ชิมไวน์แล้วไปวิ่งเล่นในไร่ชา, บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, แม่ฮ่องสอน (Maehongson) | Tuesday 24 November 2009 11:27 pm
    ฝันมานานแล้วว่าอยากไปวิ่งเล่นในไร่ชา
    จนในที่สุด ยอดอ่อนใบชา ก็มาอยู่ตรงหน้าของหนู >.<



    อยากแปลงร่างเป็นหนอนน้อยชาเขียวในทันใด
    แต่ก็ต้องยั้งไว้ก่อน เพราะเราเป็นมนุษย์มิใช่น้องหนอน
    จึงต้องกินใบชาที่เค้ายำเสร็จแล้วหน้าตาแบบนี้แทน :P



    นั่งโต๊ะแล้วสั่งขาหมูยูนนานกับหมั่นโถว เพิ่มอีก






    ถ้ากลัวเลี่ยนก็ต้องสั่งผัดผักออชุน
    เห็นหน้าตาแบบนี้แต่รสอร่อย
    สดหวานและกรอบมาก (Recommend ค่ะ)



    ค่ะ ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ที่ร้านลีไวน์อาหารจีนยูนนานนะคะ
    ร้านนี้จริง ๆ เค้าเสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นชาร้อนมาให้ก่อนน่ะค่ะ



    แต่เราไม่สนใจชา เพราะมัวแต่ test ไวน์ผลไม้รสต่าง ๆ อยู่
    ที่นี่เค้าเทให้ชิมทุกรส ไม่มีหวง :D



    ไวน์ที่ร้านนี้อร่อยทุกรสเลยค่ะ
    เช่น ไวน์สัปปะรด, ไวน์มะขามป้อม, ไวน์ …
    จากการชิมทุกรส, รสละ 2 แก้ว
    สรุปได้ว่าไวน์รสมะขามป้อมได้คะแนนมากที่สุด
    ไวน์มะขามป้อมจึงได้ไปปางอุ๋งกับเราหนึ่งขวดค่ะ :D



    ที่บ้านรักไทยนี้ เค้าชอบโฆษณากันว่าเป็นเหมือนเมืองจีน
    เพราะเต็มไปด้วยบ้านดิน อาหารจีน และคนจีน
    ซึ่งอพยพจากเมืองจีนมาอาศัยอยู่ที่ชายแดนไทยพม่านี่ตั้งแต่สมัยเก่าก่อน

    จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้เหมือนเมืองจีนขนาดนั้นหรอกค่ะ
    อย่าคาดหวังอะไรมากมายขนาดนั้น
    เพราะบ้านดิน ที่สร้างไว้ มันไม่ได้เป็นระเบียบ
    สวยงามน่าัรักเหมือนหมู่บ้านตุ๊กตาชาวจีน

    แต่สิ่งที่สวยที่งามจริง ๆ คือ
    ภูเขา ท้องฟ้า และอ่างเก็บน้ำนี่ต่างหากล่ะคะ



    ภาพหมู่บ้านที่สร้างด้วยดินผสมกับฟาง
    ฉากหลังคือภูเขาที่เปลี่ยนสีไปตลอดเวลา
    เงาในน้ำสะท้อนเมฆขาว หมู่บ้านดินสีส้มอิฐ ใสราวกระจก



    ตอนแรกกะว่า แค่มานั่งชิมอาหารยูนนาน
    และถ่ายรูปหมู่บ้านดิน นิดหน่อยก็จะกลับไปปางอุ๋งแล้วล่ะค่ะ
    แต่โชคดีที่พี่ที่ดูแลร้านอาหารอยู่ (ร้านลีไวน์รักไทย)
    ชวนไปดูที่พักเพิ่งสร้างใหม่ปีนี้(2009) บนไร่ชา
    ซึ่งเดินจากถนนขึ้นไปบนเนินเขาข้างหลังโรงเก็บไวน์นี้เอง



    เราก็เดินตามเข้าไปแบบไม่ได้คาดหวังอะไรเลยค่ะ
    แค่เค้าชวนแล้วเราก็เดินตามไป



    พอย่างเท้าขึ้นเนินเขา เข้าสู่อาณาจักรของไร่ชา
    เหมือนโลกเปลี่ยนในพริบตา
    จากฝุ่นแดง บ้านดินระเกะระกะ ชุมชนอะไรก็ไม่รู้
    มาโผล่ที่ดินแดนสีเขียว ไร่ชาในฝันของหนู :)



    บ้านสีดินตัดกับไร่ชาสีเขียว






    แถมบ้านแต่ละหลังถูกสร้างลดหลั่นกันไปตามเนินเขา
    ทำให้วิวที่ทุกบ้านจะเห็นคือวิวแบบนี้



    ด้านล่างเป็นไร่ชา ด้านข้างเป็นไร่สัปปะรด



    ยิ่งถ้าตอนเช้าได้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางไร่ชา
    มีไอหมอกขาว เย็น ๆ บาง ๆ หนาว ๆ
    ไว้คงต้องหาโอกาสมานอนที่นี่ให้ได้สักครั้ง
    (ราคาหลักพัน แต่ว่าห้องและบรรยากาศ คุ้มค่ามาก)



    วันนี้ได้แต่แวะมา ฉันก็วิ่งเล่นไปทั่วทุ่งนา เอ๊ย! ไร่ชา



    ได้เห็นดอกชา ซึ่งออกดอกสีขาวเป็นครั้งแรก
    ตื่นเต้นมาก ><



    เจ้าของไร่ใจดี อนุญาติให้ฉันได้วิ่งเล่นกับยอดใบชาไปทั่ว
    โดยไม่ว่าอะไรเลยค่ะ ^^V









    ถ้าได้ไปอีกครั้งจะนอนที่นี่ล่ะค่ะ
    เพราะมีไวน์อร่อยและที่พักกลางไร่ชา :)


    Remark: บ้านรักไทยอยู่เลยทางเข้าปางอุ๋ง (บ้านนาป่าแปก)
    ไปอีกไม่ไกลเท่าไหร่ค่ะ และระหว่างทางก็สวยมาก ๆ ด้วย
    ถ้ามีโอกาส ก็ลองไปชิมไวน์และวิ่งเล่นในไร่ชากันดูนะคะ



    ส่วนร้านลีไวน์รักไทย นี่พอเข้าตัวหมู่บ้นก็จะเห็นป้ายเลยค่ะ
    ร้านอาหารอยู่ทางขวา ไร่ชาอยู่ทางซ้ายค่ะ

Yellow Field in Thailand, แม่ฮ่องสอน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, แม่ฮ่องสอน (Maehongson) | Sunday 22 November 2009 2:11 pm
    สถานที่แห่งหนึ่งที่อยากไปในช่วงชีวิตนี้คือ แคชเมียร์(Kashmir) ค่ะ

    พี่บอลกับพี่โยจากห้องหัวใจเดินทางใน pantip
    เคยไปกันเมื่อช่วงสงกรานต์ปี 51
    และถ่ายรูปมาให้ดู ที่นี่

    วินาทีที่เห็นทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง
    ฉันก็ได้แต่เฝ้าฝันและอยากจะไปแคชเมียร์เพื่อชมฉากทุ่งดอกไม้สีเหลือง
    ที่ฉากหลังเป็นเทือกเขาสีครามเปื้อนหิมะ

    แต่ไม่น่าเชื่อ…
    กับภาพนี้บนเส้นทางสายนอกเมืองแม่ฮ่องสอน



    ดอกไม้สีเหลืองบานเต็มท้องทุ่ง(ที่เคยเป็นทุ่งนามาก่อน)
    ฉากหลังคือมิติของภูเขาสีคราม



    และดอกไม้สีเหลืองเหล่านี้ก็ไม่ใช่ดอกมัสตาร์ด
    เป็นเพียงพืชตระกูลถั่วที่มีชื่อว่า “ปอเทือง”
    ชาวบ้านใช้ปลูกไว้คลุมหน้าดิน
    และไถกลบเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดก็เท่านั้น



    ดอกไม้ที่เบ่งบานด้วยธรรมชาติแบบบ้าน ๆ
    และไม่ใช่จุดท่องเที่ยวที่การท่องเที่ยวโปรโมท
    เหมือนทุ่งดอกบัวตอง จึงทำให้เป็นสถานที่แสนพิเศษ
    สวยงามและสงบเงียบ



    ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นฤดูเก็บเกี่ยว (Harvest Season)
    ทำให้พระจันทร์เดือนกันยายนชื่อว่า Harvest Moon
    และหลังฤดูเก็บเกี่ยวท้องทุ่งนายังเต็มไปด้วยดอกปอเทือง
    ที่ทั้งมีประโยชน์ต่อพื้นดินและสวยงามต่อสายตาผู้ผ่านทาง



    ฉันนะ โคตรจะรักช่วงเวลานี้จริง ๆ เลย :)



    วิวสองข้างทางเป็นสิ่งที่คลาดจากสายตาไม่ได้
    ชาวบ้านกำลังลงแขกเกี่ยวข้าวบ้าง



    ภาพ“ขนำ”ที่พักของชาวนา
    ตัดกับทุ่งนาที่กำลังเปลี่ยนสี



    “ขนำ”อ่านว่า ขะ-หนำ
    คนกรุงอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่สำหรับชาวไร่ชาวนา
    หรือลูกสาวชาวสวนอย่างฉันรู้จักกันดี



    “ขนำ” ใช้เรียกแทนเพิงที่ไม่มีฝากั้น มุงหลังคา
    ไว้สำหรับพักกินข้าวตอนกลางวัน
    หรือหลบแดด นอนพัก เวลาออกไปทำงานในนา ในสวนค่ะ



    เส้นทางธรรมดา ๆ ที่มีวิวโรแมนติกตลอดทางแบบนี้
    คือที่แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย :)




    Remark: ทุ่งนามากมายขนาดนี้
    แน่นอนว่า พี่บั๊ฟฟาโล่ก็มีเยอะเหมือนกัน



    ดังนั้นขับรถในเส้นทางทุ่งนา โปรดระวังควาย ด้วยค่ะ
    ด้วยความปรารถนาดี จาก www.bowrainbow.com ;)

ขับรถข้ามภูเขาไปเลี้ยงแกะ, พระตำหนักปางตอง แม่ฮ่องสอน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, แม่ฮ่องสอน (Maehongson) | Saturday 21 November 2009 2:32 pm
    นอกจากแกะที่ซีนเนอรี่รีสอร์ท
    ที่โบว์เคยเขียนถึงในตอน นากาย่า สวนผึ้ง แล้ว
    เมืองไทยยังมีฟาร์มเลี้ยงแกะอีกแห่งหนึ่ง
    บนยอดดอยอันไกลแสนไกลทางภาคเหนือของประเทศไทย
    ทีนี่ค่ะ พระตำหนักปางตอง จ. แม่ฮ่องสอน



    ขับรถจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 40 กิโลเมตร
    ข้ามภูเขาหลายลูก ผ่านโค้งภูเขาและเนินสูงชัน
    จนมาถึงที่นี่ ครั้งแรกที่เห็นทุ่งเลี้ยงแกะ
    ก็ได้แต่ตาโตแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าที่นี่ ประเทศไทย



    ฉากหลังเป็นเนินเขาเล็ก ๆ
    ดอกหญ้าพัดพริ้วตามแรงลมฤดูหนาว
    ภาพฝูงหลายร้อยตัวแกะกำลังเล็มหญ้ากลางทุ่งกว้าง
    แค่เห็นภาพนี้ ก็หายเหนื่อยและหายเมาโค้งเป็นปลิดทิ้ง :)



    แกะที่นี่เป็นสายพันธุ์จากออสเตรเลีย
    เป็นแกะพันธุ์ที่ใช้ตัดขนได้จริง
    และเรายังสามารถเข้าไปวิ่งเล่นกับแกะในทุ่งได้ด้วย



    ที่นี่เป็นฟาร์มเพาะพันธุ์แกะ
    ดังนั้นจะมีลูกแกะที่เกิดใหม่อยู่เสมอ ๆ



    ลูกแกะตัวนี้ชื่อโมจิค่ะ เพิ่งเกิดได้ไม่ได้
    น่ารัก ขนสีขาว และเชื่องมาก
    สามารถอุ้มถ่ายรูปหรือลองสัมผัสขนลูกแกะได้แบบใกล้ชิด
    โดยไม่มีการเก็บเงินค่ะ



    แต่จะมีกล่องไม้เล็ก ๆ เขียนว่า สนับสนุนค่าอาหารและนมแกะ
    เล่นน้องแกะจนชื่นใจแล้ว
    ก็อย่าลืมหยอดกระปุกสักเล็กน้อยนะคะ :)


    เห็นแกะมากมายแบบนี้



    ทำให้ที่นี่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแกะได้หลายอย่าง
    เช่น ครีมรกแกะ สบู่รกแกะ



    ผ้าพันคอที่ทำจากขนแกะแท้ ๆ



    นอกจากแกะแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ขี่ม้ากลางทุ่ง



    และมีสัตว์สงวนต่าง ๆ มากมาย เช่น
    นกกาฮัง หรือ นกกก ซึ่งเป็นนกเงือกพันธุ์หายาก



    ไก่ฟ้าสีทอง



    เก้ง กวาง เนื้อทราย และสัตว์สงวนอื่น ๆ ตามที่เคยร่ำเรียนกันมา
    ก็สามารถหาดูได้ที่นี่ค่ะ
    สัตว์ที่นี่อยู่กันในป่าจริง ๆ เพียงแต่มีรั้วกั้นไว้
    ไม่ให้ออกมาตามแนวถนนเท่านั้น



    ชื่นชมและสนุกสนานกับการเลี้ยงแกะแล้ว
    ก็ขับรถกันต่อไปค่ะ



    เส้นทางนี้มุ่งสู่บ้านรักไทย และ บ้านรวมไทย(ปางอุ๋ง)
    วิวระหว่างทาง สวยจนอยากอยู่บนรถเพื่อเดินทางตลอดเวลา :)


    Remark: ถ้าคนที่มารถโดยสารสีเหลืองจากตลาดสายหยุด
    รถโดยสารอาจจะไม่ได้หยุดแวะที่นี่
    ดังนั้นถ้าจะมาที่นี่ น่าจะเช่ารถขับมากันเอง
    หรือเช่ารถพร้อมคนขับแบบเหมารายวันค่ะ

    เส้นทางแวะเที่ยวจะประมาณนี้ค่ะ
    ออกจากแม่ฮ่องสอน แวะเที่ยวถ้ำปลา -> น้ำตกผาเสื่อ
    -> ปางตอง -> บ้านรักไทย -> ไปค้างคืนที่ ปางอุ๋ง

ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย(แม่อูคอ), แม่ฮ่องสอน

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, แม่ฮ่องสอน (Maehongson) | Tuesday 17 November 2009 1:13 am
    กดปุ่ม play เพื่อชม MV และร้องตามค่ะ

    หลังจากกลับจากชมทุ่งบัวตองที่ดอยแม่อูคอ
    ก็ได้แต่หัดร้องเพลงนี้อยู่ค่ะ ^^”


    เพลงล่องแม่ปิง
    เนื้อร้องโดย จรัญ มโนเพชร

    ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย
    ดอกเอื้องสามปอย บ่เคยเบ่งบานบนลานพื้นดิน
    ไม้ใหญ่ไกลสูง นกยูงมาอยู่กิน เสียงซึง สล้อ
    จอยซอเสียงพิณ คู่กับแดนดิน ของเวียงเจียงใหม่
    สาวเจ้าควรภูมิใจ บ่ลืมว่าเฮาลูกแม่ระมิงค์

    คนงาม งาม ต้องงามคู่ความเด่นดี
    ต้องฮักศักดิ์ศรี ของกุลสตรีแม่ย่าแม่หญิง
    เยือกเย็นสดใส เหมือนน้ำแม่ปิง
    มั่นคงจริงใจ ฮักใครฮักจริง
    สาวเอยสาวเวียงพิงค์ สาวเครือฟ้าเคยซมซาน
    อีกแม่สาวบัวบาน นั่นคือนิทานสอนใจ

ฉันรักทางโค้ง (1864++ curves, i’m in love)

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, แม่ฮ่องสอน (Maehongson) | Tuesday 10 November 2009 2:36 pm
    บนเส้นทางโค้งภูเขาหมายเลข 108
    เริ่มจาก อ. ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอต่าง ๆ ของแม่ฮ่องสอน
    อ. แม่สะเรียง อ. แม่ลาน้อย อ. ขุนยวม จนเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
    มีระยะทางประมาณ 350 กิโลแม๊ว เอ๊ย กิโลเมตร
    ต้องใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมงจึงจะผ่านพ้น 1,864 โค้งไปได้



    ฉันก็ไม่รู้ว่า ใครเป็นคนแรกที่เริ่มต้นนับทางโค้งนี้
    และใช้เวลานับกี่วันกี่เดือนกี่ปี
    จึงสรุปออกมาเป็นตัวเลข “1,864 โค้ง”

    แต่ก็รู้อย่างหนึ่งว่า “เออ เอ็งเก่งว่ะ” ที่ได้ตัวเลขนี้มา



    เพราะตัวเลขนี้มีความสำคัญมาก ทั้งมีค่า และมีราคา
    จึงทำให้ได้ไปปรากฏบนกระดาษแผ่นหนึ่ง
    ที่คนทำเรียกกันว่า ใบประกาศผู้พิชิตทางโค้ง
    (สามารถไปซื้อหรือเรียกให้ไพเราะว่าเสียค่าธรรมเนียมได้
    ในราคา 20 -30 บาท ที่หอการค้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน)
    สติ๊กเกอร์แปะหลังรถ (ราคาตามขนาด)
    หรือเสื้อยืดสกรีนลายที่มีขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปในเมือง (ตัวละ 159 บาท)

    สำหรับฉันแล้ว ทางโค้งจะมีกี่โค้งก็ตามใจท่านเถอะค่ะ
    สิ่งสวยงามระหว่างทางนั่นต่างหากคือของจริง



    แต่ละโค้งภูเขาที่คดเคี้ยวไปตามป่าเขียว
    ไอหมอกที่มีสีขาวบาง ๆ หนาว ๆ
    วิวท้องทุ่งนาสีเขียวสีทองข้างทาง
    ฉากมิติของภูเขาสีเทาครามสลับซับซ้อน
    เมฆขาวขนนกที่แสดงถึงความเป็นเมฆในที่สูง
    (เมฆแบบในหน้าปกหนังสือ “เดินที่สูง” ของสำนักพิมพ์หนังสือเดินทาง)



    ดอกไม้ใบหญ้าพริ้วไหวตามกระแสลม
    เด็กชาย เด็กหญิง คุณตา คุณยายชาวเขา
    หมา แมว เป็ด ไก่ วัว ควาย หมูดำที่ข้ามถนน
    ทั้งหมดทั้งสิ้นและอื่น ๆ ฯลฯ



    นั่นต่างหาก คือความหมายที่แท้จริงของการเดินทางผ่านทางโค้ง
    ซึ่งไม่ใช่เพียงตัวเลขจำนวนนับ

    จะมีซักกี่คน (ที่ไม่ใช่คนขับรถ)
    ที่ได้เห็นโค้งเหล่านั้นครบ



    บางคนหลับ บางคนอ้วก
    จนมีเสื้อยืดสกรีนลาย อ้วก+หลับ = แม่ฮ่องสอน
    สำหรับฉัน ไม่อ้วก แต่ก็มีหลับบ้าง
    (ใน 1,864 โค้ง ฉันอาจจะหลับไป 800 โค้ง)

    สัมผัสทางโค้งซ้ายขวาคล้ายภูเขาไกวเปลกล่อม
    ฉันชอบวิวสองข้างทาง
    และที่สำคัญ ฉันรักการเดินทางผ่านทางโค้งเหล่านี้ยิ่งนัก :)




    Remark:1,864 โค้ง คือ ตัวเลขจากฮอดถึงแม่ฮ่องสอน
    แต่เมื่อคุณไปแม่ฮ่องสอน ถ้ารวมเส้นทางไปกลับ
    และการเดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ เช่น ปางอุ๋ง ดอยแม่อูคอ
    ปางมะผ้า ปาย บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ฯลฯ

    รวม ๆ แล้ว น่าจะได้ผ่านทางโค้งทั้งหมดประมาณ 6,000 - 7,000 โค้ง!


Next Page »
Centurion Wordpress Theme