Egg Moon

Posted by Rainbow | December Solstice | Saturday 28 February 2009 1:40 am

    hen sky

    1.

    ความรัก ไม่ต่างอะไรกับ ไข่เจียว
    หอมกรุ่น ละมุนลิ้น และทำให้อิ่ม
    แต่ถ้าให้กินทุกวันคงน่าเบื่อ
    เวลาหิวจัดเท่านั้น ข้าวไข่เจียวจึงหอมหวาน

    ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 80 แคลอรี
    ไข่ดาว 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 125 แคลอรี
    ไข่เจียว 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 140 แคลอรี

    ไข่เจียวให้พลังงานมากที่สุด
    แต่ความรักให้พลังงานมากกว่า

    2.
    ความจริงเขาไม่อยากเจียวไข่อีกแล้ว
    แต่ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกได้
    มันคืออาชีพที่เขาต้องทำ คราใดที่ลูกค้าสั่ง ข้าวไข่เจียว
    เมื่อนั้นลูกค้าจะได้เห็นพ่อครัวร้องไห้เสมอ

    การร้องไห้ระหว่างเจียวไข่ไม่ใช่ปัญหา
    เพียงแต่พ่อครัวต้องคอยระวังไม่ให้น้ำตาหยดลงไปในชามตรงหน้านั้นก็พอ
    ความสะอาดเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ของการทำครัว

    น้ำตาที่หน้าเตาเป็นน้ำตาของความเศร้าจากหัวใจทั้งหมดทั้งสิ้น
    ทุกคราที่เขาตอกไข่ใส่ชาม
    ขณะใช้ส้อมตีเร็ว ๆ ให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากัน
    จนมีลักษณะคล้ายครีมไข่แตกเป็นฟอง
    ก็เหมือนกับเขากำลังระคนตีความทรงจำอันแสนเศร้า
    ให้มันออกมาปะปนกับความเหงาเงียบงันในปัจจุบันอย่างช่วยไม่ได้

    เสียงหวาน ๆ ของเธอคนนั้นลอยมาจากภาพในอดีต
    “หิวข้าวจัง เจียวไข่ให้กินหน่อยสินะ” เธอหิวมาเกือบทุกครั้ง
    เขาชอบเสียงออดอ้อนขอกินข้าวไข่เจียวแบบนี้ที่สุด
    และเมื่อเธอก้าวเข้ามาในบ้าน เธอจะตรงไปยังห้องครัว
    เดินวนเวียนอยู่ในครัว คอยส่งยิ้มและคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

    เธอน่ารักเหมือนลูกแมวเชื่องๆ เขาคือเจ้าของผู้มีหน้าที่ให้อาหาร
    เขายิ้ม เดินไปหยิบไข่มาสองฟอง
    ค่อย ๆ ตอกไข่ลงไปในชามที่มีรูปไก่อย่างแคล่วคล่อง
    แล้วใช้ส้อมตีไข่จนเข้ากันเป็นเนื้อครีมสีเหลืองนวล

    เปิดเตา วางกระทะ เทน้ำมัน
    ระหว่างที่รอให้น้ำมันร้อน มือข้างซ้ายของเขาจะถือตะหลิว
    ส่วนมือข้างขวาเขากอดเธอเอาไว้หลวม ๆ
    เธอมักจะดื้อ ชอบดิ้นเล็กน้อยตอนที่เขากอด

    พอน้ำมันร้อนจนมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ
    เขาก็เทครีมไข่เจียวลงในกระทะ
    มีเธอคอยลุ้นให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ

    กลิ่นไข่เจียวลอยฟุ้งหอมไปไกลแสนไกล
    ส่วนความรักหอมอบอวลอยู่ใกล้ ๆ เตาไฟนั้นเอง
    คนสองคนกำลังแสดงความรักให้แก่กัน อยู่ในครัว

    ชายหนุ่มเจียวไข่ธรรมดา ๆ
    แต่หญิงสาว เธอบอกว่าอร่อยที่สุดในโลก
    ไม่รู้ว่าเพราะ ‘หิว’ หรือว่าเพราะ ‘รัก’

    3.

    ไข่ที่ดีต้องใหม่และสดเสมอ
    ถ้าซื้อไข่มาแล้วไม่แน่ใจ ว่าสดหรือไม่ ให้เอาไข่ไปแช่ในน้ำ
    ถ้าไข่ลอยแสดงว่าเป็นไข่เก่า ใกล้เน่าเต็มที
    แต่ถ้าไข่จมลงไปในน้ำ แสดงว่าไข่ใบนี้ใช้ได้
    พร้อมสำหรับการถูกทำเป็นอาหาร

    แม้การเจียวไข่จะดูเป็นเรื่องง่าย ๆ
    แต่การเจียวไข่ให้อร่อยนั้นเป็นเรื่องยากมากเลยทีเดียว
    ความรักก็เหมือนกัน ใครใครก็มีได้
    แต่ความรักดี ๆ นั้น เป็นเรื่องเรื่องยากมากเลยทีเดียวที่จะได้พานพบในชีวิต

    มีภาษิตรัสเซียบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า
    ‘Love and eggs are best when they are fresh’

    4.

    ชายหนุ่มที่กำลังเจียวไข่ให้ฉัน กำลังร้องไห้!
    นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า

    ฉันไม่ได้สั่งไข่เจียวใส่หัวหอมนะ เขาก็ไม่ได้หั่นหัวหอมซักกะหัว
    ฉันสั่งไข่เจียวธรรมดา อืม หรือว่า ควันไฟจะทำให้เขาแสบตากันนะ
    เอาเถอะ ยังไงก็อย่าเอาน้ำตามาหยดใส่ไข่เจียวของฉันก็แล้วกัน

    “ไข่เจียวเสร็จแล้วครับ นี่ครับ ขอบคุณมากครับ”
    เขายื่นจานข้าวที่โปะหน้าด้วยไข่เจียวสีเหลืองกรอบฟูมาให้ฉัน
    ดวงตาของเขาเปียกชื้นไปหมด ทว่า มีรอยยิ้มที่ใบหน้านั้น

    ฉันรับจานข้าวไข่เจียวมาด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาด
    นึกสงสัยว่า ข้าวไข่เจียว จานนี้ที่ทำด้วยน้ำตาของพ่อครัว
    จะอร่อยหรือเปล่านะ?

    5.

    มีนิทานปรัมปราของจีนเรื่องหนึ่ง เล่าว่า

    เมื่อแรก เมื่อยังไม่มีสิ่งใดกำเนิดขึ้น จักรวาลจะมีไข่ฟองหนึ่ง
    ภายในไข่จะมีต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต
    เมื่อชีวิตในไข่เจริญเติบโตจนออกมาจากไข่ได้
    ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นก็เอาสิ่ว เอาค้อน
    มาสลักพระอาทิตย์ก่อนเป็นลำดับแรก
    ต่อมาสลักพระจันทร์ และดวงดาวต่าง ๆ
    โดยใช้เวลาในการสลักดวงดาวเกือบสองหมื่นปี จึงประกอบเป็นจักรวาล


    my universe

    ว่ากันว่าจักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด
    วิธีการทำไข่เจียวก็ไม่มีจำกัดเช่นเดียวกัน

    ตามตำนานที่มีการบันทึกไว้ในโลกใบนี้
    การเจียวไข่มีหลายหลากนานัปวิธี แต่ละชาติ
    แต่ละถิ่นมีวิธีเจียวไข่ที่แตกต่างกันไป เครื่องปรุง น้ำมัน กระทะ
    ความร้อนของเตาไฟ แม้แต่อาหารของไก่ ก็ส่งผลกระทบถึงคุณภาพของไข่ด้วย

    ถ้าในความหมายของศิลปะหมายความถึง สุนทรียภาพและเป็นความงามของโลก
    ไข่เจียวคือศิลปะแขนงหนึ่ง เป็นความงามของโลกอาหาร
    ที่แสดงต่อหน้าของผู้ชมซึ่งกำลังโหยหาความอบอุ่นนุ่มลิ้นนั้น

    การเจียวไข่ คือ ศิลปะ พ่อครัวก็คือ ศิลปิน

    6.

    ไข่เจียว คืออะไรน่ะเหรอครับ?
    ถ้าถามผมเมื่อสองปีก่อน ไข่เจียวคือความรักครับ
    แต่ถ้าถามตอนนี้ ไข่เจียวก็ยังคือ ความรัก อยู่ครับ
    แต่เป็นความรักที่ทำร้ายผมทุกครั้งเมื่อผมต้องเจียวไข่

    ผมคิดถึงเธอ ผมรักเธอ

    เธอมักจะมาอยู่กับผมในครัว ผมชอบเวลาที่เธอออดอ้อนผม
    ขอกินข้าวไข่เจียวฝีมือผม เธอชอบกินไข่เจียวที่สุดในโลกเลยครับ
    เธอบอกว่า รักผมมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน
    ผมเจียวไข่ เธอกินไข่เจียวที่ผมทำ

    นี่คือความสุขของโลกครับ
    แต่โลกความสุขจากไข่ มันไม่จีรังยั่งยืนหรอกครับ
    รอยร้าวที่เปลือกมันมีมากจน ความรักของผมกับเธอพังทลายลง

    ผมยังจำได้ดี เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในฤดูร้อน
    วันนั้นพระจันทร์เหลืองนวลเต็มดวง
    ผมเจียวไข่ให้เธอกินเหมือนทุกครั้ง
    แต่ครั้งนี้เธอกินไปแค่สองคำแล้วก็เอาแต่ร้องไห้

    เธอบอกผมว่า ขอบคุณมากที่ดีกับเธอ และรักเธอ
    แต่เธอไม่ได้รักผม!
    ครับ เหตุผลเพียงแค่นั้นก็มากเกินเพียงพอสำหรับการจากลา

    ผมร้องไห้ ได้แต่เฝ้ามองเธอเดินจากไป
    ในความมืด ผมเห็นเพียงแสงสว่างเดียวบนฟ้า
    พระจันทร์ไข่ทอประกายในค่ำคืนฤดูร้อน


    little moon

    ความรักจบลง แต่ผมยังต้องเจียวไข่ต่อไป
    ความจริงผมไม่อยากเจียวไข่อีกแล้ว
    แต่ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกได้
    มันคืออาชีพเดียวที่ผมรัก

    หากคราใดที่ลูกค้าสั่ง ข้าวไข่เจียว เมื่อนั้นลูกค้าจะได้เห็นผมร้องไห้เสมอ
    ผมอายมากเลยนะครับ ที่โดนคำสาปจากไข่เจียว
    ชีวิตของผมคงหนีไม่พ้นเรื่องไข่ ๆ นี่ล่ะครับ
    เพราะเมื่อวันก่อน ผมอ่านเจอจากในหนังสือ
    เพิ่งได้รู้ว่าชื่อหนึ่งของพระจันทร์ในเดือนฤดูร้อนที่ผมเลิกกับเธอนั้น
    ชื่อว่า Egg Moon - พระจันทร์ไข่เจียวของผม


    เขียนโดย Bowrainbow.com เมื่อฤดูร้อน ปี 2008 :)
    เรื่องเศร้าที่เขียนแล้วอร่อยอย่างบอกไม่ถูก
    Inspire จาก หนังสือ พระจันทร์ ของส้มและพิว

    Circle of friends

Pasta Factory, หัวหิน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, หัวหิน (Hua Hin) | Thursday 19 February 2009 9:44 pm

ฉันน่ะ, หลงรัก พาสต้า (Pasta) ที่มีการลวกเส้นแบบพอดี ๆ ที่เรียกว่า อัล เดนเต้ (Al dente) ค่ะ :)



In cooking, the adjective al dente describes pasta and (less commonly) rice that has been cooked so as to be firm but not hard. “Al dente” also describes vegetables that are cooked to the “tender crisp” phase - still offering resistance to the bite, but cooked through.

It is often considered to be the ideal form of cooked pasta. Keeping the pasta firm is especially important in baked or “al forno” pasta dishes. The term comes from Italian and means “to the tooth” or “to the bite”, referring to the need to chew the pasta due to its firmness.

การลวกเส้นแบบนี้ คือ จะต้องลวกเส้นสุกพอดี ๆ ไม่ให้เส้นพาสต้านุ่มเกินไป
(เคล็ดลับคือต้องจับเวลาทุกครั้งที่ลวกเส้น และพอเอาเส้นพาสต้า
ขึ้นจากการลวกต้องผ่านน้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดอุณหภูมิของเส้นนะคะ)






ที่หัวหินมีร้านขายพาสต้าที่น่านำเสนออยู่ร้านหนึ่ง
สารภาพว่า ตั้งแต่ไปกินพาสต้าที่ร้านนี้มา
ก็ไม่เคยจะค้นพบพาสต้าร้านไหนจะอร่อยกว่าร้านนี้ได้อีกเลย
ร้านที่ว่านี้ คือ Pasta Factory ค่ะ






พบร้านนี้โดยบังเอิญเมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา
สำหรับคนที่ไปหัวหินแล้วกินแต่ร้านอาหารทะเล
ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งกินพาสต้า ในร้านน่ารัก ๆ โรแมนติก ดูบ้าง
แล้วคุณจะติดใจ :)



ตอนแรกฉันเองก็รู้สึกเฉย ๆ กับร้านนี้
อยากไปร้านอาหารทะเลซีฟู้ดมากกว่า
แต่เพราะคนที่ไปด้วยกันเป็นนักชิมอาหารอิตาเลี่ยน
ฉันก็เลยยอมไปร้านนี้ด้วย แบบไม่คาดหวังใดใดทั้งสิ้น



แต่พอได้ย่างเท้าเข้าไปในร้าน ความรู้สึกเหมือนเข้าสู่ดินแดน Polar Express
มีกระดิ่งให้เราคอยสั่น ก่อนเข้าประตู คล้ายเรามากินข้าวบ้านเพื่อน
พอสั่นกระดิ่งกรุ๊งกริ๊ง จะมีคนมาเปิดประตู



และเชิญเราไปนั่งที่โต๊ะที่ประดับด้วยของสะสมน่ารักชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เก้าอี้ถูกเลื่อนให้สุภาพสตรี
ผ้าเย็นสำหรับเช็ดมือถูกนำมาจัดวางไว้ให้



หลังจากนั้นผ้าเช็ดปากสีม่วงที่ถูกพับเป็นรูปเสื้อจะถูกนำมาวางให้บนโต๊ะ



เรานั่งเลือกเมนูอาหารสองสามอย่าง



อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ
(เดือนธันวาคมไปหัวหินสองครั้งค่ะ
ทำให้มีโอกาสได้ชิมอาหารได้หลายอย่าง)









ทั้ง หมูกอดองเบลอ ลาซานยาเนื้อ พาสต้าอัลเฟรโด



สเต๊กไก่ราดซอสแอปเปิ้ล สปาเกตตี้เส้นดำซีฟู้ด






โดยเฉพาะเส้นดำนี่ แนะนำเลยนะคะ
อาหารทะเลที่นำมาปรุง สดใหม่และตัวใหญ่มาก :)

ที่นี่ใส่ใจลูกค้าเป็นอย่างดี
แม้แต่ในห้องน้ำ ทิชชู่ก็มีการพับปลายคล้ายกับที่นี่คือโรงแรมชั้นหนึ่ง
ในอ่างล้างมือมีดอกไม้หลากสีลอยอยู่เต็มอ่าง
Guest Book วางอยู่ด้านหน้าประตูห้องน้ำ

ฉันชอบทุกอย่างที่ร้านนี้
และไม่เคยพลาดเลยสักครั้งเมื่อได้ไปทะเลหัวหิน



ใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ
และอยากชิมอาหารอิตาเลี่ยนอร่อย ๆ ไปที่นี่
รับรองไม่มีผิดหวัง :)



Address: ใกล้ ซอยหัวหิน 73 ร้านมีรั้วสูง ๆ มีป้ายติดหน้าร้านหาไม่ยากค่ะ

Memo: ถ้าไปตอนกลางคืนอย่าลืมฉีดสเปรย์กันยุงซอฟเฟลสีชมพูไปด้วยนะคะ
ที่นี่เป็นร้านที่เปิดแบบ Open Air และมีสวนเล็ก ๆ
ในบางฤดูอาจจะมียุงชุมนิดหน่อยค่ะ ใส่ขายาวไปก็ดีนะ :)

ทั้งหมดจากบันทึกตามฤดูกาล

Posted by Rainbow | December Solstice | Monday 9 February 2009 10:25 am

1.

ท้องฟ้าก็ระบายสีต่างกันต่างเวลา
เมฆเดินทางตลอดชีวิต
ใบไม้ว่ายในสายลมท่าฟรีสไตล์
ทะเลมีคลื่นเล็กน้อยมหาสมุทรมีคลื่นมาก
หาดทรายคอยยิ้มรับน้ำขึ้นน้ำลง
พระจันทร์เดินทางตามวงกลมเสี้ยวบ้างกลมบ้าง

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า ฤดูกาลและชีวิต

SEASON CHANGE

since October, 2005


2.

ฤดูหนาวของฉันเป็นฤดูที่ฉันชอบที่สุด
ท้องฟ้าสวยที่สุดทั้งกลางวันและกลางคืน
เป็นฤดูที่มีเทศกาลและวันหยุดเยอะแยะไปหมด
เป็นฤดูที่ความสุขกระจัดกระจายไปทั่ว
ในสัดส่วนที่แปรผกผันกับความเหงา

ฤดูหนาวเป็นฤดูแห่งการเดินทางของฉัน
อุณหภูมิลดลงแต่ชีพจรเต้นระรัวขึ้น

การเดินทางอาจทำให้หนาวกว่าเดิม
แต่หัวใจกลับรู้สึกอุ่น

เมื่อไหร่ที่ฉันหนาว
ฉันรู้ว่ามีคนอ้วนคนหนึ่งพร้อมจะกอดฉันเสมอ

และฤดูหนาวทำให้ฉันอ้อนได้มากขึ้นอีกด้วย

ชอบจัง :)

since November, 2005


3.

ฉันชอบวันที่ท้องฟ้าสวย สวย
เมฆพริ้วเป็นขนนก

รู้สึกว่าท้องฟ้าอ่อนโยน
และกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับฉัน

สายลมเป็นอุปกรณ์การวาดเขียน
เมฆเป็นวัตถุดิบที่สวยงามที่สุดในธรรมชาติ

ท้องฟ้าวาดภาพเป็นขนนก

since July, 2006


4.

ในวันที่ฝนตก
มีใครเก็บสถิติไว้บ้างหรือเปล่านะ
ว่ามีเสื้อกี่ชีวิต
กางเกงกี่ตัวที่ต้องตายไปท่ามกลางสายฝน

วันก่อนวิ่งไม่ทัน
เสื้อผ้าตายไปสองตัว
ต้องเอาไปซักใหม่

รู้สึกเศร้า
เหมือนสัตว์เลี้ยงป่วย

แต่ไม่เคยเกลียดเวลาฝนตกนะ
ชุ่มฉ่ำดี

since August, 2006


5.

สองสามวันที่ผ่านมาอากาศร้อนเป็นบ้า
เมื่อคืนนอนด้วยอุณหภูมิ 33 องศา
ตัวแทบร้อนปริแตกออกมา

แต่อากาศร้อนแบบนี้
ฟ้าจะฟ้าสวย
และเมฆจะสวยเป็นพิเศษ

:)

แต่นี่มันฤดูฝนนะ!

since September, 2006


6.

ฉันตื่นขึ้นด้วยอุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส
มาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว
เป็นอุณหภูมิห้องที่เหมาะ
ในการซุกตัวขดอยู่ในผ้าห่มนวมสีชมพูฟูฟ่อง
ฉันชินกับการตื่นมาเพื่อดูเลข 22 ทุก ๆ เช้า

ถ้าอุณหภูมิลดต่ำลงกว่านี้
ฉันคงไม่ชินและคงไม่สบาย

since November, 2006


7.

เพราะฉันบอกแล้วว่า
ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียส
แล้วไม่มีใครกอด

ฉันจะไม่สบาย

และวันนี้ฉันไม่สบายจริงจริงแล้ว
ฉันป่วยแบบหมาป่า

อยากกอดลูกแกะ

since December, 2006


ทั้งหมดจากบันทึกตามฤดูกาล
ปี 2005 - 2006
โลกหมุนเร็วจริง ๆ

Centurion Wordpress Theme