Keep Shopping ~ Walking ~ Eating, Temple Street Hong Kong

Posted by Rainbow | Somewhere Out There, ฮ่องกง (Hong Kong) | Thursday 21 January 2010 1:49 pm
    เมื่อไปฮ่องกง ทุกคนจะได้รับภารกิจ 3 อย่างเท่า ๆ กันคือ

    หนึ่ง Shopping
    สอง Walking
    สาม Eating!



    และ Temple Street คือสถานที่ที่เหมาะที่สุด
    ที่จะปฏิบัติภารกิจฮ่องกงให้ลุล่วงอย่างสมบูรณ์

    Let’s Shopping ~ Walking ~ Eating :D



    การเดินทางมา Temple Street ง่ายมาก ๆ
    เพียงแค่นั่งรถไฟใต้ดินสายสีแดงมาลงที่สถานี Yau Ma Tei
    สถานีนี้อยู่บนฝั่งเกาลูน แต่ถ้าใครที่อยู่ฝั่งเกาะฮ่องกงหรือเกาะลันเตา
    ให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Central เพื่อ Exchange มาสายสีแดง
    Yau Ma Tei ห่างจาก Central เพียง 4 ป้ายเท่านั้น



    ถึงที่หมายเราจะโผล่ขึ้นบนดินที่ทางออก Exit C
    ตอนขึ้นมาอาจจะงง ๆ นิดหน่อยว่าจะเดินไปทางไหนดี
    แต่ที่นี่ ฮ่องกง ไม่ต้องกลัวหลงทางค่ะ
    เค้ามีป้ายบอกถนนหนทางชัดเจน
    เพียงแค่เราเพิ่มนิสัยรักการอ่านและช่างสังเกตนิดหน่อยเท่านั้น



    Temple Street เป็นถนนคนเดินที่มีสินค้าราคาหลากหลายให้ซื้อ
    รวมถึงมีร้านอาหารข้างทางหลายร้านให้เลือกกินตามใจชอบ

    มีหลายร้านที่คนไทยเคยมากินและลงไว้ในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว
    และร้านนี้คือร้านแรกที่สะดุดตา ร้าน Hing Kee
    แหม ก็เล่น Print ปกหนังสือขนาดใหญ่ ตั้งไว้หน้าร้าน
    เราคนไทยเวลาไปต่างแดน พอเจอภาษาบ้านเกิดก็พุ่งเข้าใส่ตามธรรมชาติ :)



    แต่ต้องทำใจไว้ก่อนเลยนะคะว่า
    กว่าจะได้เข้าไปนั่งในร้านต้องรอสักพักใหญ่
    เพราะเป็นร้านดังร้านอร่อย ลูกค้าแน่นร้าน
    ทั้งคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยว



    การสั่งอาหารที่นี่ง่ายค่ะ
    เพราะมีทั้งรูปและมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ที่เมนู

    แต่วิธีการสั่งอาหารที่ดีที่สุด
    คือดูว่าโต๊ะอื่นในร้านเค้ากินอะไรกัน
    เราก็สั่งแบบที่ชาวบ้านเค้ากินกัน
    เพราะมันต้องอร่อยอย่างแน่นอน ^^V



    จานแรกค่ะ, Deep Fried Oysters Cake
    หอยนางรมทอด กรอบอร่อย
    แต่ไอ้น้ำซอสสีแดง ๆ ที่ราดแบบในรูปนั่นอย่าไปราดเยอะเชียวนะคะ
    เพราะมันไม่ใช่ซอสหวาน ๆ แบบที่เมืองไทย

    มันคือซอสเค็ม(มาก) ค่ะ!
    แล้วโบว์ก็ราดไปซะเยอะเชียวด้วย T.T



    จานที่สองคือ ผัดหอยลาย
    อร่อยมาก สั่งกันทุกโต๊ะ
    จนทุกโต๊ะในร้านจะเต็มไปด้วยกองภูเขาเปลือกหอยค่ะ



    มาถึงอาหารชื่อดังของร้านนี้ ข้าวอบหม้อดิน หรือ Rice Pot ค่ะ
    โดยเราสามารถเลือก Topping แบบต่าง ๆ
    เช่น เป็ด ไก่ หมู เนื้อวัว เนื้อกบ ไส้กรอก ปลาเค็ม ฯลฯ
    หรือจะผสมกันแบบไหน กี่อย่าง ก็ได้

    เวลาเสิร์ฟให้กินกับซอสสีดำ ๆ ขวดนี้ค่ะ
    เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน Hing Kee
    เหยาะ ๆ แล้วให้คลุก ๆ กับข้าวในหม้อดิน
    ตรงก้นหม้อจะได้ไม่ไหม้ค่ะ
    (เวลาเหยาะซอส ต้องอย่าลืมชิมด้วย เดี๋ยวเค็มเกินไปอีก)



    อิ่มออกมาจาก Hing kee แล้ว เราก็เดินดูของตามถนนกันต่อไป
    แต่ไม่รู้อะไรดลบันดาลใจให้มานั่งลงที่ร้านนี้อีก



    คล้าย ๆ เป็นร้านข้าวมันไก่ที่มีปนหน้าเป็ดและหน้าหมูด้วย
    ร้านอยู่แยกเลี้ยวซ้ายจากถนนสายหลักค่ะ



    ถึงจะอิ่มแค่ไหน แต่เลือดนักชิมมันเข้มข้นกว่า
    เราจึงนั่งเลือก ๆ เมนูอย่างสนุกสนาน
    อีกเสียงในใจก็กลัวว่าจะกินไม่หมด



    น้ำซุปถ้วยใหญ่ที่อาเจ๊เจ้าของร้านตักให้
    มีซุปเปอร์ตีนไก่ของโปรดที่อุดมด้วยคอลลาเจนต้านวัยชรา
    ให้มาเลยเต็ม ๆ หนึ่งตีน!



    ซดน้ำซุป แทะตีนไก่อยู่แป๊บเดียว
    จานหลักของเราก็ถูกนำมาวางตรงหน้า
    ข้าวมันไก่+เป็ด ขนาดไซส์ L

    จากที่คิดว่าจะกินไม่หมด
    ก็ดันซัดโฮกเข้าไป จนข้าวไม่เหลือซักเม็ด
    น้ำซุปไม่เหลือซักหยด ^^”



    คราวนี้อิ่มของจริง เลยต้องหยุดภารกิจ Eating ไว้ก่อน
    เริ่ม Walking และ Shopping กันดีกว่า :)



    เดิน Temple Street เหมือนเดินอยู่ในเมืองจีน
    สินค้า Made in China มีอยู่มากมาย
    เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า ตุ๊กตา ของเล่น ฯลฯ



    ส่วนชิ้นนี้ น้อง Ponyo นอนรอเราอยู่
    เราเลยมารับกลับเมืองไทยซะ :)



    เดินไปจนสุดถนนสายแรก
    ก็เห็นร้านหนึ่งคนต่อแถวกันยาวมาก



    เป็นร้านขายน้ำมะม่วง Hui Lau Shan ชื่อดังนั่นเอง



    ถอยมาหนึ่งแก้ว เป็นน้ำวุ้นมะม่วงในน้ำกะทิ



    ส่วนคนที่ไปด้วยกัน พอดีไม่สบาย
    และร้านนี้ก็มี สโลแกนว่า Heathy Dessert
    เลยอยากลองกินยาจีนที่มีขายอยู่หน้าร้านนี้พอดี

    ยาน้ำดำขมปี๋เพราะเต็มด้วยตัวยาจีนหลายอย่าง
    ตัวยาหนึ่งในนั้น คือ กระดองเต่า!

    แปลก ที่กินแล้วอาการป่วยเริ่มทุเลา
    คล้ายจอมยุทธที่สูญเสียพลังลมปราณ
    ได้กินยาหม้อที่ต้มด้วยสมุนไพรจากยอดเขาอัลไต

    กระดองเต่ารักษาทุกโรค :P



    Temple Street ยาวสองสามช่วงถนน
    เมื่อเดินจาก Yau Ma Tei ลงมาทาง Jordan
    เราจะผ่านประตูวัด Tin Hau
    แหงนมองขึ้นไปเห็นพระจันทร์เต็มดวงตรงประตูวัดพอดี



    เดินพ้นเขตวัดนิดเดียว
    เราก็จะพบกับอาณาจักรแผงลอยขาย Sex Shop
    (ไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะมัวแต่ไปเดินเลือกสินค้าอยู่ #กักกัก ><)



    จากถนนหนึ่งมาสู่ถนนหนึ่ง
    ร้านขายของยังคงตั้งยาวไปจนสุดถนน
    ถ้าเดินไปเรื่อย ๆ จะสามารถขึ้นรถไฟใต้ดินกลับจากสถานี Jordan ได้ค่ะ



    หมดไปหนึ่งคืนที่ Temple Steet
    แต่ว่าคืนถัดมาหลังจากเที่ยว The Peak และ Avenue of Star แล้ว
    เราก็มาจบมื้อดึกกันที่นี่อีกแล้วค่ะ

    (ฮ่า ๆ ติดใจ)

    คืนที่สองเราไปกิน Sea Food แกล้มเบียร์กัน
    ตรงสี่แยกแถว Temple Street



    ร้าน Sea Food มีอยู่มากมาย



    เลือกซักร้าน นั่งลง แล้วสั่งเบียร์เย็น ๆ
    พร้อมกับละเลียดเลือกเมนูอาหารทะเล



    จานแรกที่เลือกคือ แกงกระหรี่ทะเล
    สีสันจัดจ้าน แต่ไม่เผ็ดนะคะ



    จานที่สองอันนี้ เส้นหมี่ผัดเนื้อ
    อร่อยมาก ถ้ากลับไปก็ต้องไปกินอีก



    ส่วนจานนี้ เป็นหอลเชลล์อบวุ้นเส้นโปะด้วยกระเทียมเจียว
    สั่งเพราะแปลกดี ที่เมืองไทยไม่ค่อยมีใครทำ
    นอกจากร้านอาหารจีนบางร้านเท่านั้น



    ไปฮ่องกงห้ามพลาด Temple Street นะคะ :)


    ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ
    - ร้าน Hing Kee โดย ลุงเด้ง แห่ง HKFC (Hong Kong Fan Club)
    - กินอะไรดีที่ฮ่องกง จาก คลังกระทู้ของห้อง Blueplanet
    - เส้นทาง MTR ทั้งหมด
    - เว็บร้าน Hui Lau Shan น่ารักดี มีรูปยั่วน้ำลาย (แต่เป็นภาษาจีนนะ)

No Comments »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a comment

Centurion Wordpress Theme