ฟักทองแห่งความสุขกำลังเติบโต [Butternut:DIY]

    หลังจากที่ได้ไปวิ่งเล่นในไร่ฟักทอง จิมป์ทอมสัน ฟาร์ม
    เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (19 December 2009)
    ก็ซื้อฟักทองสายพันธุ์ต่าง ๆ กลับมาเยอะแยะมากมาย

    ฟักทองน่ารัก ๆ หลายแบบหลากสี
    แต่ที่คนในไร่แนะนำว่าอร่อยที่สุดคือ พันธุ์ Butternut



    Butternut รูปร่างไม่ค่อยเหมือนฟักทอง
    หน้าตาออกแนวฟักเขียว หรือน้ำเต้ามากกว่า
    แต่เพราะคุณค่าทางโภชนาการ
    และเนื้อด้านในคือเนื้อสีเหลืองทองสวย
    จึงเป็นสายพันธุ์หนึ่งที่คนไทยจะเรียกว่า ฟักทอง ได้ค่ะ



    เหมาะสำหรับทำขนมหวาน พาย ซุป
    แต่ถ้าเราทำไม่อยากยุ่งยาก
    หรือกลัวอ้วนเพราะกะทิ หรือ น้ำตาล

    ก็แค่ผ่า Butternut แล้วคว้านเมล็ดออกมาเก็บไว้
    แล้วใส่ไมโครเวฟ ไฟแรงสุด กด ปุ่ม 6-7 นาที
    จัดวางใส่จานสวย ๆ แล้วราดด้วยน้ำผึ้ง
    เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้เมนูของหวาน
    Butternut Honey แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟให้คนที่คุณรักแล้วค่ะ :)



    และด้วยความที่มีกระถางที่เคยปลูกกวางตุ้งไว้อยู่แล้ว



    มีกระถางหนึ่งที่มีพื้นที่ว่าง ๆ เหลืออยู่
    โบว์ก็เลยโยนเมล็ดฟักทองพันธุ์ Butternut ลงไป

    เพียงสามสี่วันหลังจากโยนลงกระถาง
    ใบเล็ก ๆ สีเขียว ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมายิ้มให้โลกใบนี้



    ตื่นเต้นนะคะ ไม่เคยปลูกฟักทองมาก่อน
    และก็ไม่คิดด้วยว่า ฟักทองพันธุ์นี้จะขึ้นได้ง่าย ๆ
    แถมยังโตเร็วอีกด้วยสิ :)



    รูปที่ถ่ายที่คือ วันที่สองหลังจากที่แตกใบอ่อนจากเมล็ดค่ะ

    ตอนนี้ก็ได้แต่เฝ้าดู Butternut Baby สามสี่ต้นนี้
    ว่าจะเติบใหญ่มีลูกมีหลานให้ได้เก็บกินกันหรือเปล่า?

    เพราะที่นี่ไม่ใช่ไร่ จิมป์ทอมสัน
    เป็นเพียงแค่ระเบียงเล็ก ๆ กลางเมืองใหญ่
    ที่มีแสงแดดยามเช้าส่องถึง

    ฟักทองแห่งความสุขกำลังเติบโต :)




    Remark
    (เพราะฟักทองงอกเอง ฉันเลยต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ)
    วิธีการปลูกฟักทองน้ำเต้า Butternut click ที่นี่

บ้านไร่ตับเต่า~เพราะภูเขาคือบทกวี, ปากช่อง

    ถนนลาดยางสายยาวทอดโค้งเลียบภูเขาสีน้ำเงิน
    นาน ๆ ที จะมีรถยนต์ผ่านมาซักคัน
    จะเห็นก็แต่เหล่าหมาน้อยสามสี่ตัว
    ที่ใช้ถนนเส้นนี้เป็นสนามวิ่งเล่น



    ไอหมอกขาวห่มภูเขา
    จนมองไม่เห็นยอดที่ตัดกับท้องฟ้า
    ทุ่งข้าวโพดสีน้ำตาลทองเปียกน้ำค้าง
    ดอกหญ้าสีฟางอ่อนพริ้วตามกระแสลม



    รอยยิ้มของดอกไม้
    ทักทายกันในยามเช้า
    เติมเต็มความสุขสงบให้บ้านไร่แห่งนี้





    ผนังบ้านทุกหลังระบายด้วยภาพศิลปะ



    ห้องนอนลาย birdroom ในบ้านพักชื่อ “จันทร์รำพัน”



    ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับบ้าน “จันทร์จอแจ”



    ที่ชอบที่สุดคือได้ล้างหน้าและแปรงฟัน
    ในอ่างล้างมือลายดอกลั่นทม



    ห้องน้ำเปิดโล่งมองเห็นท้องทุ่ง



    ยามเย็น พระอาทิตย์ลับป่าสน
    ท้องฟ้าระเรื่อสีส้ม



    dinner มื้อค่ำ ถูกจัดวางไว้เรียบร้อย
    ในราคา 650 ต่อคน รวมที่พัก อาหารเย็น และอาหารเช้า



    อาหารง่าย ๆ แต่ทำได้อร่อย
    มาที่นี่อารมณ์จะประมาณไปเที่ยวบ้านญาติ
    แล้วเค้าทำอาหารเลี้ยง

    อิ่มแล้วยังมีพุทรานมสดเตรียมไว้ให้ในโหลแก้วใส



    สำหรับคนที่รักสัตว์ ที่นี่ยังมีเจ้า “หกสลึง”
    หนุ่มน้อยขนสีขาว คอยวิ่งเล่นกับคุณอีกด้วย



    ที่นี่ปลูกต้นไม้เยอะมาก
    ทั้งต้นไม้แปลก ๆ รูปร่างไม่คุ้น



    ต้นขวด :P



    มีมุมสบาย ๆ ให้นั่งเล่นริมบึง



    ยามเช้าจิบกาแฟในถ้วยลายกาไก่






    หาซื้อโปสการ์ดซักใบ






    แล้วส่งหาคนที่คุณคิดถึง



    ถ้าไม่รู้จะเขียนว่าอะไร
    ก็เขียนไปสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า
    “บ้านไร่ตับเต่าเราก็ไปมาเหมือนกัน”



    bowrainbow.com ก็ไปมาแล้วเหมือนกัน :)








    รายละเอียดบ้านไร่ตับเต่า click ที่นี่

จิมทอมป์สันฟาร์ม (Jim Thompson Farm), ปักธงชัย นครราชสีมา

    รูปไร่ฟักทองสีส้มราวกับในฝัน



    ทุ่งดอกไม้กว้างไกลยาวสุดลูกหูลูกตา



    ภาพจาก foward mail ที่ดังมาก ๆ เมื่อปีสองปีที่ผ่านมา
    เกี่ยวกับไร่ จิมป์ ทอมสัน ที่ฟังชื่อแล้วเหมือนจะอยู่ต่างประเทศ
    แต่ที่ไหนได้ อยู่ตรงปักธงชัย โคราชบ้านเรานี่เอง :)



    ไร่นี้จะเปิดให้เข้าชมเพียง 20 วันต่อปีเท่านั้น
    ซึ่งปีนี้เปิดตรงกับวันที่ 19 ธันวาคม 2009 ถึง 10 มกราคม 2010



    เพราะเปิดในช่วงเทศกาลรื่นเริงแบบนี้
    ถ้าไม่อยากไปผจญภัยในฝูงชนมหาศาล
    ก็ควรจะรีบไปวันแรก หรือ เลี่ยงไปเที่ยวในวันธรรมดา

    และแน่นอนว่า bowrainbow ก็ต้องไปในวันแรกอยู่แล้วค่ะ ^^V



    ค่าเข้าชมราคาเพียง 60 บาทสำหรับผู้ใหญ่
    และ 40 บาทสำหรับเด็ก
    ถือว่าเป็นค่าเข้าชมที่ถูกมาก ๆ
    เมื่อเทียบกับความสนุกและตื่นตาตื่นใจที่จะได้เห็นในไร่



    ด้วยพื้นที่ในฟาร์มที่กว้่างมาก ๆ
    แนะนำให้นั่งรถชมไร่ที่มีบริการตลอดทั้งวันค่ะ



    และ ณ จุดที่รถไปจอดจุดแรก
    เราก็จะได้พบกับ ฟักทองนับหมื่น ๆ ผล
    หลากหลายสายพันธุ์ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้
    (ไม่ได้เว่อร์นะคะ ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง :)

    รูปด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเองค่ะ





















    ฟักทอง สีทองสวย ๆ จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า
    นี่มันของปลอมทาสีหรือเปล่า
    เลยต้องไปดูด้วยตาให้เห็นขั้วที่ติดกับต้นจริง ๆ ค่ะ



    อันนี้ เบบี๋ฟักทอง





    รถ(เก็บ)ฟักทองของจริงก็มีนะคะ



    ไม่ต้องใส่รองเท้าแก้วเราก็สามารถขึ้นรถฟักทองได้!



    ดอกไม้ที่เห็นด้านล่าง คือ ฟักทองสายพันธุ์หนึ่ง



    ส่วนลูกนี้เป็นฟักทองยักษ์ขนาดใหญ่กว่าคน



    ที่นี่เค้าแกะสลักฟักทองทั้งที่ลูกยังติดกับต้นอยู่เลยค่ะ



    สำหรับสาวนักช้อป
    วันนี้เราจะมาช้อปปิ้งฟักทองกันถึงไร่ ^^





    ฟักทองสวย ๆ ที่มีรูปร่างต่าง ๆ กันที่เห็นทั้งหมดนี่
    เค้าขายนะคะ ราคาไม่แพงแถมอร่อยด้วย

    โดยเฉพาะพันธุ์ Butternut ที่เนื้ออร่อยมาก
    วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เข้าไมโครเวฟเพียงไม่ถึงสิบนาที
    ก็จะได้ฟักทองเนื้อหวานนุ่ม และดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ



    หรือใครจะซื้อเป็นของขวัญของฝากปีใหม่ให้กับคนรู้จัก
    ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งค่ะ ทั้งราคาประหยัดและมีประโยชน์
    (ฟักทองลูกเล็ก ๆ ลูกละ 5 บาท 10 บาทเท่านั้นเอง)



    ช้อปปิ้งเสร็จ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องแบกถุงฟักทองไปเที่ยว
    สามารถฝากไว้ได้ค่ะ แล้วเจ้าหน้าที่เค้าจะให้บัตรคิว
    เพื่อให้เราไปรับที่จุดรับของตอนออกจากฟาร์ม
    (บริหารจัดการได้ดีเยี่ยมจริง ๆ :)



    จุดต่อไปเป็นหมู่บ้านอีสานค่ะ
    ระหว่างทางรถจะแล่นผ่านทุ่งคอสมอสสีสวย



    หมู่บ้านอีสานจะมีการแสดงลำซิ่ง และศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน
    และมีตลาดเล็ก ๆ ขายอาหาร สามารถพักกินข้าวกลางวันที่จุดนี้ได้ค่ะ



    ต่อไปเป็นจุดสุดท้าย คือ พันธุ์ไม้เมืองหนาว
    มีพริกเจ็ดสี, ผักไฮโดรโปนิก และดอกไม้อื่น ๆ บานสะพรั่ง











    ในชีวิตนี้ถ้าใครยังไม่เคยไปไร่จิม ทอมป์สัน
    ต้องลองไปสักครั้งค่ะ

    แล้วปีหน้าคุณจะอยากกลับไปอีก :D


    Web ของไร่จิมทอมป์สัน มีรายละเอียดและแผนที่ click ที่นี่

ความรักวันละหนึ่งแก้ว A cup of love, วังน้ำเขียว

    สำหรับคนที่กำลัง in love และรักการถ่ายภาพ
    แต่ไม่มีเวลาไปไกลถึง coffee in love อ. ปาย

    www.bowrainbow.com ขอนำเสนอร้านกาแฟชิค ๆ
    เพิ่งเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ค่ะ
    ร้านเปิดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2009 ที่ผ่านมานี้เอง



    ชื่อร้านน่ารัก ๆว่า a cup of love :)



    ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณที่มีโอโซนมากที่สุดในประเทศไทย
    และเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก
    อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา



    ถ้ามาจากอำเภอปักธงชัย วิ่งลงทางใต้
    ผ่านอำเภอวังน้ำเขียว ก็เลี้ยวขวาเข้าทางไปเขาแผงม้า
    ร้านนี้จะอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง



    มองเห็นได้ง่าย ๆ เพราะสีของร้านเป็นสีแดงขาว
    และอยู่ตรงโค้งภูเขาพอดี



    ลักษณะคล้าย ๆ ร้าน coffee in love ที่ปาย
    ผสมกับสถาปัตยกรรมต้นแบบของรีสอร์ทต่าง ๆ ในประเทศไทย
    ที่เรียกว่า บ้านแบบ ซีนเนอรี่รีสอร์ท นั่นเอง :P



    วันที่โบว์ไปถึงเป็นบ่ายวันเสาร์
    ร้านนี้เพิ่งเปิดเป็นวันที่สองเท่านั้น
    แต่ลูกค้าก็มีมากแล้ว



    และบังเอิญเจอรายการแจ๋ว ของช่องสาม
    มาถ่ายทำรายการ และสัมภาษณ์น้องเจ้าของร้านพอดี
    (น้องที่ใส่แว่น นั่งตรงกลางค่ะ)



    เราก็เลยแอบฟังน้องเค้าสัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปของร้าน
    สรุปว่า น้องเค้าทำขนมเค้กเอง (อร่อยด้วย)






    เป็นกิจการของครอบครัว มีแม่ มีน้องชายมาช่วยขาย
    และเมล็ดกาแฟก็ใช้ของดอยตุง



    ส่วนบ้านพักที่กำลังสร้างอยู่นั้น
    กำลังจะเปิดช่วงก่อนปีใหม่นี้
    (ส่วนเรื่องราคาที่พักยังไม่ได้ตกลงใจว่าจะเก็บเท่าไหร่)



    โต๊ะ เก้าอี้ เป็นสีขาว
    ระบายด้วยลายดอกไม้สีแดง
    และมีชื่อร้าน เขียนไว้ ทุกตัว



    ร้านนี้เน้นสีแดงตัดกับสีขาว
    ชั้นหนังสือก็เป็นสีแดง



    ถังขยะน่ารัก



    ห้องน้ำสีขาว






    วิวด้านหลังร้านคือเขาแผงม้า
    มีเนินเขาเล็ก ๆ ที่กำลังสร้างเป็นที่พัก



    ถือว่าเป็นร้านกาแฟน่ารักแห่งใหม่
    กลางแหล่งโอโซนอันดับเจ็ดของโลก



    เบอร์โทรศัพท์ของร้านค่ะ
    081-7767058
    080-1589009

    (dtac ไม่มีสัญญาณนะคะ ดับสนิท T.T)

    แผนที่วังน้ำเขียวค่ะ ร้านนี้จะอยู่ก่อนถึงอ่างเก็บน้ำ ไม่ไกลค่ะ

    ส่วนเว็บของทางร้านยังทำไม่เสร็จนะคะ (Jan, 10)
    สามารถเข้าไปดูได้ ที่นี่ค่ะ




    Remark

    ตอนเห็นชื่อร้านนี้ครั้งแรก
    ทำให้นึกถึงเรื่องที่เคยเขียนไว้เมื่อห้าหกปีก่อนค่ะ
    เขียนไว้นานแล้วสมัยยังเป็น rainbow.diaryhub.com
    จนทำเป็นหนังสือทำมือ และมีคนมา copy ไปแปะไว้ตามเว็บต่าง ๆ
    และกลายเป็น fwd. mail ในที่สุด - -”


    ความรักวันละแปดแก้ว โดย bowrainbow


    ถ้าคนเราต้องการน้ำวันละแปดแก้วจึงจะเพียงพอต่อร่างกาย

    ฉันเอง
    ก็ต้องการความรักวันละแปดแก้วเช่นกัน
    ความรักวันละแปดแก้วจึงจะเพียงพอต่อจิตใจ

    เพราะฉันกระหายความรักเหมือนกับที่ฉันกระหายน้ำน่ะแหละ

    ช่วงแรกแรกตอนที่ไม่มีใครมาวิ่งวุ่น…ในหัวใจ…
    ฉันก็หาความรักวันละแปดแก้วได้ด้วยตัวฉันเอง

    แต่พอมีใครใครที่แสนดีหวังดีกับฉัน
    คอยใส่ใจดูแลยื่นความรักให้ฉันวันละแปดแก้ว
    ฉันก็เคยตัวกับการที่ไม่ต้องหาความรักนั้นให้ตัวเอง
    มีคนคอยหยิบยื่นให้ตลอดฉันจึงดื่ม
    ความรักครบทั้งแปดแก้วทุกทุกวัน(บางวันดื่มเกินซะด้วยสิ)

    แต่บางครั้งความรักในแก้วแต่ละใบ
    มันก็ไม่ค่อยใสสะอาดนักหรอก
    ฉันต้องคอยระวังคอยดู
    ว่าความรักในแก้วนั้นจะเป็นอันตรายต่อหัวใจฉันหรือเปล่า

    เพราะที่ฉันต้องการคือความรักที่ใสใสไร้สารอื่นเจือปน
    ความรักใสสะอาดวันละแปดแก้ว

    บางวันก็ไม่มีใครมายื่นความรักให้ฉันเลยซักแก้วเดียว
    เมื่อฉันกระหายความรัก
    ฉันต้องดิ้นรนหาความรักซักแก้ว
    ฉันจึงเริ่มรักตัวเองให้ครบวันละแปดแก้ว

    วันนี้ก็เช่นกันฉันรักตัวเองไปสองแก้วแล้วล่ะ

    คุณล่ะได้รับความรักครบแปดแก้วแล้วหรือยัง?

Palio - Little Italy, เขาใหญ่

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, เขาใหญ่ (Khao-Yai) | Monday 21 December 2009 1:55 pm
    Buona sera สวัสดีตอนบ่ายค่ะ
    วันนี้จะพาไปเดินในเมืองสีสันน่ารักแถวอิตาลีกันค่ะ



    ถ้าพร้อมแล้วก็รัดเข็มขัดกันให้แน่นนะคะ
    เราจะบึ่งรถไปเขาใหญ่กันเลย :)



    ขับรถประมาณสองชั่วโมงจากกรุงเทพ
    หรือสิบนาทีจาก Primo Posto ก็ได้ไปเที่ยวอิตาลีแล้ว

    แหล่งท่องเที่ยวใหม่เอี่ยม
    เพิ่งเปิดเมื่อเดือนธันวาคมนี้ (december, 2009)



    Palio, Khao Yai
    ที่มี Concept เก๋ ๆ ว่า Little Italy
    ซึ่งพอไปเห็นด้วยตาตัวเองแล้วก็ถึงกับอึ้ง
    แล้วก็พบว่าตรงตาม Concept ที่เขาตั้งไว้จริง ๆ



    เหมือนยกเมืองเล็ก ๆ ในอิตาลีมาไว้ที่เขาใหญ่
    ทั้งตึกรามบ้านช่อง ร้านค้า ตัวหนังสือ สีของตึก กำแพงและดอกไม้
    เป็นเมืองน่ารัก ๆ ที่ทำให้เราลืมตัวได้เสมอว่า
    ที่นี่ เมืองไทย!












    ใครที่เคยไป Primo Posto มาแล้ว
    ขอให้ลืมตึกแถวห้าหกคูหานั้นไปเลยค่ะ
    เพราะที่นี่ คือ Primo Posto ทั้งเมือง






    แถมช่วงนี้ยังสร้างไม่เสร็จ
    จึงให้เข้าไปเดินเล่นถ่ายรูปได้ฟรีโดยไม่เก็บค่าผ่านทาง
    (ยังไม่รู้ว่าพอสร้าเสร็จและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
    จะเก็บเงินค่าเข้าเหมือน Primo หรือเปล่า)









    ถ้าขับรถผ่าน ๆ จะดูเหมือนด้านนอกไม่ค่อยมีอะไรค่ะ
    เพราะยังตกแต่งไม่เรียบร้อย















    แต่พอเข้าไปด้านในเมือง
    ที่ตั้งใจทำเป็น Outlet Shopping Street
    ก็จะตกตะลึงในความน่ารัก
    และได้กลิ่นของอิตาลีอยู่ทั่วบริเวณ









    สำหรับคนที่เคยไปมาเก๊า
    และเคยไป เวเนเชี่ยน มาแล้ว
    ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
    ที่นี่ สวยและน่ารักกว่าหลายเท่า






    เหตุผลอาจจะเป็นเพราะท้องฟ้าที่เป็นของจริง
    ภูเขาลูกเล็ก ๆ สีน้ำตาลที่เป็นฉากให้กับ Palio
    จึงทำให้เมืองนี้มีชีวิตชีวา



    ถ้าโลกหยุดหมุนที่เวเนเชี่ยน
    เวลาที่ Palio ก็คงหมุนย้อนกลับ






    ไปสู่วันวานแห่งวัยเยาว์
    ที่ยังเต็มไปด้วยความฝันอันแสนหวานอีกครั้ง :)




    Remark

    ทางไป Palio click ที่นี่
    Palio Website click ที่นี่

Next Page »
Centurion Wordpress Theme