• การเดินทางหลากมิติ, Fuji and me

    Posted on March 8, 2013 by Rainbow in Japan, Somewhere Out There.
      ราวกับหลุดมิติจากโลกยุคปัจจุบัน, เข้าไปสู่ยุคโบราณสมัยเอโดะ
      ทั้ง ๆ ที่เมื่อสักครู่ฉันกำลังเดินอยู่ในย่านวัยรุ่นแสนวุ่นวายอย่างฮาราจูกุ
      เพียงแค่ก้าวข้ามสะพานจินกูบาชิ


      ประตูเสาไม้โทริอิสัญลักษณ์ของศาลเจ้าเมจิก็ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
      ถัดไปคือสวนป่าขนาดใหญ่ มีต้นไม้เขียวให้ร่มเงาครึ้ม บางส่วนกำลังเปลี่ยนสี
      ใบเมเปิ้ลสีแดง ใบแปะก๊วยสีเหลือง บรรยากาศสงบเงียบ มีเสียงนกร้อง
      ได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหวปลิวร่วงหล่น อากาศสะอาดบริสุทธิ์เหมือนอยู่บนยอดเขา


      ฉันสูดลมหายใจเข้าและออกยาว ๆ
      นึกถึงวลีญี่ปุ่นที่อ่านเจอในหนังสือว่า

      “生きてよかった。การได้มีชีวิตอยู่ ก็ดีเหลือล้นแล้ว”



      ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโตที่สร้างโดยประชาชนชาวญี่ปุ่น
      เพื่ออุทิศให้กับดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ และจักรพรรดินีโชเก็ง
      ผู้ซึ่งสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศญี่ปุ่น
      ต้นไม้ที่มีอยู่มากมายในศาลเจ้าได้รับการบริจาคมาจากประชาชนชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ


      ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีความร่มรื่นเย็นสบาย ฉันเดินผ่านประตูไม้โทริอิประตูแรก
      ผ่านสวนเข้าไป จะเจอประตูไม้โทริอิอีกสองประตูจึงจะถึงศาลเจ้า
      มีผู้คนมากมายที่มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บ้างก็เขียนขอพรลงบนแผ่นไม้
      หลังจากเขียนแล้วจะนำไปแขวนไว้รอบต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปี


      บรรยากาศที่นี่ดูขลังและมีพลังเป็นอย่างมาก
      จึงเป็นที่นิยมใช้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประกอบพิธีแต่งงานแบบโบราณตามธรรมเนียมญี่ปุ่น
      วันที่ฉันไปโชคดีมาก เพราะได้เห็นพิธีแต่งงานแบบโบราณนี้ด้วย
      คู่บ่าวสาวและผู้ที่มาร่วมงานใส่ชุดประจำชาติ เดินขบวนแห่กันที่ลานหน้าศาลเจ้า
      ทุกอย่างดูเรียบร้อยเป็นระเบียบงดงามในแบบญี่ปุ่น


      ห่างจากฮาราจูกุเพียงหนึ่งสถานี คือย่านชิบุย่า ที่มีผู้คนสัญจรไปมาหนาแน่นที่สุดในกรุงโตเกียว
      บริเวณนี้เป็นห้าแยก สัญญาณไฟจราจรจะปล่อยให้เหล่าผู้คนข้ามทางม้าลายพร้อม ๆ กัน
      ด้วยความแปลกและความหนาแน่นของผู้คน ห้าแยกนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่น
      ที่ให้นักท่องเที่ยวมาลองข้ามถนนและถ่ายรูปคนข้ามถนนกัน


      อีกสัญลักษณ์หนึ่งของชิบุย่าคือรูปปั้นเจ้าสุนัขฮาจิโกะ
      สุนัขที่มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก


      เล่ากันว่ามันจะมารอเจ้าของที่หน้าสถานีทุกวันแม้ว่าเจ้าของจะเสียชีวิตไป
      เจ้าฮาจิโกะก็ยังมารอเจ้านายที่หน้าสถานีรถไฟชิบุย่าทุกวันจนตัวมันตายที่หน้าสถานีรถไฟ
      กลายเป็นข่าวใหญ่ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น และมีการสร้างรูปปั้นเพื่อรำลึกถึงฮาจิโกะไว้ที่หน้าสถานีนี้
      ด้านหน้ารูปปั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ๆ ทำจากโบกี้รถไฟโบราณ
      จัดแสดงข้อมูลประวัติของเจ้าฮาจิโกะและสถานีชิบุย่าอีกด้วย

      จากตัวเมืองโตเกียว ฉันไปออกทริปสั้น ๆ สามวันสองคืนเพื่อชมภูเขาไฟฟูจิ
      สัญลักษณ์ประจำประเทศญี่ปุ่น ที่เมืองฮาโกเน่ และทะเลสาบคาวากูชิโกะ
      ฉันเริ่มต้นการเดินทางที่สถานีหลักชินจูกุ โดยรถไฟสาย Romance carไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว
      essay to buy

      เช้าวันนั้นอากาศสดใส ฟ้าเปิดเป็นสีคราม ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
      รถไฟแล่นออกชานเมือง เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ
      ภาพหิมะขาวโพลนคล้ายไวท์ช๊อกโกแล็ตราดลงบนยอดเขาสีครามปรากฏอยู่ตรงนั้น
      และแล้วฉันก็ได้พบกับภูเขาไฟฟูจิ ถึงจะเป็นวิวจากรถไฟ ที่มองเห็นเพียงชั่วครู่
      แต่ฉันก็จำภาพแรกของฟูจิ ได้ตราตรึง


      เหมือนได้รับพรจากเทพเจ้า ตลอดระยะเวลาสามวัน ฉันโชคดีต่อเนื่องเพราะฟ้าเปิดอากาศดีทุกวัน
      ทำให้สามารถมองเห็นฟูจิในทุกมุมมอง ทั้งจาก Ropeway บนหุบเขากำมะถัน Owakudani,
      วิวจาก Gotemba และวิวจากทะเลสาบคาวากูชิโกะ


      มุมที่น่ารักที่สุดจะเป็นวิวจากยอดเขา Kachi-Kachi
      ที่มีรูปปั้นตัวการ์ตูนแร็คคูนกับกระต่ายเป็นแบบให้ถ่ายรูปในอิริยาบถต่าง ๆ
      แถมวิวด้านหลังยังเป็นฟูจิอีกด้วย ที่ประเทศนี้ทุกมุมเมืองอะไร ๆ ก็เป็นการ์ตูนน่ารัก ๆ ทั้งนั้น


      ทะเลสาบคาวากูชิโกะมีบริเวณกว้าง


      ถ้าต้องการเที่ยวรอบ ๆ ทะเลสาบต้องนั่งรถ Retro Bus ซึ่งจะจอดรับส่งตามป้ายต่าง ๆ
      จุดที่น่าสนใจแวะชมมีอยู่หลายจุด ที่ฉันได้เข้าชมและอยากจะแนะนำมีอยู่ 3 จุดคือ


      ป้ายสถานีโออิชิปาร์ค จุดนี้จะเป็นจุดที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดที่สุด




      จุดที่น่าสนใจจุดที่สองคือ Itchiku Kubota Art Museum
      เป็นสถานที่จัดแสดงกิโมโนผลงานของปรมาจารย์ Itchiku Kubota
      และยังมีสวนญี่ปุ่น งดงามแปลกตาให้ชมอีกด้วย


      จุดสุดท้ายที่ฉันอยากแนะนำคือพิพิธภันฑ์กล่องดนตรี Music Forest
      เป็นสถานที่จัดแสดงกล่องดนตรีแบบต่าง ๆ จากยุโรป
      กล่องดนตรีทุกชิ้นสามารถใช้งานได้จริง และมีรอบการแสดงในแต่ละอาคารหมุนเวียนกันไป
      ที่สุดยอดน่าทึ่งมาก ๆ คือ French fairground organ ขนาดใหญ่เท่าห้องโถง
      เพลงบรรเลงไพเราะ เพลิดเพลินกับตุ๊กตานักดนตรีที่ออกมาบรรเลงเครื่องดนตรี
      ได้ตรงกับท่วงทำนองเพลงเหมือนได้นั่งดูนักดนตรีที่มีชีวิตแสดงอยู่


      ตัวอาคารจัดแสดงก็สวยงามคล้ายปราสาทในเทพนิยาย ตกแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้สีสันสดใส
      มีบรรยากาศคล้ายอยู่ในสวนสนุก เดินชมสวน ฟังเสียงดนตรี สุขเพลินคล้ายอยู่ต่างประเทศแถบยุโรป
      แต่พอมองไปด้านทะเลสาบเห็นภูเขาไฟฟูจิตั้งสูงตระหง่าน
      เป็นภาพความงดงามคลาสสิคแบบตะวันออกพบตะวันตกอย่างแท้จริง



      ข้อมูลการเดินทาง

      การเดินทางจากโตเกียวไปชมภูเขาไฟฟูจิแนะนำให้ซื้อบัตร Fuji-Hakone Pass
      จากบริษัท Odakyu ราคา 7,200 เยน รวมการเดินทางทุกอย่าง ทั้งรถไฟ รถบัส เคเบิ้ลคาร์ เรือล่องทะเลสาบ
      ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น และยังใช้เป็นส่วนลดในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกด้วย
      ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.odakyu.jp/english ค่ะ
      Tips:
      โตเกียวเป็นเมืองที่มีเส้นทางของรถไฟยุ่งเหยิงมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก
      แต่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไปไหนไม่ถูกเพราะเราสามารถเข้าไปศึกษาเส้นทางได้ที่
      http://www.hyperdia.com เว็บนี้จะบอกเส้นทาง ตารางเวลา ขบวนรถไฟ เลขที่ชานชาลา
      ด้วยเว็บนี้ก็จะทำให้การเดินทางสามารถไปถึงจุดหมายได้ถูกต้องและทันเวลา
      เพราะรถไฟที่ญี่ปุ่นมาตรงเวลามากอย่างไม่เชื่อค่ะ

      765qwerty765

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

5 visitors online now
5 guests, 0 members
Max visitors today: 6 at 01:13 am ICT
This month: 65 at 10-07-2017 06:36 pm ICT
This year: 65 at 10-07-2017 06:36 pm ICT
All time: 99 at 10-28-2012 10:18 am ICT