พวกเราช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่บอบบางกันซะเหลือเกิน

Posted by Rainbow | December Solstice | Monday 13 October 2008 4:12 pm



บางครั้ง ฉันก็รู้สึกว่า
พวกเราช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่บอบบางกันซะเหลือเกิน
เพียงแค่รับรู้ เพียงได้รู้สึก

เปลือกนอกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
จากที่เคยปกป้องเป็นเกราะต้านทาน
ก็พังทลายลงได้

แม้การสัมผัสรับรู้นั้น
จะพริ้วแผ่วเบาดุจดังการเต้นรำของแสงแดด

แต่สุดท้าย
สิ่งมีชีวิตอย่างพวกเรา
ก็ค่อยค่อยพังทลายลง

ทีละเล็ก
ทีละน้อย

จนมิอาจจะรู้สึกตัว

สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ศูนย์ของโลก, เสียมเรียบ

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, กัมพูชา (Combodia) | Saturday 11 October 2008 12:44 am

    Rainbow@Angkor Wat

    นครวัดคือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
    แต่ความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ศูนย์ของโลก

    นครวัดผุพัง กำลังซ่อมแซม
    ความรักของฉันก็เหมือนกัน


    จากบันทึกส่วนตัว
    เขียนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2007
    วันแห่งความรัก


ข้อมูลการล่องห่วงยาง - Tubing in Song River

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Thursday 9 October 2008 2:59 pm

    กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อไปถึงวังเวียง ก็คือ
    การล่องห่วงยางไปตามแม่น้ำซอง

    ภาษาอังกฤษเรียกว่า Tubing 

    ภาษาลาวเรียกว่า กงเบ็ง หรือ กงเบ่ง
    (วงล้อที่มีลมพองออกมา หรือยางในของล้อรถบรรทุกนั่นเอง)

    ค่าล่องห่วงยางราคา 35,000 กีบ
    ค่าถุงกันน้ำอีก 10,000 กีบ (ถ้าต้องการถ่ายรูปควรมีถุงกันน้ำไปด้วย)
    ราคาล่องห่วงยางของทุกร้านในตลาดจะราคาเท่า ๆ กัน
    เพราะที่วังเวียงมีสมาคมกลางที่คอยคุมราคา
    เกี่ยวกับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว
    ดังนั้นราคานี้คือราคามาตรฐาน (ข้อมูลปี 2005)



    Update ราคาเดือนตุลาคม ปี 2008
    ค่าล่องห่วงยางคนละ 55,000 กีบ
    ค่าประกันห่วงคนละ 60,000 กีบ (จะได้เงินคืนเมื่อนำห่วงมาคืนที่ร้านก่อนหกโมงเย็น)
    รวม 115,000 กีบ

    ค่าเช่าถุงกันน้ำ 20,000 กีบ

    ผ่านไปสามปี ราคาขึ้นเป็นสองเท่าทุกอย่าง T.T


    ระหว่างทางของการล่องห่วงยาง
    จะมีฐานต่าง ๆ ให้เล่น ผจญภัย  โดดเชือกลงน้ำ ชิงช้าริมผา
    สนุกและไม่เสียเงิน
    เพราะส่วนใหญ่ ฐานให้เล่นนี้จะทำโดยชาวลาวแถว ๆ นั้น
    เพียงแต่เราเสียเงินซื้อขนม ซื้อน้ำ สิบยี่สิบบาทเป็นน้ำใจ
    ทดแทนน้ำใจที่เขาอุตส่าห์มาสร้างไว้ให้เล่นก็เพียงพอแล้ว

    ปัญหาที่เจอบ่อย ๆ คือ
    เวลาเราล่องห่วงยางไปตามแม่น้ำกับกลุ่มเพื่อน
    อาจจะพลัดหลงกันได้ เนื่องจากน้ำบางช่วงไหลเชี่ยว

    เคยไปเล่นล่องห่วงยางช่วงปลายฝน เดือนตุลาคม
    มีเพื่อนคนหนึ่งแวะเล่นตามฐานไม่ทัน
    ไม่สามารถจอดห่วงได้ทันเพื่อน ๆ
    ก็ต้องล่องห่วงยางไปอย่างโดดเดี่ยว
    ในขณะที่เพื่อน ๆ เล่นฐานโดดลงน้ำกันอย่างสนุก

    และไปเจอกันอีกครั้ง ที่กลางแม่น้ำซอง ในอีกหนึ่งกิโลเมตรถัดไป :)

วังเวียง ดินแดนแห่งแม่น้ำร้องเพลง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Thursday 9 October 2008 2:49 pm

ท่ามกลางเวทีแห่งขุนเขาภูดอยแห่งวังเวียง
ฉันแบกกงเบ็งลงไปที่แม่น้ำแห่งเสียงเพลง
พอปล่อยตัวลงไปในกงเบ็ง
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัวฉันก็เริ่มร้องเพลง
โดยมีน้ำใสไหลเย็นเป็นผู้นำการขับร้อง
ภูเขาหินปูนขับขานลำนำแห่งอ้อมกอด
ท้องฟ้าสีครามร้องเพลงด้วยเสียงสดใส

แสงอาทิตย์เจิดจ้า
ร้องเพลงคู่กับเงาต้นไม้ใหญ่ริมตลิ่งน้ำ
ภูผาหินยืนตัวตรง
ให้ชิงช้าเหนือแม่น้ำแกว่งตามจังหวะทำนอง
เด็กเด็กชาววังเวียงร้องเพลงหาปลาอยู่ตลอดสายน้ำ
แปลงผักสีเขียวอ่อนใบไม้สีเขียวแก่
ประดับประดาฉากเวทีธรรมชาติอย่างงดงาม
ทุกสิ่งทุกอย่างฮัมเพลงเสียงไพเราะ
ฉันเลยร้องตามเงียบเงียบในใจ
แต่เสียงกลับดังกังวานมาจนถึงวินาทีนี้
ลำน้ำซองไหลเอื่อยบ้างเชี่ยวแรงบ้าง
ตื้นเขินลึกล้ำเป็นบางจุดระยะทางสี่กิโลเมตร

ระยะเวลาสามชั่วโมง
ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงดนตรีสายน้ำ
ที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เคยได้เกิดมา
นอกจากที่นักดนตรีดังที่กล่าวมาแล้ว
ยังมีนักแสดงประกอบตัวเล็ก ๆ ในฉาก
ที่ลืมแนะนำไม่ได้แมลงปอลำตัวสีแดงปีกใสตัวหนึ่ง
ลงมาร้องเพลงที่หัวเข่าของฉันอยู่หลายนาทีทีเดียว

Tubing at Song River ล่องห่วงยางบนแม่น้ำซอง,
วังเวียง ประเทศลาวเช้าวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2548

Good Morning in Vang-Vieng, ลาว

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Thursday 9 October 2008 2:11 pm

อากาศในตอนเช้าสวยแบบสงบน่ารัก
ภาพหญิงสาวชาวบ้านเอาฝักบัวรดน้ำ
ลงมาตักน้ำในแม่น้ำซองไปรดแปลงผักสีเขียวที่ปลูกอยู่ริมตลิ่ง
เป็นภาพธรรมดา ๆ แต่น่าหลงใหลอย่างยิ่ง

ฉันนั่งอยู่บนระเบียงชั้นสามของ ออร์คิดเกสท์เฮ้าส์
ที่มีเจ้าของชื่อ ป๋อง กับคนดูแลที่สองคนที่เป็นฝาแฝดชื่อน้อยกับใหญ่

อากาศตอนเช้าเย็นสบาย
มีลมอ่อน ๆ โชยมาตลอดเวลา

แม่น้ำซองไหลจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้
และเป็นแม่น้ำที่ใหญ่กว่าแม่น้ำปายช่วงที่ไหลผ่านหมู่บ้าน

กลางน้ำซองมีเกาะขนาดย่อม ๆ เท่าสนามฟุตบอลตั้งอยู่
บนเกาะมีร้านผับบาร์เล็ก ๆ และบ้านของชาวบ้านอยู่
จึงเรียกว่า Island Bar
ตอนกลางคืนถ้าอยากเอะอะโวยวาย ขี้เมา
ก็ให้ไปที่เกาะนี้ทางไปเกาะเป็นสะพานไม้เล็ก ๆ
ที่เวลาเดินจะดังยวบยาบพอให้เสียวเล็ก ๆ

หากมองไปไกลกว่าริมแม่น้ำ
ก็จะพบกับทุ่งนาสีข้าวเหนียวสีเขียวทอง
เดือนตุลาแบบนี้ใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว
สองข้างทางตอนเดินทางมาวังเวียง
จึงได้เห็นชาวบ้านสวมงอบแบบญวณเกี่ยวข้าวบ้างแล้ว

ภูเขาหรือที่ภาษาลาวเรียกว่าภูดอยก็สลับซับซ้อนหยักเป็นโค้งเว้า
ตัดกับสีของท้องฟ้าพอยามสาย (ภาษาลาวเรียก ยามสาย ว่า ‘ยามสวย’ :)

แดดเริ่มส่องแรงก็เกิดภาพเงาของภูเขาทอดทับกันให้เห็นเป็นมิติ
ฉันนั่งมองภูเขาสีเทารูปทรงแปลกตานั่นแล้วอยากจะร้องกรี๊ดดัง ๆ
ตอนนี้ฉันอยากจะร้องกรี๊ดดัง ๆ จริง ๆ นะ

เหมือนสวิตเซอร์แลนด์
เหมือนกุ้ยหลิน

สวยราวกับพระเจ้าปั้นดินแล้วน้ำมาตั้งไว้

แต่ถ้าตอนนี้ฉันกรี๊ด
ฉันคงทำให้ที่นี่หมดความสงบ

เพื่อนสามคนในห้องยังคงนอนขดตัวอยู่ในเตียงอันอบอุ่น
ฉันตื่นก่อนใคร
แล้วรีบออกมาที่ระเบียงแห่งนี้ แอบงับประตูระเบียงไว้หลวม ๆ

ถ้ามียัยเพื่อนมือดีแกล้งล๊อคประตูขังฉันไว้ตรงนี้ฉันก็คงยอม
เพราะภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าฉันมันสวยมหัศจรรย์ซะจริง ๆ

เจ็ดโมงกว่า ๆ แล้ว แดดสีเหลืองอ่อนฉาบสีทุ่งนา
และหลังคากระท่อมให้เป็นเฉดสีทอง
สะพานไม้กระดานสามแผ่นที่ทอดตัวไปสู่ Island Bar
มีผู้คนเดินข้ามไปข้ามมา
มีกลุ่มหนึ่งเดินมาพร้อมกับแผ่นกระดานวาดภาพสีขาว
คงจะมาวาดรูปภูเขาที่นี่
วาดภาพที่พระเจ้าได้วาดไว้สมบูรณ์เต็มร้อยคะแนน

นาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงสิบห้านาที
ฉันเข้าไปปลุกสาว ๆ สามคนในห้องดีกว่า

เช้าวันนี้เราจะไปล่องห่วงยางกัน


จากบันทึกส่วนตัว

สมุดลูกฟูกสีน้ำเงินวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2005 วังเวียง, ประเทศลาว


Next Page »
Centurion Wordpress Theme