บนยานอวกาศที่มุ่งตรงสู่ความโดดเดี่ยว , พม่า
1.

ฉันจดจำประโยคของคุณนิ้วกลมที่เคยเขียนไว้
ในหนังสือเรื่อง กัมพูชาพริบตาเดียวว่า
“กูเตือนมึงแล้วว่าอย่าไปคนเดียว เหงาตายชัก” ได้ขึ้นใจ
แต่ด้วยความที่ตัดสินใจแล้วว่า
จะมาเผชิญกับความเหงาที่พม่าเพียงคนเดียว
ทำให้เช้ามืดวันอาทิตย์วันนั้น
ฉันตัดสินใจแบกเป้ออกจากบ้าน
ขึ้นแท๊กซี่เพื่อมุ่งตรงมายัง สุวรรณภูมิ
สนามบินที่ความเงียบเหงาตัวกว้างที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
2.

ที่ประตู G1 เที่ยวบินที่ FD3770 07:15 ย่างกุ้ง
ทางออกเปิดแล้ว
ฉันไปนั่งหลับ
และพยายามหาเพื่อนร่วมทางที่พอจะคุยกันได้
แต่ใครต่อใครก็พากันมาเป็นหมู่คณะ บ้างก็เป็นทัวร์
ทำให้ฉันต้องเดินออกไปสู่ประตูทางออก
ด้วยความโดดเดี่ยวที่เลือกมาด้วยตัวเอง
ฉันต้องรับผิดชอบความรุ้สึกที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้
ก่อนมาบอกกับเพื่อน ๆ ว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก
อย่างมากถ้าเหงาจนทนไม่ไหวก็คงนอนร้องไห้ที่เกสท์เฮ้าส์นั่นแหละ
3.

ในเครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสารบางตา
มีฝรั่งอยู่ไม่กี่คน และทัวร์คนไทยกรุ๊ปหนึ่ง
ทำให้ฉันแยกตัวมานั่งที่ที่นั่งติดกระจกด้านซ้ายของลำ
ผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันคิดว่าคงจะเป็นสต๊าฟกรุ๊ปทัวร์
นั่งอยู่ติดกระจกด้านขวาทำให้ทั้งแถวมีเก้าอี้ที่นั่งว่างเปล่าเหลืออยู่เต็มไปหมด
ความเหงาที่ติดตามมาเลยนั่งกันอย่างสบายใจ
ฉันพยายามมองไปที่ผู้ชายคนนั้น
ฉันเห็นเค้าหันกลับมามอง
คงสงสัยว่า ฉันมาคนเดียวหรือไงวะ
บ้าหรือเปล่ายัยนี่
4.

เครื่องบินแหงนหน้า
ล้อลอยจากพื้นดินไม่กี่นาที
ฉันก็รู้แล้วว่า
ฉันตัดสินใจถูกแล้วที่มาโดยไม่ทิ้งตั๋วเครื่องบินในครั้งนี้ไป
เพราะพอได้เห็นปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลออกสู่ทะเล
ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี อย่างบอกไม่ถูก
มันคือความรู้สึกที่คิดว่าตัวฉันเองเป็นแม่น้ำ
ที่ถูกบีบให้อยู่ในเส้นทางมาตลอด
พอถึงจุดที่ได้มีโอกาสไหลออกไปสู่ทะเลที่กว้างใหญ่
อิสระที่จะเดินทางมันก็อยู่ตรงหน้า
ดังนั้นฉันตัดสินใจถูกแล้วที่มาบนยานอวกาศลำนี้
ฉันยิ้มให้กับตัวเองแล้วก็หลับไป
ทั้งหมดคือความรู้สึกแรกก่อนจะไปชิวกินลมชมวิวที่ย่างกุ้ง -> Thiripyitsaya Sky Lounge












ชอบรูปสุดท้าย
#ผีน้ำ รูปสุดท้ายเป็นรูปปากน้ำ มองจากบนเครื่องบิน
สำหรับคนที่จะไปพม่า ให้นั่งฝั่งซ้ายของเครื่องบิน จะเห็นวิวแบบนี้ :)
โรแมนติคยิ่งนักแล้ว
:)