ่านไปสามปี ราคาขึ้นเป็นสองเท่าทุกอย่าง T.T


    ระหว่างทางของการล่องห่วงยาง
    จะมีฐานต่าง ๆ ให้เล่น ผจญภัย  โดดเชือกลงน้ำ ชิงช้าริมผา
    สนุกและไม่เสียเงิน
    เพราะส่วนใหญ่ ฐานให้เล่นนี้จะทำโดยชาวลาวแถว ๆ นั้น
    เพียงแต่เราเสียเงินซื้อขนม ซื้อน้ำ สิบยี่สิบบาทเป็นน้ำใจ
    ทดแทนน้ำใจที่เขาอุตส่าห์มาสร้างไว้ให้เล่นก็เพียงพอแล้ว

    ปัญหาที่เจอบ่อย ๆ คือ
    เวลาเราล่องห่วงยางไปตามแม่น้ำกับกลุ่มเพื่อน
    อาจจะพลัดหลงกันได้ เนื่องจากน้ำบางช่วงไหลเชี่ยว

    เคยไปเล่นล่องห่วงยางช่วงปลายฝน เดือนตุลาคม
    มีเพื่อนคนหนึ่งแวะเล่นตามฐานไม่ทัน
    ไม่สามารถจอดห่วงได้ทันเพื่อน ๆ
    ก็ต้องล่องห่วงยางไปอย่างโดดเดี่ยว
    ในขณะที่เพื่อน ๆ เล่นฐานโดดลงน้ำกันอย่างสนุก

    และไปเจอกันอีกครั้ง ที่กลางแม่น้ำซอง ในอีกหนึ่งกิโลเมตรถัดไป :)

วังเวียง ดินแดนแห่งแม่น้ำร้องเพลง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Thursday 9 October 2008 2:49 pm

ท่ามกลางเวทีแห่งขุนเขาภูดอยแห่งวังเวียง
ฉันแบกกงเบ็งลงไปที่แม่น้ำแห่งเสียงเพลง
พอปล่อยตัวลงไปในกงเบ็ง
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัวฉันก็เริ่มร้องเพลง
โดยมีน้ำใสไหลเย็นเป็นผู้นำการขับร้อง
ภูเขาหินปูนขับขานลำนำแห่งอ้อมกอด
ท้องฟ้าสีครามร้องเพลงด้วยเสียงสดใส

แสงอาทิตย์เจิดจ้า
ร้องเพลงคู่กับเงาต้นไม้ใหญ่ริมตลิ่งน้ำ
ภูผาหินยืนตัวตรง
ให้ชิงช้าเหนือแม่น้ำแกว่งตามจังหวะทำนอง
เด็กเด็กชาววังเวียงร้องเพลงหาปลาอยู่ตลอดสายน้ำ
แปลงผักสีเขียวอ่อนใบไม้สีเขียวแก่
ประดับประดาฉากเวทีธรรมชาติอย่างงดงาม
ทุกสิ่งทุกอย่างฮัมเพลงเสียงไพเราะ
ฉันเลยร้องตามเงียบเงียบในใจ
แต่เสียงกลับดังกังวานมาจนถึงวินาทีนี้
ลำน้ำซองไหลเอื่อยบ้างเชี่ยวแรงบ้าง
ตื้นเขินลึกล้ำเป็นบางจุดระยะทางสี่กิโลเมตร

ระยะเวลาสามชั่วโมง
ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงดนตรีสายน้ำ
ที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เคยได้เกิดมา
นอกจากที่นักดนตรีดังที่กล่าวมาแล้ว
ยังมีนักแสดงประกอบตัวเล็ก ๆ ในฉาก
ที่ลืมแนะนำไม่ได้แมลงปอลำตัวสีแดงปีกใสตัวหนึ่ง
ลงมาร้องเพลงที่หัวเข่าของฉันอยู่หลายนาทีทีเดียว

Tubing at Song River ล่องห่วงยางบนแม่น้ำซอง,
วังเวียง ประเทศลาวเช้าวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2548

Next Page »
Centurion Wordpress Theme