บ้านศิลปิน, หัวหิน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, หัวหิน (Hua Hin) | Thursday 29 January 2009 4:00 pm

    ได้ยินคำว่าบ้านศิลปินครั้งแรก จากพี่พีร์ ที่เป็นเจ้าของรีรารีสอร์ทที่หัวหิน
    http://www.reerahuahin.com/

    พี่พีร์ ใช้เวลายามว่างไปเรียนวาดภาพสีน้ำที่ บ้านศิลปิน
    ภาพทะเล ดอกลั่นทม เปลือกหอย ทุก ๆ อย่างที่สื่อถึงหัวหิน

    เคยถามว่า บ้านศิลปิน มันไปทางไหนคะ
    พี่พีร์ตอบว่า ทางไปเขาหินเหล็กไฟ

    จบเพียงแค่นั้น และปล่อยไว้ ไม่มีโอกาสได้ไป

    จนกระทั่งวันหนึ่งของฤดูหนาว
    ภาคเหนือความกดอากาศสูง ยอดดอยหนาวจัด
    แต่ทะเลอ่าวไทยกลับกลายเป็นหน้ามรสุม คลื่นลมแรงจัด
    ลมหนาวพัดผ่านหัวหินในเดือนธันวาคม

    ออกจากกรุงเทพฯ เส้นทางสาย 35 จากพระรามสอง
    ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
    ต้นสักที่ปลูกไว้เกาะกลางถนนเป็นใบแห้งสีน้ำตาลแดง
    คราวนี้ฉันเลือกใช้เส้นทาง
    เส้นทางบายพาสมีต้นสนลู่ลมอยู่เป็นแนว
    จากเส้นทางนี้เมื่อเห็นเขาหินเหล็กไฟอยู่ด้านขวามือ
    ก็เตรียมทางซ้าย หาป้ายทางเข้า บ้านศิลปินได้เลย

    เหมือนย่างเท้าเข้าไปสู่อาณาจักรแห่งศิลปะ

    ทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่นล้วนงดงาม

    พื้นที่ทั้งหมด 11 ไร่ ทำให้สามารถเพลิดเพลินได้ไม่รู้จบ
    แม้แต่ก้อนหินทาสีธรรมดา ๆ กับเศษใบไม้แห้งสองสามใบ
    ยังทำให้รู้สึกได้ ว่านี่คืองานศิลป์ที่ธรรมชาติจัดวาง


    บ้านศิลปินแห่งนี้ ริเริ่มโดย อาจารย์ทวี เกศางาม

    ด้านหน้าคือแกลเลอรี่

    ที่มีผลงานของศิลปินท่านต่าง ๆ หมุนเวียนกันมาจัดแสดงให้เข้าชม
    ด้านหลังมีเรือนไม้สำหรับเรียนวาดรูป
    ส่วนหนึ่งเป็นบ้านของอาจารย์ทวี สำหรับสร้างงาน

    อ่างล้างจานที่เปรอะไปด้วยสีเกรอะ

    พู่กันที่ยังไม่ได้ล้าง

    ทุกสิ่งล้วนสื่อถึงความงดงามของการมีชีวิตอยู่โดยการเสพย์ศิลป์


    ด้านล่างตรงกรงนกยูงมีบ้านดินสามหลังที่มีงานปั้นจัดวางอย่างลงตัว

    สร้างโดยเพื่อนศิลปินสองคน
    นายดี ช่างหม้อ และแม่องุ่น

    “เที่ยวบ้านดิน ชมงานศิลป์ กินกาแฟ
    Art & Antique Exhibition”
    เป็นสโลแกนของที่นี่ก็จริง

    จะเห็นว่ากินกาแฟอยู่สุดท้าย
    จึงไม่ต้องคาดหวังกับรสของกาแฟ
    โปรดอิ่มเอิบกับงานศิลป์
    และจ่ายเงินค่ากาแฟเสมือนน้ำใจในการเข้าชมค่ะ :)


    Address: ต. หินเหล็กไฟ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
    ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร
    ข้ามทางรถไฟไปจะมีป้ายบอกทาง
    อยู่เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกป่าละอูและวัดห้วยมงคล

    เบอร์โทรศัพท์ 032-534830 เปิดระหว่างเวลา 10.00-17.00 น.
    เข้าชมฟรี (แต่อย่าลืมซื้อกาแฟนะ)


    ตอนเดินชมเรือนสอนวาดเขียน
    ฉันเดินไปพบกระดานแผ่นหนึ่ง
    เขียนบทกวีที่แสนไพเราะบทหนึ่งของชีวิต
    ฉันจึงจดจำและขอแบ่งความสุขจากบทกวีแด่ทุกคนบนโลกนี้

    “ชั่วโมงวาดเขียน”

    ๑. ชั่วโมงนี้มีน้ำค้าง
    ไม่แตกต่างจากทุ่งเขียว
    มีขอนใหญ่ไร้ไม้เรียว
    นกฟ้าเที่ยวอยู่ร่ำไป

    ๒. มีก้อนกรวดผู้อ่อนหวาน
    เริงลำธารระริกใส
    มีเจ้าชายแห่งใบไม้
    หวิวไหวให้เย็นชีวี

    ๓. ครูจะเล่นเป็นผีเสื้อ
    เพื่อเธอได้ระบายสี
    เป็นกอหญ้าเป็นมาลี
    ตามแต่มีจินตนาการ

    ๔. ดอกไม้ที่สวยนัก
    ผีเสื้อจักไม่รีบผ่าน
    ลิ้มน้ำหวานเสียนาน
    เอากลับบ้านในพงพี

    ๕. ดอกไหนยังไม่สวย
    ผีเสื้อช่วยระบายสี
    เป็นยิ้มแย้มแต้มชีวี
    เธอต้องมีกำลังใจ

    ๖. เสร็จแล้วอย่ารีบส่ง
    จงหมุนเวียนเปลี่ยนดอกไม้
    ติชมพรมหอมไป
    ฉายแสงให้ดอกไม้บิน

    ๗. นักวาดต้องลึกซึ้ง
    จึงไปถึงปลายทางศิลป์
    ได้ทิพย์มาดื่มกิน
    ไม่หมดสิ้นจากชีวา

    ๘. แล้วจะเห็นว่าน้ำค้าง
    คือน้ำใจของนางฟ้า
    ชั่วโมงหน้าครูจะมา
    เพื่อนำพาวาดดาวดึงส์

    ผู้เขียน “ยังดี วลีจันทร์”
    ที่มา : หนังสือรวมบทกวี “ลูกสาว”
    คำว่าน้ำใจ ต้นฉบับเขียนว่าน้ำตา แต่ปรับเปลี่ยนเพราะไม่อยากให้นางฟ้าร้องไห้


    เว็บไซด์ของบ้านศิลปิน -> http://www.happygallery.org/index.php

ร้านกาแฟประซานิยม, หลวงพระบาง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Wednesday 28 January 2009 3:59 pm


    เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกขนาดกำลังน่ารัก
    ตั้งอยู่ในหุบเขาทางภาคเหนือของประเทศลาว
    มีแม่น้ำคานไหลออกสู่แม่น้ำโขง



    ยามเช้ามีพระสงฆ์และเณรน้อยนับร้อยรูปเดินบาตร
    ให้พุทธศาสนิกชนชาวลาว และนักท่องเที่ยวชาวพุทธ
    ได้ทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว



    การตักบาตรข้าวเหนียว คือ การเอามือปั้นข้าวเหนียวให้มีขนาดพอเหมาะ
    และโยนให้ลงในบาตร



    การใส่บาตรลักษณะนี้
    ผู้ใส่บาตรจะต้องมีความว่องไวพอสมควร
    จึงจะสามารถใส่บาตรพระได้ทันครบทุกรูป

    จากที่ฉันสังเกต ความเร็วในการปั้นโยนข้าวเหนียวใส่บาตร
    พบว่า คุณยายชาวลาว จะมีความสามารถพิเศษด้านนี้
    อาจจะเป็นเพราะ ได้ฝึกฝนอยู่ทุกวัน
    ตั้งแต่หลวงพระบางยังไม่ได้รับตำแหน่งเมืองมรดกโลกก็เป็นได้



    นักท่องเที่ยวมือใหม่ส่วนใหญ่มักจะใส่ข้างเหนียวลงบาตรไม่ทัน
    และอาจจะโดนโก่งราคาค่าข้าวเหนียวกระติ๊บเล็กจากแม่ค้าชาวลาวหัวใส
    ที่มาเร่ขายข้าวเหนียวสำหรับตักบาตร
    การท่องเที่ยวเมืองลาว จึงต้องไม่เดินทางแบบนักท่องเที่ยวไร้สมอง
    แต่ควรจะพินิจพิจารณาและพูดคุยกับชาวท้องถิ่น
    เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจถึงประเพณีที่แท้
    และวิถีชีวิตที่เป็นไปตามอารยะนั้น



    หลังจากกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวเสร็จสิ้น
    ฉันเดินลัดเลาะเลียบลำน้ำโขงสีขุ่นแดง
    ผ่านตลาดเช้าของเมืองหลวงพระบาง



    ตลาดแห่งของสดอย่างแท้จริง เช่น งูหลือมทั้งตัว ปลาตัวใหญ่จากแม่น้ำโขง
    นกที่ยังไม่ถอนขนแล้วโดนมัดขาไว้เป็นพวง ปูนากระดุ๊กกระดิ๊ก



    ไข่ไก่ที่เลอะขี้ไก่เหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากตูดไก่



    ผักสดสีสวย



    เดินตลาดเช้าที่นี่ครั้งใด เหมือนอยู่ในสวนสนุก
    เพราะจะได้ตื่นเต้นชี้ชวนให้ดูนู่นดูนี่กันตลอดเวลา



    หลังจากเที่ยวสวนสนุกเสร็จ
    เมื่อเดินสุดทางเลี้ยวขวาเลาะริมโขงไปอีกหน่อย
    จะถึงต้นมะขามยักษ์ที่ใต้ต้นมีร้านกาแฟยอดนิยมอยู่ร้านหนึ่ง
    ชื่อ ร้าน ประซานิยม (ในภาษาลาว ไม่มี ช ช้าง)
    ร้านกาแฟแบบชาวบ้าน ๆ ที่ถูกค้นพบโดยนักเดินทางบางกลุ่ม
    จนสุดท้ายที่นี่ก็กลายเป็นจุดหนึ่งที่ทัวร์มาลง
    (หากไปในช่วงเวลาดี ๆ ที่ไม่มีทัวร์ และมีแต่ชาวบ้านนั่งกินล่ะก็ จะเป็นวันที่โชคดีมาก ๆ)



    กาแฟร้อนแบบลาวราคาแก้วละสามพันกีบ
    ชงอร่อยเข้ม ด้านล่างของแก้วเป็นนมข้นหวาน
    เมื่อเอาช้อนมาคน ๆ กัน
    จะละลายกลายเป็นสีขุ่นเหมือนน้ำในแม่น้ำโขง สีส้มน้ำตาล



    ปาท่องโก๋ที่ถูกจัดเรียงไว้ในจาน มักจะหมดไปอย่างรวดเร็ว
    เพราะความอร่อยของแป้ง



    ถึงจะเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ริมโขง
    แต่ที่นี่เหมือนเป็นจุดศูนย์รวมของนักเดินทางชาติต่าง ๆ
    ทำให้มีร้านนี้มีเกสต์บุ้ค ไว้ให้ลูกค้าเขียน



    จิบกาแฟพลางอ่านเกสต์บุ้ค
    เหมือนได้อ่านหนังสือหลวงพระบางที่ร่วมกันเขียนโดยนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก
    บางหน้าเป็นภาพวาด พูสี บางหน้ามีรูปเทือกเขาสลับซับซ้อน
    ใครใคร่วาด วาด ใครใคร่เขียน เขียน จะเขียนภาษาอะไรก็ได้
    คนไทยที่ไปร้านนี้มีอยู่เยอะมากพอสมควร
    เปิดเกสต์บุ้ค สามหน้าจะต้องเจอภาษาไทยอย่างน้อยหนึ่งหน้า

    เพื่อนของฉันคู่หนึ่งซึ่งตอนนั้นคบกันเป็นคู่รัก
    เคยมาหลวงพระบางด้วยกันและหมั้นกันที่นี่
    ด้วยแหวนโบราณสีชมพูวงหนึ่ง
    ผู้ชายสวมให้ผู้หญิงที่สระน้ำหน้าวังเจ้ามหาชีวิต
    ทั้งคู่มาลงลายลักษณ์อักษรว่า หมั้นกันแล้ว ในเกสต์บุ้คร้านประซานิยม

    หนึ่งเดือนต่อมา ฉันมีโอกาส ตามไปเซ็นต์เป็นพยานรักให้กับทั้งคู่
    ลงในเกสต์บุ้คเล่มนั้นด้วย

    สามปีถัดมาที่ฉันได้มีโอกาสไปเยือนหลวงพระบางอีกครั้ง
    ไฟในเตาที่ยังคงใช้ฟืนต้มน้ำยังคงติดสว่าง
    น้ำในหม้อชงกาแฟเดือดเป็นไอ



    พี่เจ้าของร้านคนเดิมยังชงกาแฟขายอยู่ทุกวัน



    ชาวลาวนั่งอยู่ครึ่งร้าน ชาวต่างชาติอีกครึ่งร้าน
    ร้านประซานิยม ยังคงเป็นร้านที่ได้รับความนิยมเหมือนเดิม



    ยังมีเกสต์บุ้คหลายเล่มวางซ้อนกันสูงอยู่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้ต้นมะขามแห่งนั้น
    แต่ฉันหาเล่มที่ฉันเคยเขียนไว้ไม่เจอเสียแล้ว
    ฉันจึงเปิดหาหน้าว่างในเกสต์บุ้คเล่มใหม่
    และเขียนบางสิ่งบางอย่างลงไป ความทรงจำดี ๆ ที่หลวงพระบาง :)

    Address: ใต้ต้นมะขามริมแม่น้ำโขง เลยตลาดเช้าไปนิดนึง
    หลวงพระบาง ประเทศลาวจ้ะ

Joma Bakery Cafe, หลวงพระบาง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ลาว (Laos) | Monday 26 January 2009 3:30 pm



    ร้านกาแฟ โจมา เบเกอรี่ คาเฟ่ (Joma Bekery Cafe)
    เป็นร้านกาแฟลาวสไตล์ฝรั่งเศสที่ดีที่สุดของลาวค่ะ
    มีอยู่สองสาขา ที่เวียงจันทน์ และ หลวงพระบาง

    และทุกครั้งที่ได้ไปเยือนลาว ฉันไม่เคยพลาดร้านนี้เลยซักครั้ง

    ร้านโจมา ตกแต่งร้านเป็นสไตล์ Loft โมเดิร์น ด้วยผนังปูนเปลือย
    แอร์เย็นฉ่ำ และโต๊ะเก้าอี้นั่งสบาย ๆ

    (ถ้าเป็นที่สาขาหลวงพระบาง ตอนนี้มีที่นั่งบนชั้นสองเพิ่มขึ้น
    เมื่อก่อนชั้นสองจัดเป็นแกลเลอรี่และร้านขายของที่ระลึก
    ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ)



    หลังเคาเตอร์มีกระดานสีดำที่มีชอล์กสีลูกกวาดเขียนเมนูต่าง ๆ ไว้เต็มแผ่น
    [Cold Drink]
    Ice:coffee, cocao, cappuccino, latte 15,000 กีบ
    Ice: Mocca or caramella 17,000 กีบ
    Mocha Freeze 15,000 กีบ
    Fruit shake 15,000 กีบ
    Italian Soda 17,000 กีบ
    Ice tea, lemonade 13,000 กีบ
    Juice [Orange, pineapple, apple, grapefruit] 13,000 กีบ

    และอื่น ๆ อีกมายมายให้เลือก

    กาแฟของโจมาเป็นแบบกาแฟลาวเข้มข้น
    เมล็ดกาแฟใช้พันธุ์อะราบิกา (Arabica)
    ซึ่งผลิตจากเมืองปากซอง ประเทศลาว



    เบเกอรี่โฮมเมด สดใหม่จากเตาทุกวัน






    คุณภาพของอาหารจึงสมกับราคาที่เราต้องเสียไป



    ทุกครั้งที่เที่ยวเล่นในหลวงพระบางจนเหน็ดเหนื่อย
    เข้าวัดนู้น ออกวังนี้ จนเหงื่อตก
    ยามบ่าย ฉันจึงมักจะหลบอากาศร้อน
    มานั่งจิบกาแฟกินเบเกอรี่ในร้านสวย ๆ แอร์เย็นฉ่ำแบบโจมา
    สั่ง cold drink หนึ่งแก้ว และเบเกอรี่สองสามชิ้น












    หนังสือซักเล่ม ไม่ต้องมีคำพูดซักคำ เราก็สามารถชิล ๆ ได้
    คนเดียว หรือกับคนที่เรารัก



    ร้านชิล ๆ แบบนี้ทำให้ฉันไม่เคยพลาดโจมาซักครั้ง
    เมื่อไปเยือนประเทศลาว :)

    Address1: ที่หลวงพระบาง ร้านโจมา อยู่ข้าง ๆ ที่ทำการไปรษณีย์
    ตรงถนนหน้าทางขึ้นพูสี
    Address2:ที่เวียงจันทน์ ฝั่งเดียวกับร้านดาวฟ้า
    อยู่ตรงข้ามร้านขอบใจเด้อ ใกล้ ๆ กับวงเวียนน้ำพุ
    (บอกรถตุ๊ก ๆ ก็รู้จัก ร้านดัง ๆ :)

Centurion Wordpress Theme