ฉันรักท้องฟ้าที่ประดับด้วยเมฆเก็บเห็ด

Posted by Rainbow | December Solstice | Saturday 31 October 2009 8:13 pm
    ท้องฟ้าบ่งบอกฤดูกาลได้ดีที่สุดเสมอ

    ฉันรักท้องฟ้าที่ประดับด้วยเมฆเก็บเห็ด
    หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าเมฆอัลโทคิวมูลัส (Altocumulus)
    … อย่างที่สุด


    เหตุเพราะนั่นคือท้องฟ้าของฤดูหนาว
    เป็นฤดูสั้น ๆ ที่แสนจะน่ารัก



    เต็มไปด้วยเทศกาลรื่นเริง ความรัก อ้อมกอด ของขวัญและดอกไม้
    และยังเป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง



    วันนี้วันที่ 31 ตุลาคมแล้ว
    ถ้าไล่ฤดูกาลตามปีปฏิทิน
    พรุ่งนี้วันที่ 1 พฤศจิกายน ก็ควรจะหนาวได้แล้วสินะ



    ** ปีที่แล้วลมหนาวของฉันหอมเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์
    ยังไม่รู้ว่าปีนี้จะเป็นกลิ่นหอมแบบไหนกัน :)

ในอ้อมกอดของประภาคาร - รักเธอกอดคนอื่น?, มาเก๊า

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Tuesday 13 October 2009 3:12 pm
    เมื่อแรกเริ่มเลยนั้น ฉันขอสารภาพว่า
    ไม่เคยรู้คุณค่าของประภาคารมาก่อนเลย
    รู้แค่ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างคล้ายหอคอยสูง ๆ อยู่ริมทะเล
    ..ก็เท่านั้น

    จนกระทั่งได้มารู้ความหมายและคุณค่าที่แท้ของประภาคาร
    เมื่อมีโอกาสได้อ่านงานเขียนโรแมนติกแสนเศร้าชิ้นหนึ่งนี้


    รักเธอกอดคนอื่น โดย ‘ปราย พันแสง
    (จากหนังสือ “ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเธอ ชีวิต”)




    เมื่อรักใครคนหนึ่ง
    จึงไม่สำคัญเลยว่าเราจะได้กอดกันหรือไม่

    ความรักบางอย่างในชีวิตคนเราเอื้อมไม่ถึง
    สัมผัสไม่ได้
    เหมาะสำหรับเอาไว้มองดู
    ไว้ชื่นชมอยู่ไกลๆ

    ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า
    ยามเราล่องเรืออยู่ในทะเลลึก
    จนหาทางกลับไม่ได้

    เราจ้องมองดวงไฟ
    เพียงให้รู้ว่าควรเดินหน้าไปทิศทางใด
    ใช่จะต้องเบนหัวเรือ..เพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่า
    หน้าประภาคารเสียเมื่อไหร่

    ได้รักเธอ…ประภาคารก็ดูสวยดี
    คนที่ฉันกอดได้
    ก็ทำให้รู้ว่าโลกนี้สดชื่นสว่างไสว

    อย่าสนใจเลยนะคนดี
    ว่ารักเธอแล้ว ฉันคนนี้จะกอดใคร
    แค่เชื่อว่าฉันรักเธอตลอดไป
    เพียงพอแล้ว


    ได้รักเธอ…ประภาคารก็ดูสวยดี..
    อ่านงานชิ้นนี้แล้วอยากร้องไห้นะคะ
    ไพเราะแสนร้าย …
    ร้ายแสนรัก…

    ใกล้ไกลคงไม่ต่าง
    ถ้ารักกันแล้วกอดกันมิได้
    คงเป็นเรื่องเศร้าที่สุดของชีวิตค่ะ



    ที่มาเก๊ามีแหล่งท่องเที่ยวหนึ่ง
    ซึ่งน่าสนใจมากเพราะคือ ประภาคาร
    สำหรับคนที่ชื่นชมและหลงเสน่ห์ของประภาคาร
    ไม่ควรพลาดที่นี่เลยค่ะ

    ประภาคารนี้ชื่อว่าประภาคารเกีย (Guia Lighthouse)
    เป็นประภาคารเก่าแก่สไตล์ตะวันตกแห่งแรก
    ที่ถูกสร้างขึ้นในดินแดนเอเชียตะวันออก



    โดยมีระยะเวลาในการสร้างตั้งปี 1864 ถึงปี 1865
    ถ้านับถึงปี 2009 นี้ ก็คำนวณได้ 145 ปี
    และที่สำคัญคือ เป็นประภาคารที่ยังหายใจอยู่
    เพราะยังส่องไฟนำืทางได้อยู่จริง




    ในวันที่อากาศดี ไม่มีเมฆหมอก
    สามารถส่องแสงสว่างนำทางให้เรือในทะเลได้เห็น
    เป็นระยะทาง 20 ไมล์เลยนะคะ



    เป็นประภาคารเก่าแก่แต่โคตรเก๋า!



    ข้างประภาคารเกียมีโบสถ์โบราณเล็ก ๆ สไตล์บาโร๊ค (Baroque)






    ี่
    ด้านในมีศิลปะภาพเขียนงดงาม
    แต่เพราะสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1637
    ทำให้ศิลปะด้านในกำลังเลือนลางไปตามกาลเวลา



    ได้รักเธอ…ประภาคารก็ดูสวยดี..
    แต่ประภาคารเองก็คงอยากมีคนโอบกอดบ้าง

    จะให้รักเธอแต่กอดคนอื่นตลอดเวลาได้ยังไงกัน
    คิดเหมือนฉันหรือเปล่าคะ?


    วิธีเิดินทางไปกอดประภาคาร

    ตอนที่ไปมาเก๊า ฉันนั่ง Cable Car ที่ Flora garden
    ขึ้นไปบนยอดเขาเกียค่ะ



    ค่าขึ้น Cable Car ขาเดียว 2 MOP
    คิดเป็นเงินไทยไม่ถึงสิบบาท ><


    จากบน Cable car
    สามารถชมวิวเมืองมาเก๊าในมุมสูงได้ด้วย
    นั่งไม่ถึง 2 นาทีก็ถึงยอดเขาค่ะ



    จากจุดลง Cable Car เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ค่ะ
    ผ่านเส้นทางร่มรื่น ต้นไม้เขียวครึ้ม



    ก็จะไปถึงทางเดินขึ้นประภาคารเกีย ค่ะ
    มีป้ายบอกตลอดทางไม่ต้องกลัวหลง



    ด้านล่างประภาคารมีมิวเซียมเล็กๆ
    อยู่ในอุโมงค์ให้ชมด้วยค่ะ






    ส่วนทางลงนั้น จะเดินกลับไปลงทาง Cable Car
    หรือจะเดินลงเขาฝั่งประภาคารเลยก็ได้ค่ะ
    เดินลงมาได้ ไม่ไกลมาก



    ลงมาจากเขาเลี้ยวขวาไปก็จะเจอป้ายรถเมล์
    ป้ายของ Royal Hotel ค่ะ
    แต่ถ้าใครเดินเก่ง ๆ หน่อย ก็สามารถเดินเข้าเมืองได้เลยค่ะ
    เพราะถ้าลงมาถึงตีนเขา
    เดินอีกนิดเดียวก็ถึงคาสิโนลิสบัวแล้วล่ะค่ะ :)


    ในประเทศไทยมีประภาคารอยู่หลายแห่งค่ะ
    ลอง click ดูได้ที่ link นี้ค่ะ -> ประภาคารในประเทศไทย


ดั่งโลกหยุดหมุนที่ The Venetian, Macau

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Thursday 8 October 2009 10:12 pm
    ไม่มีที่ใดบนโลกเหมือนที่นี่
    ท้องฟ้ายามเย็นเป็นสีฟ้าใส
    แสงสีส้มอ่อนระเรื่อทอบนเมฆฟูฟ่องสีขาว



    ไม่ว่าจะหายใจอยู่สถานที่แห่งนี้นานเท่าใด
    ท้องฟ้ายามเย็นก็ยังคงสีและแสงสวยอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
    รู้สึกดั่งโลกหยุดหมุน เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดหยุดเดิน



    เสียงเพลง Serenade ดังแว่วมาจากเรือกอนโดล่า
    ที่กำลังแล่นอยู่ในลำคลองสีฟ้าใส






    ตึกสไตล์อิตาลีสีส้มอิฐ



    สะพานข้ามคลองทอดโค้งอยู่ทุกหนทุกแห่ง



    หน้าต่างสีเขียว ดอกไม้เล็ก ๆ สีเหลืองในกระถาง
    ทุกอย่างที่นี่ถูกจัดวางอย่างลงตัวน่ารัก









    ที่นี่ The Venetian
    ไม่ใช่ อิตาลี แต่เป็นที่ มาเก๊า


    และท้องฟ้าที่เห็นทั้งหมดนี่เป็นภาพ Paint!



    ทุกสิ่งสวยด้วยการจัดแสงให้พอดี



    ทำให้เวลาถ่ายรูปออกมา
    จึงเหมือนเมืองที่อยู่ Outdoor มากกว่า Indoor



    The Venetian เป็นคาสิโนขนาดใหญ่
    และมีโรงแรมระดับห้าดาว



    ว่ากันว่าภาพวาดโรมัน
    รูปโป๊เปลือยบนเพดานทางเข้านั้น



    ทำขึ้นเพื่อทำให้ดวงของคนที่เข้าไปเล่นการพนันเสื่อมลง
    ฮวงจุ้ยของคาสิโนเกือบทุกที่จะมีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เกือบทุกที่






    ความหรูหราไฮโซของที่นี่พบทุกหนทุกแห่ง



    แม้แต่เพดานลานจอดรถนะ ลองดูเอาเถอะ!



    ส่วน Grand Canal Shop ที่มีท้องฟ้าจำลองสวยงามนั้น
    มีสวรรค์ของคนรักช๊อกโกแล๊ตซ่อนตัวอยุ่ด้วยนะคะ
    ร้าน Godiva ไงคะ :)






    แก้วละสองร้อยกว่าบาท แต่อร่อยล้ำ
    เข้ากับบรรยากาศไฮโซหรูหราของ The Venetian มาก ๆ เลยค่ะ





    Address: เกาะไทปา, มาเก๊า
    ตรงข้ามกับ City Of dream ค่ะ
    แล้วคุณจะรู้ว่า เวนิส อยู่ใกล้เมืองไทยแค่นี้เองค่ะ

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ -> The Venetain




Dragon’s Treasure - City Of Dream, Macau

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, มาเก๊า (Macau) | Sunday 4 October 2009 4:20 pm
    มังกร คือสัตว์ในนิทานตำนานปรัมปรา
    ที่มีเรื่องเล่าจากทุกพื้นที่ของโลกมากที่สุด
    ไม่ว่าประเทศไหน ๆ ต่างก็อ้างว่ามีมังกรเป็นของตัวเอง
    จะเห็นได้จากประเทศตะวันตกและประเทศฝั่งตะวันออก
    ต่างก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับมังกรเกือบทุกประเทศ
    รวมถึงยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ พละกำลัง และความอุดมสมบูรณ์



    ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่าเกี่ยวกับรูปร่าง อำนาจวิเศษ พลังมหัศจรรย์
    พ่นไฟ บินได้ ดำน้ำได้ ฯลฯ



    ดูเหมือนมังกร จะมีชีวิตอยู่เพียงในนิทาน ตำนานหรือการ์ตูนเท่านั้น
    ยังไม่เคยมีใครบนบนโลกนี้ ได้พบเจอกับมังกรแม้แต่ตัวเดียว
    แต่โบว์มีวิธีที่จะพาคุณไปพบกับมังกรตัวจริงค่ะ

    ถ้าคุณพร้อมที่จะพบกับท่านมังกร(ที่มีชีวิตและบินได้)
    ก็ขอเชิญขึ้นรถบัสคันนี้เลยค่ะ



    รถบัสคันนี้สามารถขึ้นได้ที่ท่าเรือมาเก๊า
    ด้านข้างจะเขียนว่า City Of Dream
    รถบัสคันนี้จะพาคุณข้ามจากเกาะมาเก๊าไปเกาะไทปา
    ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที



    และบนรถจะมีคนมาเดินแจกบัตรให้หนึ่งปึก
    รับไว้นะคะเพราะในนั้นจะมีบัตรหนึ่งใบ
    ซึ่งเป็นบัตร VIP Pass สำหรับเข้าพบท่านพ่อมังกรค่ะ



    เมื่อไปถึง City Of Dream






    ก็ให้เดินเลี้ยวซ้ายไปที่ The Bubble นะคะ



    นำบัตร VIP Pass ไปแลกเป็น Ticket หน้าตาแบบนี้



    ท่านพ่อมังกรจะให้เข้าได้เป็นรอบ ๆ ค่ะ
    โบว์ไปทันรอบเที่ยงพอดี



    กด Play ที่คลิปด้านล่างนี้เลยนะคะ
    เพื่อที่ท่านจะได้เห็นกับตาตัวเองว่ามังกรมีอยู่จริง ๆ

    ถ้าได้ดูด้วยตาตัวเองจะตื่นเต้นมากค่ะ
    เพราะมันเหมือนจริงสุด ๆ เลย:D

    เป็นการแสดง Dragon’s Treasure ของ City Of Dream ค่ะ
    ซึ่งจัดแสดงภายในโดมครึ่งวงกลมที่เรียกว่า The Bubble



    ถ้านึกไม่ออกก็ให้นึกถึงท้องฟ้าจำลองก็ได้ค่ะ
    เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า
    จัดแสดงด้วยเทคโนโลยีภาพกราฟฟิคแบบล้ำยุค
    ไม่เคยชมอะไรที่เหมือนจริงแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ



    คงเป็นเพราะช่วงเริ่มต้นการแสดงนั้น
    มีภาพกราฟฟิคที่นำโดมทั้งโดมดำดิ่งสู่ใต้มหาสมุทร



    ภาพที่ปรากฏเวลาเรามองขึ้นไปจึงเหมือนว่า
    เราอยู่ใต้ทะเลลึกจริง ๆ

    ภาพมังกร ภาพฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่นั้น
    สวยงามและเหมือนเราอยู่ใน Under water world ขนาดยักษ์
    (ต้องคอยเตือนสติระหว่างดูอยู่เสมอว่า นั่นมันภาพลวงตานะ)



    ชมการแสดง Dragon’s Treasure เสร็จแล้ว
    เมื่อเดินออกมาทุกคนจะรู้สึกเสมือนว่า
    ได้รับพลังเต็มเปี่ยมจากท่านพ่อมังกร
    และพร้อมที่จะไปเสี่ยงดวงในคาสิโน City Of Dream ต่อไปค่ะ


    Address: คาสิโน City Of Dream
    อยู่ตรงข้าม The venetain เกาะไทปา มาเก๊าค่ะ
    (เพิ่งเปิดเมื่อ มิถุนายน 2009 นี้เองนะคะ)

    ค่าเข้าชม: ฟรีค่ะ และอาจจะได้กำไรจากการหยอด Slot ในคาสิโนอีกนิดหน่อย

    เช็ครอบการแสดง และรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ The bubble


    Recommend: ครั้งหนึ่งในชีวิต สมควรอย่างยิ่งที่ต้องไปดูให้ได้ค่ะ
    แล้วคุณจะเชื่อว่ามังกรมีอยู่จริง!

Ibis North Point, Hong Kong

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ฮ่องกง (Hong Kong) | Saturday 3 October 2009 7:31 pm
    Good morning Hong Kong, Good morning Ponyo!

    :D ที่นี่ฮ่องกงค่ะ แถวท่าเรือ North Point
    ส่วนเจ้าหญิงโปเนียวตัวน้อยก็ได้มาจาก Night Market
    แถว Temple Street เมื่อคืนค่ะ



    ตอนวางแผนมาฮ่องกงเมื่อหลายเดือนก่อน
    ตอนแรกก็กะว่าจะพักแบบประหยัดเงิน
    เช่นไปพักที่ Hostel ตึก Sincere



    แต่โชคดีที่โรงแรมในเครือ Accor
    มีโปรโมชั่น Super Sale พอดิบพอดี
    เลยได้มานอนชมวิวอ่าววิคตอเรีย
    ที่ห้อง Deluxe Seaview ของ Ibis North Point
    ในราคาพอ ๆ กับ Hostel



    ห้องพักของโรงแรมมีขนาดเล็ก ๆ ประหยัดพื้นที่ตามสไตล์ฮ่องกง
    (แต่ก็ยังกว้างกว่า Hostel ที่ตึก Sincere)



    ที่โรงแรมนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
    ทีวี (มีช่อง adult movie)
    ตู้เซฟ ไดร์เป่าผม เครื่องต้มน้ำ ชา กาแฟ สบู่ แชมพู ผ้าขนหนู ฯลฯ

    แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีคือ ผ้า Welcome สำหรับเช็ดเท้าเปียกตรงห้องน้ำ



    ชอบโรงแรมนี้ เพราะเวลาออกไปเที่ยวเล่นแล้วกลับมาอยู่ที่ห้อง
    แค่เปิดม่านแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
    ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ก็ย้ำกับสายตาเราเสมอว่า
    ที่ีนี่แหละ ฮ่องกง!




    Address:
    สถานที่ตั้งก็ใกล้กับรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR North Point มาก ๆ ด้วย



    เพียงออก Exit A1 แล้วเดินเลี้ยวขวามานิดเดียว ก็ถึงประตูทางเข้าโรงแรม
    เมื่อมาถึงแล้วให้ขึ้นไปชั้น 2 เลยนะคะ เพราะ Lobby อยู่ชั้นบนค่ะ






    Tips!

    ร้านอาหารแถว North Point มีมากมายไม่แพ้ย่านอื่นค่ะ
    ตั้งแต่เดินขึ้นรถไฟฟ้าแล้ว ก็จะมีร้านเบเกอรี่ Maxim



    พวกขนมปัง พาย ทาร์ต ของร้านนี้อร่อยมากค่ะ



    และยังมีร้านอาหารตามสั่งที่เดินผ่านตอนไปโรงแรม
    เวลาไปนั่งเค้าจะเสิร์ฟน้ำชามาให้
    ครั้งแรกเราซัดอึกอึกอึก โดยไม่ได้คิดอะไร
    มารู้ตัวอีกทีตอนที่ชาวฮ่องกงโต๊ะอื่นมองเราด้วยสายตาแปลก ๆ
    แหม ก็น้ำชาเค้าเอามาให้ล้างตะเกียบน่ะสิคะ - -”



    เราก็ได้แต่แก้เขินด้วยการก้มหน้าก้มตา
    กินโจ๊กและปาท่องโก๋ตัวใหญ่ยักษ์จนหมดเรียบ






    อืม ร้านนี้ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้นะคะ
    ตอนสั่งอาหารเราก็เปิดโพยแปลภาษากับใช้ภาษาใบ้
    และเจ้าของร้านเค้าก็จะจดยิก ๆๆ
    แล้วเอากระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่มีตัวเลขมาวางแปะที่โต๊ะเรา
    ตัวเลขนั้นคือราคาอาหารที่เราสั่ง
    พอกินอิ่มก็นำกระดาษแผ่นนี้ไปคิดเงินที่ counter ค่ะ
    ชอบฮ่องกงก็เพราะอาหารอร่อยนี่ล่ะค่ะ :)

Centurion Wordpress Theme