เข้ารอบสุดท้าย 100 ภาพของการประกวดถ่ายภาพนานาชาติ Marugoto ปี 2009

Posted by Rainbow | Magazine & Event | Saturday 26 September 2009 10:06 pm

    ภาพ Sunflower ส่งประกวดโดย Supaporn Padungsawat หรือ bowrainbow
    เข้ารอบสุดท้าย 100 ภาพ ของการประกวดถ่ายภาพนานาชาติ หัวข้อ Landscape ค่ะ :)
    การประกวดครั้งนี้จัดโดยหนังสือพิมพ์ภาษาญี่ปุ่น marugoto
    โดยภาพที่เข้ารอบได้จัดแสดงภาพ วันที่ 27 กันยายน - 4 ตุลาคม 2552
    ณ ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ชั้น 6

    ถ้า ใครแวะไปแถว ๆ เซ็นทรัลเวิลด์ก็อย่าลืมไปชมกันนะคะ
    ภาพชื่อ Sunflower ค่ะ :)

    http://www.marugoto.co.th/100finalnature.html

Singing Bean Coffee ร้านกาแฟกำลังร้องเพลง, มาเก๊า

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Monday 21 September 2009 10:27 pm
    ฉันน่ะ
    จะคอยเฝ้าบอกกับใครต่อใคร
    ที่มักจะบ่นว่า “กาแฟร้านนี้ ไม่อร่อยเลย”
    ว่า “มันจะไปอร่อยได้ยังไงกัน
    ถ้าจะกินกาแฟให้อร่อย ต้องใส่ภูเขาลงไปด้วยสิ”

    และนั่นคงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลเล็ก ๆ
    ที่ทำให้ร้านกาแฟใต้มาเก๊าทาวเวอร์แห่งนี้
    อร่อยมากขึ้นเป็นพิเศษ :)



    ร้านนี้ชื่อว่า ร้าน Singing Bean Coffee ค่ะ
    เป็นร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นคือ
    กาแฟของร้านนี้ปลูกที่ญี่ปุ่น
    และให้ต้นกาแฟฟังเพลง Mozart



    ต้นกาแฟฟังเพลงดี ๆ อารมณ์ดี จึงสามารถผลิตเมล็ดกาแฟดี ๆ
    หอมกรุ่น กลมกล่อม ออกมาไงคะ
    เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Mozart Effect

    ในวันที่เหนื่อยล้าจากการเดินเล่น
    ชมโบสถ์ ชมเมือง ชมวัด และปีนยอดเขาในเมืองมาเก๊า

    พอตกเย็นซักสี่โมงครึ่ง ควรจะมาอยู่ที่นี่ค่ะ
    ร้านกาแฟน่ารัก Singing Bean Coffee


    เมื่อก่อนร้านนี้เคยอยู่แถว Senado Square
    แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่ตึกมาเก๊าทาวเวอร์่แล้วค่ะ


    พอนั่งลงที่โต๊ะจะมีพนักงานมาเสิร์ฟน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจทันที
    หลังจากนั้นก็สั่งกาแฟลั๊ลลากันเลย
    แก้วแรกเป็นลาเต้ใส่เฮเซลนัตคาราเมล



    ส่วนแก้วนี้เป็น coffee ice cream
    ลักษณะเป็นไอศครีมรสกาแฟกลมกล่อม
    ลอยมาบนกาแฟเอสเพรสโซ ดำ หวาน หอมและขม



    แต่พอไอศครีมเริ่มละลาย
    เราจะได้ลิ้มลองกับกาแฟเย็นรสอร่อย



    แบบที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน
    กินแล้ว ลั๊ลลา อยากร้องเพลงและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง


    นอกจากที่นั่งในร้าน แอร์เย็นฉ่ำแล้ว



    ยังมีโต๊ะแบบ Outdoor ให้ชมวิวภูเขาบนเกาะไทปา



    และยังสามารถไปนั่งกินลมชมมาเก๊าทาวเวอร์
    ที่สูงอันดับสิบของโลก และสูงอันดับแปดในเอเซียได้ด้วย


    ถ้าจะมาที่นี่ เรียก taxi มาเลยค่ะ
    เพราะว่าไกลจากในเมืองมากอยู่เหมือนกัน

    และที่ร้านนี้นอกจากจะใช้เมล็ดกาแฟ
    ที่ให้ฟังเพลง Mozart มาตลอดการเจริญเติบโตแล้ว



    ร้านนี้ยังเปิดเพลงดี ๆ ให้ลูกค้าฟัง
    จนนึกเล่น ๆ ว่าถ้านั่งร้านนี้ไปนาน ๆ
    เราอาจจะมีกลิ่นหอมกรุ่นแบบเมล็ดกาแฟญี่ปุ่นก็เป็นได้

    ร้านกาแฟกำลังร้องเพลง :)

Wedding Party in Disneyland, ฮ่องกง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ฮ่องกง (Hong Kong) | Sunday 20 September 2009 2:02 pm
    “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…
    ณ ดินแดนที่ไกลแสนไกล ที่มีแต่ความสุข
    ชายหนุ่มกำลังขอความรักจากหญิงสาว
    ไม่ใช่ใครที่ไหน มิคกี้และมินนี่ นั่นเอง :)



    แหวนแต่งงานได้ถูกสั่งทำเป็นพิเศษ
    ตรงกลางประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าสีชมพูแวววับ
    และรูปทรงของแหวนที่เป็นรูปสัญลักษณ์ของดิสนีย์


    รองเท้าสำหรับเจ้าสาว เป็นรองเท้าแก้ว
    โดยสร้างจากรองเท้าแก้วต้นแบบจากเรื่องซินเดอเรลล่า



    เรือนหอคือปราสาทน่ารักของเจ้าหญิงนิทรา



    กล้องถ่ายภาพในงาน เลือกใช้กล้อง Kodak six-16 แบบพับได้
    (รุ่นเดียวกับที่ อังเคิลให้แองจี้เลยนิ)



    และเมื่อทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมสรรพ



    ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง



    งานเลี้ยงแต่งงานที่แสนจะสนุกก็เริ่มต้นขึ้น



    แขกคนสำคัญทยอยกันเข้ามาในงาน



    ทิงเกอร์เบลมาไกลจากเนเวอร์แลนด์



    คนนี้เป็นตัวแทนจากกัปตันฮุค



    งานนี้ สโนไวท์เข้าครัวทำขนมมาให้กินกัน



    น่ากินทั้งนั้น



    บางส่วนก็มาจากบ้านขนมปังของแฮนเซลกับเกรเทล



    แม่มดใจดีหนึ่งวัน แบ่งขนมมาให้กินไม่อั้น



    และแล้ว เจ้าบ่าวมิคกี้ ก็ปรากฏตัวขึ้น
    โดยมีเจ้าปลาวาฬน้อยมาส่งตัวที่งาน



    และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย
    เจ้าบ่าวมิคกี้และเจ้าสาวมินนี่ออกมา
    กล่าวขอบคุณทุกคนที่ได้มาร่วมงานเลี้ยง



    พลุไฟเฉลิมฉลองถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวไปทั่วดินแดน



    และทุกคน ณ ที่นั่น ก็มีแต่ความสุข



    Happy Ending…”



    นิทานจบแล้ว สนุกมั๊ยคะ
    ตื่นจากฝันกันได้แล้วค่ะ :)


    ส่วนรูปตัวการ์ตูนในนิทานด้านบนนั้น
    ถ่ายมาจากร้านขายของที่ระลึกตรง Main Street ก่อนถึงทางออกค่ะ




    แล้วเราก็เดินออกจากดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง
    ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ราวกับได้ความเยาว์กลับมาอีกครั้ง

    ระหว่างเดินออกมา
    เจอแขกคนสำคัญที่สุดที่เป็นพ่อของของมิคกี้และตัวการ์ตูนทั้งหมด
    Walt Disney :)


Disney Express รถไฟฟ้ามาหามิคกี้เม้าส์ , ฮ่องกง

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ฮ่องกง (Hong Kong) | Saturday 19 September 2009 4:52 pm
    ในค่ำคืนที่หิมะตกก่อนวันคริสต์มาส
    เด็กชายลืมตาโพลงในความมืด
    ก่อนที่จะสะดุ้งด้วยเสียงหวูดรถไฟ
    ดังกึกก้องมาจากลานหิมะ หน้าบ้าน

    พนักงานตรวจตั๋วประจำรถไฟพูดขึ้นมาว่า
    The thing about trains…
    it doesn’t matter where they’re going.
    What matters is deciding to get on

    มันไม่สำคัญหรอกนะ ว่ารถไฟจะไปที่ไหน
    มันอยู่ที่ว่าเราจะไปหรือเปล่าน่ะสิ!




    Quote จากเรื่อง Polar Express
    ใช้ได้กับรถไฟฟ้า MTR สายสีชมพู
    Sunny Bay -> Disneyland Resort นี้ได้เป็นอย่างดี



    เพราะเพียงแว๊บแรกที่ได้เห็นรถไฟฟ้า MTR สายนี้
    ฉันก็ตัดสินใจได้ในทันที
    โดยไม่ต้องสนใจว่า รถไฟสายนี้จะไปสิ้นสุดที่ใด
    ฉันขึ้นรถไฟไปด้วยคน อย่างแน่นอน :)



    รถไฟฟ้า MTR สายนี้มุ่งตรงไปสุดสายที่ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง
    ซึ่งเป็นดิสนีย์แลนด์ที่ 5 ของโลก และแห่งที่ 2 ในเอเชีย



    เพราะรถไฟสายที่มุ่งตรงไปหามิคกี้เม้าส์นี้
    ทำให้ความสนุกเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าดิสนีย์แลนด์



    จะมีรถไฟฟ้าที่ไหนในโลกนี้อีก ที่หน้าต่างรถเป็นรูปมิคกี้
    แม้แต่ห่วงที่จับยังเป็นห่วงรูปมิคกี้



    เก้าอี้ในรถก็ทำเป็นเบาะกำมะหยี่สีน้ำเงินนุ่มนิ่ม
    และมีภาพการ์ตูน ตัวการ์ตูนดิสนีย์ ประดับอยู่ทุกมุมของขบวนรถ



    รถไฟแล่นผ่านภูเขาสีเขียวไปเรื่อย ๆ
    จนถึงสถานีปลายทาง Disneyland Resort



    คล้ายนั่งไทม์แมชชีนลอดผ่านอุโมงค์เวลา
    ขึ้นรถไฟจากสถานีโลกแห่งความจริงมาลงสถานีแห่งความฝัน



    นั่นไง ดิสนีย์แลนด์ อยู่ตรงหน้าแล้ว :D



    Let’s go !



    หัวใจที่กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง



    ทำให้ทุกสิ่งบนโลกแห่งความเป็นจริงหายวับไป



    โลกหนึ่งวันต่อไปนี้ ฉันจะอาศัยอยุ่ในโลกแห่งการ์ตูน



    ตัวการ์ตูนในหนังสือกลับกลายเป็นมีชีวิต



    เอเลี่ยนก็มีนะ



    ไม้กวาดหิ้วถังน้ำ



    Tomorrow Land



    กระเป๋ามินนี่น่ารักมาก ๆ



    ปราสาทเจ้าหญิง ซึ่งทุก ๆ วันจะมีการแสดงจัดแสดงพลุ
    ในการ์ตูนเป็นยังไง สิ่งที่คุณจะได้เห็นตรงหน้าก็เป็นแบบนั้น :)




    How To Go:
    นั่งรถไฟฟ้าสายสีส้ม ไปลงที่ Sunny Bay



    แล้วต่อสายสีชมพูไป Disneyland Resort ค่ะ
    ไปง่ายมาก ๆ เลย แต่นั่งไกลหน่อย เท่านั้นเอง :)





    สุดท้ายขอขอบคุณ คุณ Walt Disney
    ที่สร้างความฝันของเด็ก ๆ ให้กลายเป็นความจริงค่ะ


Coloane village หมู่บ้านน่ารักริมทะเล, มาเก๊า

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Monday 14 September 2009 11:34 pm

โคโลอาน (Coloane) เป็นชื่อเกาะทางใต้สุดของมาเก๊า
และยังเป็นชื่อหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ น่ารักริมทะเล




รูปปั้นคิวปิด (cupid) ที่วงเวียนหน้าหมู่บ้าน
ยิ้มต้อนรับเราในวันแดดจ้า ท้องฟ้าเป็นฟ้าครามจัด



ฉากหลังคือต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม
ที่มีดอกเล็กเหลืองบานสดใสราวกับนี่คือฤดูร้อน ไม่ใช่ฤดูฝน

และเมื่อหันไปมองถนนที่ติดริมทะเล
ณ อีกด้านของวงเวียนคิวปิด
ก็จะเห็นภาพคุ้นตาที่เคยเห็นในซีรีย์เกาหลี
เรื่อง Goong เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา




ภาพตู้ไปรษณีย์สีแดงขนาดใหญ่
ที่มีหลังคายอดแหลมคล้ายคลุมหมวกซานต้า



ด้านข้างคือร้านทาร์ตไข่ที่เจ้าหญิงปั่นจักรยานไปซื้อฝากชอยซังกุง



ร้านนี้ชื่อ Lord Stow’s Bagery



เป็นร้านขายทาร์ตไข่เจ้าเก่าและดังที่สุดในมาเก๊า



โดยทาร์ตไข่ที่นี่จะเป็นทาร์ตไข่ที่มีลักษณะพิเศษ
คือแบบที่อบจนหน้าไหม้เกรียม หรือเรียกว่า คาราเมลไลซ์ (Caramelized)



เป็นการอบจนน้ำตาลเกรียมที่ผิวหน้าขนม
ซึ่งเกิดจากส่วนผสมและอบแบบพิเศษสุด
เพื่อดึงให้น้ำตาลออกมาด้านบน
และกรอบเกรียมหอมกรุ่นตามแบบต้นตำหรับ
(ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Eat Macau)




ฉันซื้อทาร์ตไข่มานั่งกินข้าง ๆ ตึกสีชมพูใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามกับร้าน



ทาร์ตไข่ของร้านนี้อร่อยสมคำร่ำลือ แป้งกรอบและไม่หวานมาก
ทำให้สามารถกินติดต่อกันได้ครั้งละหลาย ๆ ชิ้น
จนลืมคำว่า อ้วน ไปก่อนได้เลย

แต่ถ้าใครชอบกินหวานนิด ๆ อาจจะชอบทาร์ตไข่ของ KFC มากกว่า
(เหมือนฉันนี่ไง ^^”)

ร้าน Lord Stow มีเป็นร้านนั่งแบบ Cafe’ ด้วยนะคะ
โดยร้านจะอยู่อีกฝั่งของถนน ด้านที่หันหน้าออกทะเลค่ะ


หลังจากกินทาร์ตไข่ในตำนานจนอิ่มท้องแล้ว
ฉันก็เดินเล่นไปทางถนนริมทะเล Avenida Cinco de Outubro

ที่เกาะโคโลอานของมาเก๊าด้านนี้ เมื่อมองไปอีกฝั่งจะเห็นแผ่นดิน
มีบ้านเรือน มีภูเขาที่มีกังหันลม
ตรงนั้นไม่ใช่มาเก๊านะคะ แต่เป็นเมืองจูไห่ แผ่นดินประเทศจีนค่ะ
ใกล้กันมาก ๆ จนเกือบเป็นแผ่นดินเดียวกัน



บ้านเรือนที่หมู่บ้านโคโลอานมีความโบราณและสวยสงบมาก



มีบ้านเก่าประตูไม้ ตึกเก่าโบราณ



และยังมีโบสถ์สวย ที่หันหน้าออกทะเลอีกด้วย



จัตุรัสหน้าโบสถ์ปูด้วยพื้นลายคลื่นทะเลเหมือนจัตุรัสเซนาโด้



ที่นี่คือโบสถ์เซนต์ฟรานซิสซาเวียร์ (Saint Francis Xavier)



โบสถ์เล็ก ๆ ขนาดกะทัดรัด สีเหลืองสด
และเคยใช้ถ่ายเป็นฉากจบ ในฉากงานแต่งงาน
ของเจ้าหญิงกับเจ้าชายชินในเรื่อง Goong อีกด้วย



โบสถ์ที่นี่ คลาสสิค และไม่มากมาย



ประดับประดาอย่างลงตัวระหว่างตะวันตกและตะวันออก
ผนังสีเหลือง ประตูสีฟ้า ช่อดอกไม้สีเขียว
หลอดไฟรูปดวงดาว โคมไฟแบบจีนสีแดงสด



จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าใครซักคนจะมาขอแต่งงาน
หรือแสดงความรักกัน ณ โบสถ์แห่งนี้


หน้าโบสถ์มีร้านอาหารจีนและร้านอาหารโปรตุเกส
ร้านขายของที่ระลึก



แต่วันที่ฉันไปเดินเล่นตรงกับวันจันทร์
ซึ่งเป็นวันหยุดของมิวเซียม



ร้านรวงต่าง ๆ ส่วนใหญ่จึงปิดทำการ
ฉันจึงได้เดินเล่นในหมู่บ้านโคโลอานที่เป็นโคโลอานอย่างแท้จริง



ฉันน่ะ หลงรักหมู่บ้านนี้ไปเลยล่ะ
เพราะมีมุมธรรมชาติแอบสวยให้ถ่ายรูปเยอะมาก ๆ
และรู้สึกถึงความเป็นหมู่บ้านที่แท้จริง
ไม่ใช่หมู่บ้านที่สร้างมาเพื่อการท่องเที่ยว
ยิ่งเดิน ยิ่งสัมผัสถึงความมีชีวิต

ประตูสีรุ้งก็มีนะ :)



ทางเดินข้างกำแพงสีอิฐเหลือง



บ้านต้นไม้



บ้านสีแดงที่ปลูกต้นไม้ไว้รอบบ้าน



ทั้งบนระเบียง



ริมกำแพง



ป้ายบ้านภาษาโปรตุเกสที่เขียนคู่กับภาษาจีน



กำแพงลายหิน



ตึกโบราณที่ยังไม่ทาสีใหม่ มีตะไคร่เขียวขึ้นเกาะบนลายอิฐ



ถ้าเดินเล่นไปจนสุดหมู่บ้านแล้วหันมองกลับมาจะเห็นวิวนี้



วัดตัมคุง (Tam Kung Temple) เป็นวัดเล็ก ๆ ที่ท้ายหมู่บ้าน
ที่เต็มไปด้วยบทกวีและประวัติศาสตร์



ที่หมู่บ้านนี้ แม้แต่แสงแดดก็ยังสวยเลยนะ






เดินกลับมาพักกินอาหารซีฟู้ดสไตล์โปรตุเกสที่ร้านงาทิม (Nga Tim)
ซึ่งอยู่ตรงหน้าโบสถ์สีเหลือง นั่นเอง
(หมู่บ้านนี้เล็ก ๆ ค่ะ เดินกลับไปกลับมาได้หลาย ๆ รอบ)
อาหารโปรตุเกสจะออกรสเค็มค่ะ
ต้องกินกับข้าวจึงจะได้รสกลมกล่อมพอดี ๆ



เติมพลังกันจนเต็มอิ่ม
เราก็ไปต่อกันที่รูปปั้นอาม่า บนยอดเขา



สามารถเดินเลียบถนนไปได้ค่ะ
เหนื่อยนิดหน่อย แต่เส้นทางร่มรื่น บรรยากาศดี



เดินมาไม่นานก็จะเห็นซุ้มประตูขนาดใหญ่
มีรถตู้คอยบริการฟรีสำรับขึ้นไปด้านบนเขา



บนยอดเขามีรูปปั้นอาม่าทำด้วยหินอ่อนสีขาวสูง 19.9 เมตร
และบนยอดเขานี้ยังเป็นสวนสาธารณะอีกด้วยค่ะ
สามารถมองเห็นวิวทะเลไปได้ไกล และลมพัดเย็นสบาย





ถ้าให้ฉัน List หนึ่งในสถานที่ประทับใจ
และอยากกลับไปอีกครั้ง ก็คงเป็นที่นี่ค่ะ
Coloane village หมู่บ้านน่ารักริมทะเลที่มาเก๊าค่ะ

อยากไปอยู่โคโลอานมิกมุก :)

Next Page »
Centurion Wordpress Theme