Red piano, Siam Reap
-
Red piano เป็นร้านที่ฉันกับอุ้มเล็งกันไว้ว่าเราจะต้องมาชิลที่นี่ให้ได้
ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในย่านตลาดเก่ากลางเมืองเสียมเรียบ

ด้วยความที่ร้านอยู่ตรงหัวมุมถนนและประดับด้วยไฟสีแดงเต็มร้าน
แถมชื่อร้านยังคลาสสิคซะขนาดนี้
ฉันกับอุ้มจึงได้แต่ประหยัดเก็บหอมรอมริบ
เพื่อที่วันหนึ่งของการเดินทาง
จะได้มานั่งชิล ๆ รวย ๆ สวย ๆ ที่ร้านเปียโนสีแดง

ที่บอกว่าต้องประหยัด นี่คือเราประหยัดกันจริง ๆ นะคะ
บางมื้อถึงกับซื้อมะพร้าวมาประทังชีวิต
หลังจากกินน้ำมะพร้าวหมดแล้ว
ยังรบกวนให้พี่ชายชาวเขมร
เจ้าของเกสท์เฮ้าส์เฮลโหลพาราไดซ์ผ่าเนื้อให้กินอีกแน่ะ
ที่ต้องใช้ชีวิตแบบประหยัดกันขนาดนั้น
เพราะฉันซุ่มซ่ามเอง
ทำเงินที่เตรียมมาหล่นหายเกือบร้อยดอลลาร์สหรัฐที่พนมเปญ

ยังจำได้ดี กับความรู้สึกหดหู่ในชีวิตวันนั้น
หลังจากนั่งละเมาะโมโตตระเวนชมสถานที่ท่องเที่ยว
ที่กลายเป็นใบเสร็จจากสงคราม
- Killing Field : สยอง มิวเซียมกระโหลกมนุษย์ และหลุมเทศพ
- คุกตุลสแลง : ภาพเหยื่อสงครามขาวดำ เต็มโรงเรียนที่กลายเป็นคุก
เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เหมือนไม่ได้ไปเที่ยวหรอกค่ะ
คล้ายเดินทางไปเพื่อเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์จากของจริงว่า
สงคราม นั้น เลวร้ายมากเพียงใด
“รู้ว่าเงินที่เตรียมมาสำหรับการเดินทางหายไป
รู้สึกใจหาย คิดถึงบ้าน
อยากกลับเมืองไทยซะเดี๋ยวนี้ ตอนนี้
เหงา และ เงียบ มาก
พระอาทิตย์เพิ่งตก
ข้างนอกมีเสียงชาวเขมรคึกคัก
มีคนจัดปาร์ตี้ แฮปปี้เบิร์ดเดย์
แต่ในห้องนี้เงียบเหงาซะเหลือเกิน
อุ้มนอนหลับไปแล้ว
ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปเที่ยวที่ไหนคนเดียวเด็ดขาด
ความรู้สึกแบบนี้มันทำร้ายร่างกายและหัวใจ
นี่ขนาดมีอุ้มอยู่ด้วยนะ ยังเศร้าขนาดนี้เลย :(”
บันทึกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2007
เขียนที่ OKAY Guesthouse
พนมเปญ ประเทศกัมพูชา
นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ซื้อตั๋วชมนครวัดได้เพียงวันเดียว (20 $)
และต้องใช้สติในการจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์
(ที่เขมร ส่วนใหญ่รับเงินดอลลาร์
ทำให้ค่าใช้จ่ายที่นี่แพงที่สุดในบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน)
เก็บเงิน อดออม กระทั่งวันสุดท้ายที่จะได้อยู่เสียมเรียบ ก็สำเร็จ :)
หลังจากกลับจากล่องเรือที่โตนเลสาบ
ฉันกับเพื่อนก็นับเงินที่เหลือ
สรุปว่าเหลือเพียงพอที่จะไปกินร้าน Red Piano แล้ว เย้ ^^

พวกเราจึงรู้สึกรักร้าน Red Piano เสียมากมาย
มองอะไรในเย็นวันนั้นก็ดูสวยไปหมด
พระอาทิตย์ทอแสงฉาบทั้งเมืองด้วยให้กลายเป็นสีทอง
ทำให้นึกถึงวันที่ได้ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ พนมบาแค็ง
ปราสาทบนยอดเขาโดนอาบด้วยแสงทองอร่าม
ผู้คนจากทั่ทุกมุมโลกมารวมอยู่ ณ ที่เดียวกัน
เพื่อเพ่งมองไปยังจุดเดียวกัน - ท้องฟ้าทิศตะวันตก


อาหารที่สั่งค่อย ๆ ทยอยมาวางบนโต๊ะ
สลัดทูน่า ไข่ต้ม, สปาเกตตี้คาโบนารา
รสชาติอร่อยใช้ได้ บวกกับบรรยากาศน่ารัก ๆ ของเสียมเรียบ
ทำให้มื้อนั้นกลายเป็นมื้ออาหารแห่งความทรงจำ



ย่านถนนกลางเมืองจากที่สว่าง พลันดวงอาทิตย์ลับก็กลับกลายเป็นโลกอีกใบ
สนุก สวย โรแมนติก ชิล แอนทีค และหลาย ๆ อย่าง
แสงไฟจากร้านรวงต่าง ๆ ค่อย ๆ วิบวับขึ้นมา



วิวจากระเบียงชั้นสองของร้าน Red piano
ทำให้ฉันได้รู้จักกับเสียมเรียบ และตกหลุมรักเมืองนี้ราวกับต้องมนต์
ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่า I never fall in love again แล้วเชียว
ครั้งนี้ขอยกเว้นอีกสักครั้งเถอะน่า :)

Address: ร้านหัวมุม ก่อนเข้าย่านท่องเที่ยวกลางคืน
ใกล้ตลาดเก่า กลางเมือง เสียมเรียบ
ประเทศกัมพูชา
Tips 1: Visa on arrival สำหรับเข้าประเทศกัมพูชาสะดวกดีค่ะ
ไม่ต้องทำไปก่อนหรอก เตรียมรูปถ่าย กับเงินไปก็เพียงพอแล้ว
Tips 2: พนมเปญแอร์พอร์ตเต็มไปด้วยยุง ๆ ๆ ๆ
ขนาดเจ้าหน้าที่ชาวแขมร์ยังเดินถือไม้แบดตียุง
อย่าลืม ซอฟเฟลสีชมพู ติดตัวไปด้วยค่ะ :)
Other site -> Red Piano Site










































