Keep Shopping ~ Walking ~ Eating, Temple Street Hong Kong
-
เมื่อไปฮ่องกง ทุกคนจะได้รับภารกิจ 3 อย่างเท่า ๆ กันคือ
หนึ่ง Shopping
สอง Walking
สาม Eating!

และ Temple Street คือสถานที่ที่เหมาะที่สุด
ที่จะปฏิบัติภารกิจฮ่องกงให้ลุล่วงอย่างสมบูรณ์
Let’s Shopping ~ Walking ~ Eating :D

การเดินทางมา Temple Street ง่ายมาก ๆ
เพียงแค่นั่งรถไฟใต้ดินสายสีแดงมาลงที่สถานี Yau Ma Tei
สถานีนี้อยู่บนฝั่งเกาลูน แต่ถ้าใครที่อยู่ฝั่งเกาะฮ่องกงหรือเกาะลันเตา
ให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Central เพื่อ Exchange มาสายสีแดง
Yau Ma Tei ห่างจาก Central เพียง 4 ป้ายเท่านั้น

ถึงที่หมายเราจะโผล่ขึ้นบนดินที่ทางออก Exit C
ตอนขึ้นมาอาจจะงง ๆ นิดหน่อยว่าจะเดินไปทางไหนดี
แต่ที่นี่ ฮ่องกง ไม่ต้องกลัวหลงทางค่ะ
เค้ามีป้ายบอกถนนหนทางชัดเจน
เพียงแค่เราเพิ่มนิสัยรักการอ่านและช่างสังเกตนิดหน่อยเท่านั้น

Temple Street เป็นถนนคนเดินที่มีสินค้าราคาหลากหลายให้ซื้อ
รวมถึงมีร้านอาหารข้างทางหลายร้านให้เลือกกินตามใจชอบ
มีหลายร้านที่คนไทยเคยมากินและลงไว้ในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว
และร้านนี้คือร้านแรกที่สะดุดตา ร้าน Hing Kee
แหม ก็เล่น Print ปกหนังสือขนาดใหญ่ ตั้งไว้หน้าร้าน
เราคนไทยเวลาไปต่างแดน พอเจอภาษาบ้านเกิดก็พุ่งเข้าใส่ตามธรรมชาติ :)

แต่ต้องทำใจไว้ก่อนเลยนะคะว่า
กว่าจะได้เข้าไปนั่งในร้านต้องรอสักพักใหญ่
เพราะเป็นร้านดังร้านอร่อย ลูกค้าแน่นร้าน
ทั้งคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยว

การสั่งอาหารที่นี่ง่ายค่ะ
เพราะมีทั้งรูปและมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ที่เมนู
แต่วิธีการสั่งอาหารที่ดีที่สุด
คือดูว่าโต๊ะอื่นในร้านเค้ากินอะไรกัน
เราก็สั่งแบบที่ชาวบ้านเค้ากินกัน
เพราะมันต้องอร่อยอย่างแน่นอน ^^V

จานแรกค่ะ, Deep Fried Oysters Cake
หอยนางรมทอด กรอบอร่อย
แต่ไอ้น้ำซอสสีแดง ๆ ที่ราดแบบในรูปนั่นอย่าไปราดเยอะเชียวนะคะ
เพราะมันไม่ใช่ซอสหวาน ๆ แบบที่เมืองไทย
มันคือซอสเค็ม(มาก) ค่ะ!
แล้วโบว์ก็ราดไปซะเยอะเชียวด้วย T.T

จานที่สองคือ ผัดหอยลาย
อร่อยมาก สั่งกันทุกโต๊ะ
จนทุกโต๊ะในร้านจะเต็มไปด้วยกองภูเขาเปลือกหอยค่ะ

มาถึงอาหารชื่อดังของร้านนี้ ข้าวอบหม้อดิน หรือ Rice Pot ค่ะ
โดยเราสามารถเลือก Topping แบบต่าง ๆ
เช่น เป็ด ไก่ หมู เนื้อวัว เนื้อกบ ไส้กรอก ปลาเค็ม ฯลฯ
หรือจะผสมกันแบบไหน กี่อย่าง ก็ได้
เวลาเสิร์ฟให้กินกับซอสสีดำ ๆ ขวดนี้ค่ะ
เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน Hing Kee
เหยาะ ๆ แล้วให้คลุก ๆ กับข้าวในหม้อดิน
ตรงก้นหม้อจะได้ไม่ไหม้ค่ะ
(เวลาเหยาะซอส ต้องอย่าลืมชิมด้วย เดี๋ยวเค็มเกินไปอีก)

อิ่มออกมาจาก Hing kee แล้ว เราก็เดินดูของตามถนนกันต่อไป
แต่ไม่รู้อะไรดลบันดาลใจให้มานั่งลงที่ร้านนี้อีก

คล้าย ๆ เป็นร้านข้าวมันไก่ที่มีปนหน้าเป็ดและหน้าหมูด้วย
ร้านอยู่แยกเลี้ยวซ้ายจากถนนสายหลักค่ะ

ถึงจะอิ่มแค่ไหน แต่เลือดนักชิมมันเข้มข้นกว่า
เราจึงนั่งเลือก ๆ เมนูอย่างสนุกสนาน
อีกเสียงในใจก็กลัวว่าจะกินไม่หมด

น้ำซุปถ้วยใหญ่ที่อาเจ๊เจ้าของร้านตักให้
มีซุปเปอร์ตีนไก่ของโปรดที่อุดมด้วยคอลลาเจนต้านวัยชรา
ให้มาเลยเต็ม ๆ หนึ่งตีน!

ซดน้ำซุป แทะตีนไก่อยู่แป๊บเดียว
จานหลักของเราก็ถูกนำมาวางตรงหน้า
ข้าวมันไก่+เป็ด ขนาดไซส์ L
จากที่คิดว่าจะกินไม่หมด
ก็ดันซัดโฮกเข้าไป จนข้าวไม่เหลือซักเม็ด
น้ำซุปไม่เหลือซักหยด ^^”

คราวนี้อิ่มของจริง เลยต้องหยุดภารกิจ Eating ไว้ก่อน
เริ่ม Walking และ Shopping กันดีกว่า :)

เดิน Temple Street เหมือนเดินอยู่ในเมืองจีน
สินค้า Made in China มีอยู่มากมาย
เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า ตุ๊กตา ของเล่น ฯลฯ

ส่วนชิ้นนี้ น้อง Ponyo นอนรอเราอยู่
เราเลยมารับกลับเมืองไทยซะ :)

เดินไปจนสุดถนนสายแรก
ก็เห็นร้านหนึ่งคนต่อแถวกันยาวมาก

เป็นร้านขายน้ำมะม่วง Hui Lau Shan ชื่อดังนั่นเอง

ถอยมาหนึ่งแก้ว เป็นน้ำวุ้นมะม่วงในน้ำกะทิ

ส่วนคนที่ไปด้วยกัน พอดีไม่สบาย
และร้านนี้ก็มี สโลแกนว่า Heathy Dessert
เลยอยากลองกินยาจีนที่มีขายอยู่หน้าร้านนี้พอดี
ยาน้ำดำขมปี๋เพราะเต็มด้วยตัวยาจีนหลายอย่าง
ตัวยาหนึ่งในนั้น คือ กระดองเต่า!
แปลก ที่กินแล้วอาการป่วยเริ่มทุเลา
คล้ายจอมยุทธที่สูญเสียพลังลมปราณ
ได้กินยาหม้อที่ต้มด้วยสมุนไพรจากยอดเขาอัลไต
กระดองเต่ารักษาทุกโรค :P

Temple Street ยาวสองสามช่วงถนน
เมื่อเดินจาก Yau Ma Tei ลงมาทาง Jordan
เราจะผ่านประตูวัด Tin Hau
แหงนมองขึ้นไปเห็นพระจันทร์เต็มดวงตรงประตูวัดพอดี

เดินพ้นเขตวัดนิดเดียว
เราก็จะพบกับอาณาจักรแผงลอยขาย Sex Shop
(ไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะมัวแต่ไปเดินเลือกสินค้าอยู่ #กักกัก ><)

จากถนนหนึ่งมาสู่ถนนหนึ่ง
ร้านขายของยังคงตั้งยาวไปจนสุดถนน
ถ้าเดินไปเรื่อย ๆ จะสามารถขึ้นรถไฟใต้ดินกลับจากสถานี Jordan ได้ค่ะ

หมดไปหนึ่งคืนที่ Temple Steet
แต่ว่าคืนถัดมาหลังจากเที่ยว The Peak และ Avenue of Star แล้ว
เราก็มาจบมื้อดึกกันที่นี่อีกแล้วค่ะ
(ฮ่า ๆ ติดใจ)
คืนที่สองเราไปกิน Sea Food แกล้มเบียร์กัน
ตรงสี่แยกแถว Temple Street

ร้าน Sea Food มีอยู่มากมาย

เลือกซักร้าน นั่งลง แล้วสั่งเบียร์เย็น ๆ
พร้อมกับละเลียดเลือกเมนูอาหารทะเล

จานแรกที่เลือกคือ แกงกระหรี่ทะเล
สีสันจัดจ้าน แต่ไม่เผ็ดนะคะ

จานที่สองอันนี้ เส้นหมี่ผัดเนื้อ
อร่อยมาก ถ้ากลับไปก็ต้องไปกินอีก

ส่วนจานนี้ เป็นหอลเชลล์อบวุ้นเส้นโปะด้วยกระเทียมเจียว
สั่งเพราะแปลกดี ที่เมืองไทยไม่ค่อยมีใครทำ
นอกจากร้านอาหารจีนบางร้านเท่านั้น

ไปฮ่องกงห้ามพลาด Temple Street นะคะ :)
ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ
- ร้าน Hing Kee โดย ลุงเด้ง แห่ง HKFC (Hong Kong Fan Club)
- กินอะไรดีที่ฮ่องกง จาก คลังกระทู้ของห้อง Blueplanet
- เส้นทาง MTR ทั้งหมด
- เว็บร้าน Hui Lau Shan น่ารักดี มีรูปยั่วน้ำลาย (แต่เป็นภาษาจีนนะ)











